ข่าว

สภากลาโหม เห็นชอบแผนแม่บทปฏิรูปโครงสร้าง 10 ปี

สภากลาโหม  เห็นชอบแผนแม่บทปฏิรูปโครงสร้าง   10 ปี
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ภากลาโหม เห็นชอบแผนแม่บทปฏิรูปโครงสร้าง 10 ปี ยุบรวมหน่วย สห.ขึ้นตรง ทภ.1 ดูแลภารกิจความเรียบร้อย ให้ทหารราบ-ม้า มีกำลังรบผสมระดับกรม

พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยในที่ประชุมได้เห็นชอบร่างแผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2569 ระยะเวลา 10 ปี โดยยึดโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม  20 ปี ที่จัดทำมาก่อนหน้านี้ สอดคล้องกับมติสภากลาโหมที่เกี่ยวข้องและนโยบาย รมว.กลาโหม

    พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ร่างแผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2560-2569 ระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็น 5 ปีแรก คือ พ.ศ. 2560-2564 จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการและประสิทธิภาพของระบบวิธีทำงานใน 3 ระบบ คือ 1.ระบบงานกำลังพล ในเรื่องจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร การพัฒนาข้าราชการ พลเรือน กระทรวงกลาโหม ถือเป็นข้าราชการไม่มียศ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติกำลังสำรอง พ.ศ.2558 เพื่อให้สามารถบรรจุกำลังพลสำรองทำหน้าที่ทหารได้ในยามปกติ 2.ระบบงานข่าวกรอง บูรณาการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายในและภายนอก โดยมุ่งเน้นสู่การสร้างเครือข่ายความเป็นศูนย์กลางงานด้านการข่าว 3.ระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เน้นการบริหารจัดการเพื่อผลิตการใช้งานมีคุณภาพและดำเนินการเชิงพาณิชย์

    พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า นอกจากนั้นจะมีการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหมเท่าที่จำเป็น เน้นปรับปรุงโครงสร้างบางส่วนที่ตอบสนองนโยบายเร่งด่วน รวมทั้งการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)รวมทั้งเตรียมความพร้อมเผชิญภัยคุกคามเฉพาะหน้าเร่งด่วน โดยดำเนินการยุบรวม ปัดเกลี่ย แปลสภาพ ยกระดับเพื่อเกิดความคล่องตัว สามารถรวมการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศและช่วยเหลือประชาชน เช่น การจัดตั้งศูนย์ไซเบอร์กระทรวงกลาโหม เพื่อพัฒนาขีดความสามารถรักษาความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ของกองทัพ  การปรับปรุงศูนย์ปฏิบัติการการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ให้มีความพร้อมเผชิญเหตุอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ อาทิ กองทัพบก จะมีการแปรสภาพทหารสารวัตร (สห.)ของมณฑลทหารบก และกองพันสารวัตรทหาร เป็นหน่วยของกองทัพภาคที่1 เพื่อรวมภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนกองทัพเรือ ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศร.ชล.)เพื่อให้สามารถสนับสนุนการแก้ปัญหาการทำประมงผิกกฎหมายและการพิทักษ์ผลประโยชน์ทางทะเล ในขณะที่กองทัพอากาศ ปรับปรุงส่วนกำลังรบให้มีมาตราฐานการบินและการพัฒนาระบบการควบคุม การสะกัดกั้น

    พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า สำหรับ 5 ปีต่อไป คือ พ.ศ.2565-2569 มุ่งพัฒนากองทัพให้มีโครงสร้างที่เหมาะสม สามารถปฏิบัติภารกิจหลากหลาย เช่น ปรับปรุงโครงสร้างกรมการสรรพกำลังทหาร กรมการสรรพกำลังกลาโหม เพื้อให้เป็นหน่วยดำเนินการตาม พรบ.กำลังสำรอง พ.ศ.2558 การแปลสภาพศูนย์รักษาสันติภาพให้เป็นหน่วยรับผิดชอบการปฏิบัติการรักษาสันติภาพและการบูรนางานความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น กองทัพบก จะปรับปรุงหน่วยกองพลทหารราบ และกองพลทหารม้า ให้มีกำลังรบผสมระดับกรมร่วมกัน กองทัพเรือ จะปรับปรุงหน่วยกำลังรบเพื่อรองรับขีดความสามารถการทำสงครามใต้น้ำและขยายขีดความสามารถกำลังทางเรือในการป้องกันชายฝั่งอันดามัน กองทัพอากาศ จะเพิ่มขีดความสามารถเทคโนโลยีด้านอวกาศมากขึ้น

    พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ในภาพรวมกระทรวงกลาโหม ยังคงดำรงการปรับลดอัตรากำลังพล โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิและนายทหารระดับปฏิบัติการตามเป้าหมาย และพิจารณาปิดการบรรจุ ปิดหน่วยงานที่ไม่จำเป็นหรือไม่คุ้มค่าและปรับโอนภารกิจให้ภาคเอกชน กำหนดประเมินผลใน 2 ลักษณะ คือ ตามเป้าหมายที่กำหนดตามแผนงาน และตามนโยบายของ รมว.กลาโหม อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ดำเนินการตามมาตราฐานกำลังพลในทุกส่วนโดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้กำลังพลทุกเหล่าทัพมีมาตราฐานที่ใกล้เคียงกัน ให้ความสำคัญข้าราชการ กำลังพล กระทรวงกลาโหม คือการบรรจุพลเรือนรับราชการไม่มีชั้นยศ ไม่ให้เป็นภาระงบประมาณ

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง