ข่าว

“นายกฯ"แนะประชาสัมพันธ์ความสามัคคีคนไทย

“นายกฯ"แนะประชาสัมพันธ์ความสามัคคีคนไทย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

“นายกฯ" ร่วมประชุมกอร.รส.ที่สนามหลวง พบปะปชช. ให้กำลังเจ้าหน้าที่ ขอจัดทำแผนเผชิญเหตุ พร้อมรับมือในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติ แนะประชาสัมพันธ์ความสามัคคีคนไทย

   

          31 ต.ค. 59 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ท้องสนามหลวง เพื่อรับฟังการสรุปการดูแลการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาพูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.) พล.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เข้าร่วมประชุม โดยทันทีที่มาถึง นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณพร้อมมอบกำลังใจกับบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ทำงานทุกคน โดยกล่าวว่า “เหนื่อยไหม ทำให้ประชาชนนะ เหนื่อยไม่ได้ ขอให้ช่วยกันทำงาน”  

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า ขอบคุณอีกครั้งสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกส่วน ซึ่งตนเข้ามาในครั้งนี้ได้เห็นความแตกต่างจากเดิม ซึ่งมีความเรียบร้อยมากขึ้น ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดูแลงานอย่างเต็มที่ ขอให้การทำงานร่วมกันโดยไม่มีข้อขัดแย้ง หากมีข้อขัดแย้งให้นำมาทำความเข้าใจกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอื่นๆ และเพื่อให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเป็นไปอย่างเรียบร้อย ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในระยะที่ 2 จะมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนอย่างดี ทั้งในช่วง 50 วัน 100 วันหรือ 1 ปี จะต้องอยู่ในแผนล่วงหน้าทั้งสิ้น ว่าจะสามารถรองรับคนได้เท่าไหร่ และขอให้ทำงานเชิงรุก มองไปข้างหน้าไม่ใช่แก้ปัญหาไปวันๆ พร้อมกันนี้ต้องมีแผนเผชิญเหตุ พร้อมรับมือในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติ ใครทำความผิดก็ต้องจับกุมให้ได้ ในส่วนของศตส. ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมีนายสุวพันธุ์ อยู่ จึงขอให้ศูนย์อำนวยการร่วม รายงานทุกสถานการณ์มายังศตส. ที่ตนได้ติดตามตลอดและขอให้มีการดูแลในส่วนของสถานที่พักให้กับประชาชนที่เข้ามาจำนวนมาก ทั้งนี้หลายคนบอกให้ตนกำหนดว่าเป็นที่พักของคนที่มาจากต่างจังหวัด ซึ่งคงทำไม่ได้เพราะทุกคนต่างตั้งใจที่จะมา ตนขอให้จัดพื้นที่พักคอยให้มากขึ้น   

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการต่อคิวเข้าแถวสักการะพระบรมศพนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ก็ได้โปรดเกล้าฯให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพในช่วงพิธีได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้เราจะคิดเองไม่ได้ เพราะเป็นระเบียบของสำนักพระราชวังที่มีมากว่า 100 ปีแล้ว และขอประชาชนอย่าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ และให้เจ้าหน้าที่ไปดูเรื่องการจัดคิวว่าจะมีการระบุรายชื่อได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการแทรกคิว นอกจากนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการเดินทาง หากพบคนขับรถมีอาการมึนเมาก็ให้ลงจากรถและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยจะให้มีการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องเน้นย้ำเรื่องการปลอดภัยและแก้ปัญหาโดยการร่วมมือกันภายใต้ความพอใจและความสุขของประชาชน และขอให้มีการชี้แจงว่าบ้านเมืองเดินหน้าไปอย่างไร ซึ่งในโซเชียลมีเดียมีการบิดเบือน จึงต้องทำความเข้าใจ โดยอยากให้กทม. ไปดูว่าจะสามารถนำพระราชกรณียกิจของและผลงานของรัฐบาลหรือนโยบายของรัฐบาลมาเปิดฉายผ่านจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดในพื้นที่ท้องสนามหลวงได้หรือไม่   

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่มารับของแจก โดยที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาถวายสักการะ ก็อย่าไปไล่เขา เพราะถือว่าเป็นการทำทาน แต่คนเหล่านี้ก็ขอให้เบาๆลงหน่อย ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องตรวจสอบ ว่ามีการเข้าออกกันคนละกี่ครั้ง โดยจะต้องลงทะเบียนทุกครั้งที่เข้าออก ส่วนเรื่องของแจกหรืออาหารการกิน ซึ่งมีมากก็ขอให้เอาไปช่วยคนจน หรือหาสถานที่ตามวัดเปิดเป็นโรงทาน ส่วนของแห้งก็ขอให้เอาไปช่วยเหลือน้ำท่วม ซึ่งการแจกของต้องมีการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม เหล่าศิลปินดารา สามารถมาแจกของได้ แต่ต้องดูความเหมาะสม และวันนี้อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ เรื่องของพระราชพิธีต่างๆให้มากขึ้น โดยอาจมีการแถลงข่าวเป็นรายชั่วโมงหรือสามชั่วโมง สื่อออกไปให้คนได้รู้เพื่อที่ชาวต่างชาติจะได้เข้าใจมากขึ้น และเห็นภาพของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนไทย

          พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวแนะนำว่า ขอให้ใช้กฎหมายให้น้อยที่สุดในการดูแลประชาชนที่เดินทางมา ขอให้ใช้ความเข้าใจและการชี้แจง ซึ่งถือเป็นโอกาสเดียว ที่จะทำให้ประชาชนรักสถาบัน รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา เพราะข้าราชการต้องมุ่งเน้นการใช้กฎหมาย นอกจากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแล และคัดกรองประชาชน ที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้มีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ เหมือนเช่นที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที สำหรับผู้ที่เป็นเส้นเลือดอุดตัน และเป็นลมชัก รวมถึงดูบุคคลที่มีโรคประจำตัว จิตไม่ปกติต้องช่วยกันดูแล ไม่เช่นนั้นจะเกิดความคัดแย้งได้ ต้องช่วยกันคัดกรอง

          ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้สอบถาม พร้อมแนะนำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ดูแลปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งจากรายงานระบุว่ายังไม่พบประชาชนที่เป็นโรคซึมเศร้า อันเนื่องมาจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทักทายประชาชน พร้อมถามถึงการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ โดยระหว่างที่นายกฯ เข้าเยี่ยมเต็นท์ รพ.สนาม นายกฯได้เข้าสวมกอดหญิงสูงวัย ซึ่งนั่งรถเข็นมารอพบนายกฯ โดยทราบชื่อ นางพาส บัวแสง อายุ 61 ปี เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น เพื่อมาถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งทันทีที่นายกฯ เข้าสวมกอด นางพาสได้หลั่งน้ำตา ร่ำไห้พร้อมระบายความโศกเศร้าเสียใจกับนายกฯ โดยระบุว่า คิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะที่นายกฯ ได้ถามถึงสารทุกข์สุกดิบและให้กำลังใจ ว่าต้องต่อสู้ต่อไป ขอให้อดทนแล้วจะผ่านอุปสรรคทั้งหลายได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีประชาชนส่วนหนึ่งขอให้นายกฯ ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้ ซึ่งนายกฯ กล่าวอธิบายว่า เมื่อเช้าได้ประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) และสั่งการไปเรียบร้อยแล้ว แต่จะให้รัฐบาลนำเงินไปให้ 15,000 บาทเหมือนที่ผ่านมาคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลานี้ ข้าวที่ค้างสต็อกจากการรับจำนำข้าวยังอยู่อีกจำนวนมาก ระบายไม่ได้ ยิ่งนานคุณภาพยิ่งเสื่อม หากระบายออกมาตอนนี้จะกระทบกับราคาข้าวที่ออกมาในฤดูกาลนี้ ทำให้เจ๊งและประเทศก็จะล้มละลาย เพราะเป็นภาษีจากประชาชน แล้วใครที่รับจำนำข้าวไว้ ส่วนราคาข้าวหอมมะลิรัฐบาลได้ช่วยเหลือในฤดูกาลแรกไปแล้ว จึงต้องรอการประชุมอีกครั้ง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนปลูกพืชอื่นๆ ทดแทนด้วย ยืนยันตนเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ขอให้เห็นใจตนด้วย เพราะต้องดูแลคนทั้งประเทศ และเกษตรกรทุกประเภท และวันนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มารับเรื่องแล้วและรับปากจะช่วยดูแลให้  

          “ปัญหาข้าว มีสาเหตุมาจาก 1.ราคาตลาดโลกที่ราคาข้าวลดลงมาทั้วทั่วโลก 2.ยังมีข้าวที่ค้างสต๊อคจำนวนมาก และ 3.ทุกประเทศก็ปลูกข้าว ซึ่งต้นทุนในการผลิตข้าวต่อเกวียนประมาณ 4,000 บาท ทั้งนี้รัฐบาลจะเร่งดูแลให้ราคาข้าวไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 10,000 บาทให้ได้ ขณะนี้กำลังทำอยู่ และขอให้เห็นใจผมบ้าง วันนี้ข้าวที่ค้างในคลังเกือบ 10 ล้านตัน ถ้าปล่อยออกมาทั้งหมดแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ขณะนี้รัฐบาลจะพยายามแก้ปัญหา ขอให้ใจเย็นๆ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   

          ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแนะนำชาวบ้านด้วยว่า หากปลูกข้าวและขาดทุน ให้ปลูกมันสำปะหลัง ผลไม้ หรือพืชอื่นๆผสมผสาน ซึ่งข้าวก็ปลูกไว้กิน ซึ่งพระองค์ท่าน ทรงให้คำแนะนำไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า การปลูกข้าวเพื่อไว้กิน หากเหลือก็ปลูกไว้ขาย หรือปลูกไว้เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าประเภทอื่น จึงขอให้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวมาปฏิติตามด้วย.

 

 

 

  

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง