
ฉกง่าย..เงินเอทีเอ็มระยอง2ปี23ล้าน
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน...เปรียบได้กับแก๊งลูกจ้างบริษัทเติมเงินแบงก์กรุงศรีฯ เมืองระยอง ที่อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจสุมหัวกันคดโกง ด้วยการลักลอบฉกเงินจากตู้ไปครั้งละเล็กละน้อย 2 ปีคิดเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท !?!
กลางดึกวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ ได้รับสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติจากตู้เอทีเอ็มใน อ.บ้านฉาง และ อ.มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งพนักงานบริษัท บริงค์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้รับผิดชอบขนเงินอยู่ระหว่างนำเงินสดไปบรรจุใส่ตู้เอทีเอ็ม จึงแจ้งกลับไปยังบริษัท บริงค์ส ในกรุงเทพฯ ก่อนจะประสานต่อไปยังพนักงานขนเงินใน จ.ระยอง ตอน 8 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น เมื่อพนักงานไปตรวจสอบตู้เอทีเอ็มตรงข้ามบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตู้เอทีเอ็มริมถนนสุขุมวิทเขตเทศบาลเมืองบ้านฉาง และตู้เอทีเอ็มอีก 2 ตู้ในสาขากระเฉด
จากการตรวจสอบภายนอกไม่พบความผิดปกติใดๆ แต่จากการตรวจสอบภายในพบกล่องเหล็กบรรจุธนบัตรใบละ 1,000 500 และ 100 บาท อยู่บนพื้นพร้อมกับกุญแจไข นอกจากนั้น ไม่พบแม้ร่องรอยงัดแงะบริเวณประตูเหล็กขนาดพอเหมาะสำหรับเข้าออกตู้เอทีเอ็มและหลังตู้ พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง และ พ.ต.อ.อิทธิเดช เจริญสหายานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมฝ่ายสืบสวนเดินทางไปตรวจจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด และสรุปว่าน่าจะเป็นฝีมือของพนักงานขนเงิน ที่ถือกุญแจและรู้รหัสหมายเลขในตู้เอทีเอ็ม จึงสามารถเปิดตู้เอาเงินออกไปได้อย่างง่ายดาย เบื้องต้นพบว่ามีเงินสูญหายไปราว 15 ล้านบาท เจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 13 ระยอง จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะเรียกตัวพนักงานบริษัท บริงค์ส ประจำ จ.ระยอง กว่า 10 คนมาสอบสวน พบว่านายณรงค์ โทมี วัย 36 ปี หายตัวไปอย่างมีพิรุธ
ณรงค์ มีประวัติไม่ค่อยดีนัก ชอบเล่นการพนันจนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ถูกทวงถามบ่อยครั้ง ประกอบกับวันที่ 19 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ธนาคารกรุงศรีฯ จะสิ้นสุดสัญญาจ้างกับบริษัท บริงค์สฯ ชุดสืบสวนจึงมั่นใจว่าพนักงานผู้นี้มีส่วนร่วมด้วยอย่างแน่นอน จึงขออนุมัติออกหมายจับ ก่อนจะแยกกันสอบปากคำพนักงานขนเงินที่เหลือ 11 คน ข้อเท็จจริงที่เปิดเผยออกมาทำให้ตำรวจรู้ถึงสายสนกลในของทีมพนักงานนี้ทั้งหมด...ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินของแบงก์กรุงศรีฯ ด้วยกันทั้งสิ้น
ความจริงคือ...พนักงานขนเงินบริษัท บริงค์สฯ ประจำระยองมีด้วยกัน 11 คน รับผิดชอบนำเงินไปใส่ตู้เอทีเอ็ม 48 ตู้ แบ่งออกเป็น 3 สาย สายละ 3 คนต่อรถขนเงิน 1 คัน ประกอบด้วย หัวหน้าชุด พนักงานขับรถ และการ์ด เมื่อถึงที่หมายพนักงานขับรถจะต้องอยู่ในรถตลอดเวลา ส่วนหัวหน้าจะมีกุญแจ 3 ชุด รหัสเซฟ จะนำเงินสดใส่ตู้แล้วคีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ระบุยอดเงินที่บรรจุใส่ตู้ ส่วนการ์ดมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทว่าแทนที่จะใส่เงินเต็มจำนวนตู้ละ 2 ล้านบาท หรือคีย์ยอดเงินที่แท้จริงลงระบบคอมพิวเตอร์ พวกนี้กลับยักยอกเงินเก็บไว้ส่วนตัวแล้วคีย์ข้อมูลเต็มใส่ลงไป
สมมติว่าตู้แรกมีเงินค้างอยู่ในตู้ 1 แสนบาท ต้องใส่เติมเข้าไป 1.9 ล้าน แต่กลับคีย์ข้อมูลลงไปว่าเติมเงิน 2 ล้านบาท ที่เหลืออีก 1 แสนเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองและพวกพรรค ส่วนตู้ที่ 2-3-4 ฯลฯ ก็ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาเติมเงินครั้งใหม่ยอดเงินแท้จริงจะปรากฏก็นำเงินที่ยักยอกจากตู้อื่นๆ มาใส่ทดแทนหมุนเวียนกันไปเช่นนี้ โดย "จรัญ บุญเทาว์" วัย 31 ปี หัวหน้าพนักงานขนเงินประจำ จ.ระยอง เริ่มทำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2550 เมื่อลูกน้องเห็นว่าทำได้ง่ายแถมตามจับได้ยากเลยทำกันเป็นขบวนการ สุดท้ายเมื่อจะสิ้นสุดสัญญาจ้างความเลยแตก
"เวลาลูกค้ากดเงินจากตู้เอทีเอ็มเครื่องจะบันทึกเอาไว้ว่าเงินถูกกดไปเท่าไร แต่เวลาใส่เงินสดเข้าไปเครื่องจะไม่ได้บันทึก พนักงานขนเงินจะเป็นคนบันทึกข้อมูลเอง หลังจากพนักงานคนอื่นรู้ว่าหาเงินได้ง่ายก็เลยทำกันเรื่อยมาก็เลยโยนบาปไปให้นายณรงค์ที่หายตัวไป ตอนนี้ต้องรอสอบปากคำนายณรงค์ด้วยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่" พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ระบุ
ดังนั้น ตำรวจระยองจึงจับกุมพนักงานขนเงินบริษัท บริงค์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประจำ จ.ระยอง 11 คน ซึ่งมีส่วนยักยอกทรัพย์แบงก์กรุงศรีฯ ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สูญเงินไปกว่า 23 ล้านบาท โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคม หลังเลิกงานพนักงาน 3 คน หนึ่งในนั้นคือจรัญหัวหน้าชุด ได้ชักชวนกันขับรถกระบะมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1ฐ-5301 กรุงเทพมหานคร ไปที่ตู้เอทีเอ็ม สาขากระเฉด ตัดระบบควบคุมไฟในตู้แล้วนำเงินออกมาใส่ถุงดำ นำขึ้นรถขับหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านเพื่อน ส่วนเงินนำไปฝากไว้กับญาติคนหนึ่งในทีม อ้างว่าเป็นปืนห้ามเปิดดู สุดท้ายตำรวจตามไปยึดของกลางกลับคืนมาได้จำนวนหนึ่ง



