ข่าว

ไทยเปิดเวทีถกทางรอดอุตสาหกรรมยางพาราโลก

ไทยเปิดเวทีถกทางรอดอุตสาหกรรมยางพาราโลก
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

 

            การจัดงาน Grobal Rubber Conferrence 2016 เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ณโรงแรมดีวานา อ่างนาง จ.กระบี่ว่า ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นในการร่วมมือของประเทศผู้ผลิตยางพาราจากทั่วโลกในการขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราในระดับนานาชาติ โดยประเทศไทยได้รับเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักในการหาแนวทางการขับเคลื่อนยางพาราในตลาดโลก ทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมยางพาราจากการคาดการณ์อุปสงค์ อุปทานและราคาในปี 2017 และแนวทางสู่การปฏิรูปยางพาราไทยทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นจากเกษตรกรชาวสวนยาง จนถึงปลายทางโรงงานแปรรูปอุตสาหกรรมยาง ภายใต้มาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)

 

ดร.ธีธัช สุขสะอาด(กลาง) ผู้ว่าฯกยท.ลงพื้มที่ตรวจเยี่ยมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จ.ตรัง

 

             ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)กล่าวถึงประเด็นสำคัญในเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่มีผู้เชี่ยวชาญในวงการยางพาราจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลกมาร่วมนำเสนอและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ได้แก่ ประเด็นอนาคตของอุตสาหกรรมยางพารา โดยการคาดการณ์อุปสงค์ อุปทานและราคาในปี 2017 ประเด็นวัตถุดิบที่มีความทันสมัยสำหรับการพัฒนาสินค้า

            โดยมีการเสนอแนวคิดใหม่ เทคโนโลยีและการเข้าถึงตลาด ประเด็นแนวปฏิบัติเศรษฐศาสตร์ยางพาราร่มกำหนดหนทางสู่การผลิตที่ยั่งยืน ประเด็นการเปลี่ยนแปลงการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางพารา บริบทของนวัตกรรม เทคโนโลยี วัตถุดิบและควมยั่งยืนและประเด็นการวิเคราะห์เชิงลึกในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางจากการจุ่ม อาทิ ถุงมือ ลูกโป่ง ถุงยางอนามัย หัวนมยางและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังีมากรมอบรางวัล Wickhom Award ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มหรือสถาบันที่มีคุณูปการในการเผยแพร่งานวิจัยหรือนวัตกรรม ทำให้เกิดการพัฒนาในวงการยางพารา ซึ่งปีนี้มีนักวิจัยและผู้ประกอบการของไทยได้รับรางวัลนี้ด้วย

            ปรีดิ์เปรม ทัศนกุล นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เจ้าของรางวัล Wickhom Award เผยว่าสหกรณ์กองทุนสวนยางไทยได้ริเริ่มเปิดกิจการจนปัจจุบันมีจำนวน 666 แห่งทั่วประเทศ แต่สามารถดำเนินกิจการได้เพียงไม่เกินร้อยละ50 เท่านั้นที่เหลือปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการในธุรกิจได้ โอกาสการแข่งขันน้อย ต้นทุนากรผลิตสูง ส่วนโรงงานยางแผ่นรมควันดำเนินการผลิตยางในปัจจุบันคุณภาพยังไม่สม่ำเสมอ ทั้งยางแผ่นรมควัน(RSS)ชั้น3 ชั้น4 และชั้น5 ยางฟองและยางคัดติ้งล้วนมีสาเหตุมาจากการาดระบบการจัดการที่ดี ขาดความรู้ทางด้านวิชาการและการส่งเสริมที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ดังนั้นการยกระดับคุณภาพยางแผ่นรมควันของสหกรณ์กองทุนสวนยาง นับว่าเป็นก้าวแรกแห่งวงการยางไทยที่สามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำการผลิตยางได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

ไทยเปิดเวทีถกทางรอดอุตสาหกรรมยางพาราโลก

 

 

              “มาตรฐาจีเอ็มพี(GMP) ยางแผ่นรมควันได้ถูกยกระดับเป็นมาตรฐานสินค้าเกษตร(มกษ.)ที่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา กระทรวงเกษตรฯในปี 2556 เป็นระบบจีเอ็มพี(GMP)ด้านยางพาราฉบับแรกที่ถูกประกาศใช้และเ)้นพืชชนิดเดียวที่กินไม่ได้มาจัดเป็นระบบการควบคุมคุณภาพจนทำให้ทั่วโลกรูปจัก ซึ่งต่างกับระบบไอโซ(ISO)ที่เน้นกระบวนการบริหารโดยผ่านระบบเอกสารไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียดคุณภาพยางที่ผลิต”

              นักวิทยาศาสตร์คนเดิมเผยต่อว่าปัจจุบันฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง กยท.ยังได้จัดทำระบบควบคุมคุณภาพยางแผ่นรมควันของสหกรณ์กองทุนสวนยางที่มีความพร้อมและมีศักยภาพ ซึ่งในจ.ตรังนั้นเป็นจังหวัดแรกที่มีสถาบันเกษตรกรสามารถเข้าสู่มาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)จำนวนทั้งสิ้น 5 แห่ง ได้แก่ อ.รัษฎา 3 แห่งและอ.ห้วยยอด 2 แห่ง ซึ่งสหกรณ์เหล่านี้มีศักยภาพในการผลิตยางแผ่นรมควันชนิดเกรดพรีเมี่ยม(premium grade)ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ99 ของปริมาณทั้งหมดและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาประกาศสำนักงานตลาดกลางยางพาราสงขลา 3-7 บาทต่อกิโลกรัม โดยกยท.มุ่งหวังให้ยางที่ผลิตได้มีคุณภาพสูงและมีคุณสมบัติทางกายภาพอย่างคงที่ มีความสม่ำเสมอ โดยเน้นการนำยางคุณภาพเหล่านี้ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป

            “สำหรับการตรวจสอบมาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)นั้นจะให้ความสำคัญของน้ำยางสด ตั้งแต่อยู่ในสวนยาง มีกระบวนการรวบรวมน้ำยางสดที่สะอาดตั้งแต่สวนมายังโรงงานผลิต การทดสอบน้ำยางเมื่อมาถึงโรงงานไปจนถึงกระบวนการรีด ล้างและการตากยางให้เป็นไปตามระบบคุณภาพการผลิตยางดิบทุกขั้นตอนในส่วนระบบการผลิตยางรมควันจะต้องใช้ไม้ฟืนและชนิดของไม้ฟืนเพื่อใช้ในการควบคุมความร้อนระยะเวลาที่เหมาะสม การนำยางจากเตาอบ การคัดชั้นและจัดชั้นยาง การเก็บ ตลอดจนการขนส่งจะต้องได้มาตรฐานในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ยางคุณภาพที่ดีและมีความสม่ำเสมอ เป็นที่ต้องการของตลาด”

 

ไทยเปิดเวทีถกทางรอดอุตสาหกรรมยางพาราโลก

 

               ด้าน ชาติ วรรณบวร ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี จก. ต.วังคีรี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หนึ่งในสหกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานจีเอ็มพี(GMP) โดยระบุว่าสหกรณ์เริ่มต้นจดทะเบียนเป้นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2537 ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 562 ราย โรงงานมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500 ตันต่อปี มีประสิทธิภาพการผลิตยางรมควันชั้น3 คิดเป็นร้อยละ92ของกำลังการผลิตทั้งหมด โดยสหกรณ์ได้รับการส่งเสริมและสนัสนุนจากกยท.มาตั้งแต่ปี 2537 โดยเข้ามาให้ความรู้ด้านการผลิต การบริหารจัดการสหกรณ์ ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานการผลิตยางเพื่อขอรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี(GMP) ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2559  จนได้รับมาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)ในที่สุด ปัจจุบันสหกรณืมีประสิทธิภาพในการผลิตยางรมควันชั้น3 ได้ 100 เปอร์เซนต์เต็ม ไม่มียางตกชั้นกว่าชั้น3แต่อย่างใด

             “หลังสหกรณ์ผ่านมาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)เมื่อเดือนเมษายน 2559 ที่ผ่านมาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางรมควันชั้น3ได้ 100 เปอร์เซนต์เต็ม สามารถขายยางได้ราคาเพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 50 สตังค์ต่อกิโล อีกทั้งยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป้นเศษยางได้ประมาณ 1 เปอร์เซนต์ ทำให้ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 สตังค์ต่อกิโล เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางที่ซื้อ 100 กิโลกรัม สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 80 บาทหรือ 80 สตังค์ต่อกิโล”ประธานสหกรณ์คนเดิมกล่าวทิ้งท้าย

             นับเป็นอีกก้าวของชาวสวนยางในการปฏิรูปยางพาราทั้งระบบเพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)อันนำมาซึ่งมูลค่าเพิ่ม ขายได้ราคาที่สูงขึ้น ทั้งยังช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต ก่อนเข้าสู่อุตสาหกรรมยางแบบครบวงจร

                                 

 

          

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง