ข่าว

“ป.ป.ช.”โว“ยุทธศาสตร์ฯ”ใหม่ ดัน ไทยโปร่งใสเทียบสากล

“ป.ป.ช.”โว“ยุทธศาสตร์ฯ”ใหม่ ดัน ไทยโปร่งใสเทียบสากล

01 พ.ย. 2559

“ป.ป.ช.” โว “ยุทธศาสตร์ชาติฯ ป้องปราบทุจริต ระยะที่3” บูรณาการความร่วมมือทุกส่วน ต้านโกงทุกรูปแบบ

 

           เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 ที่สำนักงานป.ป.ช. ถ.สนามบินน้ำ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. ‪2560-2564‬) มีเนื้อหายุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อตอบโจทย์ต่อปัญหาหรือสถานการณ์การทุจริตที่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆต้องเผชิญอยู่จริง โดยคำนึงถึงบทบาทของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ การแปลงยุทธศาสตร์ชาติฯ ไปสู่การปฏิบัติ การติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติฯ ให้รัฐสภาและสาธารณชน ได้รับทราบ ในทุกปีงบประมาณ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบอย่างเข้มแข็งเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมาตรฐานความโปร่งใสเทียบเท่าสากล ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต (Zero Tolerance and Clean Thailand)” โดยมีพันธกิจคือ “สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ ทุกภาคส่วนแบบบูรณาการและปฏิรูปกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระบบ ให้มีมาตรฐานสากล”

          นายสรรเสริญ กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระยะ 5 ปีข้างหน้า จะไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบโดยเริ่มจากการวางรากฐานทางความคิดของประชาชนที่นอกจากตัวเองจะไม่กระทำการทุจริตแล้ว จะต้องไม่อดทนต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป คนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการสร้างชาติที่สะอาดปราศจากการทุจริต ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต้องได้รับความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าเทียม อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่ 3 มี 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย

           นายสรรเสริญ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะที่ 3 มี 5 วัตถุประสงค์หลัก ดังนี้ 1.สังคมมีพฤติกรรมร่วมต้านการทุจริตในวงกว้าง 2.เกิดวัฒนธรรมทางการเมือง (Political Culture) มุ่งต้านการทุจริตในทุกภาคส่วน 3.การทุจริต ถูกยับยั้งอย่างเท่าทันด้วยนวัตกรรม กลไกป้องกันการทุจริตและระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล 4.การปราบปรามการทุจริตและการบังคับใช้กฎหมายมีความรวดเร็ว เป็นธรรมและได้รับความร่วมมือจากประชาชน 5.ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย มีค่าคะแนนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อลดปัญหาการทุจริต สามารถยกระดับมาตรฐานจริยธรรม คุณธรรม และความโปร่งใสของประเทศไทยในทุกมิติให้มีมาตรฐานตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention against Corruption : UNCAC) ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ในการเพิ่มระดับคะแนนของดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50