
ส่งต่อแนวพระราชดำริสู่วิถีสตรีอาเซียน
หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพียงหลักเดียวครอบคลุมวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติทั้ง 17 ข้อ
กรอบความร่วมมือระหว่างสตรีในภูมิภาคอาเซียนภายใต้การเป็นสมาชิกสมาพันธ์อาเซียน (ACWO) คือการเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ และสิทธิสตรี มุ่งพัฒนาศักยภาพการมีส่วนร่วมของสตรีในการพัฒนาสังคมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านการศึกษา สุขอนามัย และอาชีพ ต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ในแต่ละปีจะมีการพบปะกันเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงาน และล่าสุดสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ และประธานสมาพันธ์สตรีอาเซียน เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสมาพันธ์สตรีอาเซียน “อาเซียน คอนเฟเดอเรชั่น ออฟ วีเวนส์ ออแกไนเซชั่น-เอซีดับเบิลยูโอ” ครั้งที่ 17 โดยมีตัวแทนสตรีในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศบวก 1 สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วม อาทิ ดร.เท เท ซิน ประธานสภาสตรีแห่งชาติเมียนมาร์ ดาติน สิติ เฮชาร์ ตัวแทนองค์กรพัฒนาสตรีจากบรูไนดารุสซาลาม ศ.ดร.ซาริฟาห์ ฮาฟซาห์ ประธานสมาพันธ์สตรีมาเลเซีย เป็นต้น และมี อีต โซเฟีย เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย และ แบร์นาโอ-อารากน เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย ร่วมเปิดการประชุมที่โรงแรมใบหยกสกาย ประตูน้ำ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
อีต โซเฟีย-ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ-แอนนา คาริน เจ็ทฟอร์ส
เริ่มต้นงานด้านการเชิญชวนสมาชิกแสดงความอาลัย น้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อด้วยพิธีเชิญธงของสมาพันธ์ และธงประเทศสมาชิกอาเซียน ก่อนที่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ และประธานสมาพันธ์สตรีอาเซียน ขึ้นปาถกฐาพิเศษ หัวข้อ “อาวเออร์ เอ็นไวรอนเมนท์, อาวเออร์ ไลว์ส แอนด์ เดอะ ฟิวเจอร์ ออฟ อาวเออร์ ชิลเดรน : อาวเออร์ โรล อิน มิทิเกติ้ง อิมแพ็ก ออฟ ไคลเมท เชนจ์” มุ่งเน้นประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในอนาคต พร้อมนำเสนอพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี โดยประธานสมาพันธ์สตรีอาเซียน กล่าวว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริแก่ส่วนราชการต่างๆ ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมกว่า 4,500 โครงการ โดยเป็นโครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในพระราชดำริจำนวน 169 โครงการ ซึ่งล้วนมีจุดมุ่งหมายคือ “ความผาสุก” ของประชาชน
“การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รัก ใช่เพียงคนไทยที่เสียใจ แต่ทั้งประชาคมอาเซียนก็รู้สึกไม่ต่างกัน จากเดิมที่จะพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมทั่วไป เลยอยากพูดถึงพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งอยู่บนแนวทางที่ว่าต้องมีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน และทำอะไรไม่เกินตัว คือต้องมีความรู้ในสิ่งที่เราจะทำอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน สำคัญว่าต้องมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย ทุกประเทศสามารถนำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ได้
ไม่ว่าพระองค์จะทรงทำโครงการอะไรจะศึกษารายละเอียด หาข้อมูลความต้องการของประชาชน เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาปัญหา และทรงติดตามงานที่ทรงวางไว้ด้วยพระองค์เอง อีกทั้งทรงงานโดยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเคียงข้างเสมอ ชั่วชีวิตคนไทยไม่เคยเห็นพระองค์หยุดทำงาน เราจึงอยากเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านนิทรรศการที่จัดในวันนี้ อยากส่งต่อความรู้เหล่านี้ไปสู่ชาวอาเซียน ให้เขารู้ว่ามีพระมหากรุณาธิคุณเพียงใด” ดร.วันดี กล่าว พร้อมเสริมว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพียงหลักเดียวครอบคลุมวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติทั้ง 17 ข้อ อาทิ การขจัดความยากจน ความมั่นคงด้านอาหาร การจัดการน้ำ การเข้าถึงพลังงาน การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากร ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นต้น



