
ดำทั้งแผ่นดิน ?
เรียบร้อยไปแล้วสำหรับขั้นตอนเบื้องต้นของการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ของ "แดงแม้ว" ท่ามกลางอาการโล่งอกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร ที่ไม่ต้องออกแรงกันมากนัก
ถึงแม้ว่า จำนวนรายชื่อจะห่างจากยอดที่คุยคำโตไว้ก่อนหน้านี้ ว่า 5 ล้าน 10 ล้าน เอาเข้าจริง "ตู่" จตุพร ก็ยอมรับว่า 3.5 ล้านรายชื่อ
ก็ถือว่า...พอได้ !
ที่ว่าพอได้ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้ ทักษิณ ชินวัตร สิ้นมลทินไปในทันทีทันใด
เพราะยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาว่าเป็นฎีกาเรื่องอะไร ใครมีหน้าที่รับผิดชอบ เพราะถ้าเป็นเรื่องการเมือง หรือเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ
ยังต้องไปดูว่า 3.5 ล้านคนที่เข้ามาเสนอหน้าเกี่ยวข้องอะไรกับ ทักษิณ
ถ้าเอาจุดนี้เป็นเกณฑ์ พ่อแม่พี่น้องทั้ง 3.5 ล้านคน ก็จะต้องผิดหวัง เพราะกฎหมายไม่เปิดช่อง
แต่ถ้าขั้นตอนเลยไปถึงกรมราชทัณฑ์ อธิบดีก็อาจจะปวดหัวนิดๆ เพราะต้องมีข้อเสนอแนบท้ายไปด้วยว่า ผู้ที่จะขอพระราชทานอภัยโทษนั้น หลบหนีการรับโทษ !
ตรงนั้นก็ว่ากันไปตามขั้นตอน
ที่ใครต่อใครพากันงุนงงสงสัยว่า เมื่อ "แดง" ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเสร็จแล้วพากันกลับบ้านอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแบบนี้ มันจะจบเพียงเท่านี้ เพื่อรอพระบรมราชวินิจฉัยอย่างนั้นหรือ ?
ก็ในเมื่อ "ตู่-สู้แล้วรวย" ก็ประกาศอยู่ว่าจะไล่รัฐบาลต่อ...แล้วจะไล่ยังไง ?
วงในที่วางพล็อตป่วนเมืองเขย่าขวัญรัฐบาลเพื่อให้รีบๆ ระเห็จจากทำเนียบนั้น บอกว่า วางเอาไว้ 3-4 ขั้น แต่จะเอาขั้นไหนมาใช้ก่อน ก็ขึ้นอยู่กับว่า ขั้นไหนเขย่าได้ถึงใจกว่ากัน
เพราะแค่อย่างใดอย่างหนึ่งนั้น นายกฯ สุดหล่อของเทพประทาน คงไม่ไปง่ายๆ...ยิ่งงบประมาณยังไม่ออก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต่อให้ถูกทึ้ง ถูกแฉอย่างไร คงไม่ไปแน่ๆ
เพราะฉะนั้นเมื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาสำเร็จ ถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายในเขตวัง แต่ก็ถือว่า "รับรู้"
ขั้นต่อไป ก็น่าจะได้เห็นเซอร์ไพรส์จาก ทักษิณ เป็นการคั่นเวลา ก่อนถึงวันที่ 26 สิงหาคม
ทั้งนี้ วันที่ 19 สิงหาคมนี้ ศาลทหารจะพิจารณาคดี คาร์บอมบ์ คดีที่ ทักษิณ เชื่อแบบฝังหัวว่า มีขบวนการมุ่งร้ายหมายชีวิต
ในวันที่ว่านี้ ก็จะชัดเจนกันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น เป็น "คาร์บอมบ์" มุ่งเอาชีวิต ทักษิณ หรือ "คาร์บ๊อง" ที่มุ่งแต่งเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นการลุกฮือขับไล่ทักษิณ ให้พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
26 สิงหาคม ก็คือวันคล้ายวันเกิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป้าหมายใหญ่ของคนเสื้อแดง ที่ในวันนั้น ไม่แน่ว่า จะแต่งดำไปเยือนที่บ้านสี่เสาฯ
ใครไม่ไปก็ให้แต่งดำ เพื่อให้ ดำทั้งแผ่นดิน !
นี่คือแผนขั้นที่ 2 หลังจากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเสร็จก็ต้องไปไล่อำมาตย์ ศัตรูของ ทักษิณ เพราะเชื่อว่านี่คือต้นตอที่ทำให้เกิดกระแสว่า ทักษิณ ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์
การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาครั้งนี้ จึงดูจะเป็นเวทีให้ทักษิณ แสดงความจงรักภักดี เสียมากกว่า
การกล่าวปฏิญาณตนไปจนถึงนำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า ทักษิณ ไม่ได้คิดร้ายอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจกัน
เมื่อเคลียร์เรื่อง ความจงรักภักดีแล้ว ที่เหลือก็น่าจะเป็นเรื่องที่ออกไปทางบวก
จะให้ป่วนบ้านป่วนเมือง เผาที่นั่น เผาที่นี่ เหมือนอีตอนช่วงสงกรานต์ ...เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว
3.5 ล้านที่ได้มา ไม่ถึงเป้าที่มุ่งหวัง ก็น่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วันเผาเมืองนั่นส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็มาจากกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งกลไกแขนขาให้ตั้งโต๊ะต้านฎีกา
แต่ถึงกระนั้น คนเสื้อแดงก็เตรียมเข้าสู่การเคลื่อนไหวใหม่ โดยที่กลุ่มเสื้อแดงได้วางยุทธศาสตร์กระจายเครือข่ายไปสู่ทุกจังหวัดที่เป็นรูปธรรม เตรียมตั้งโรงเรียนสีแดงขึ้นทุกจังหวัด บ่มเพาะแนวคิดตั้งแต่ระดับละอ่อน
อาศัยฐานจากที่มี 3.5 ล้านคนนี่แหละ
จะว่าไปพิธีกรรมโดยรวมของการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาน่าจะเป็นบวกต่อ ทักษิณ และแนวร่วม
ถ้าหากไม่ไปพูดถึงเรื่องคดีความอันน่าคับแค้นเฉพาะตัว
เพราะการไปอ้างว่า อนุญาตให้อดีตเมียไปซื้อที่ดินแค่นี้กลับมีความผิด โดยที่ไม่ดูเนื้อหาเจตนารมณ์กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 มันทำให้ภาพลักษณ์ของทักษิณ ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมแม้แต่น้อย
ชิงชังกฎหมายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง จนกลบภาพที่พยายามคัดเรียงร้อยเพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีไปเสียสิ้น
นั่นอาจเป็นเพราะ ทักษิณ บ่มเพาะความรู้สึกคับแค้นไว้ในใจนานร่วม 3 ปี ทุกครั้งที่มีจังหวะจึงอดไม่ได้ที่จะระบายออกมา
และตรงนั้นแหละที่ทำให้ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ที่ทำเพื่อทักษิณ กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ถูกตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โชคดีที่แกนนำเสื้อแดงตัดสินใจเลิกล่าชื่อ เลิกเคลื่อนไหวเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา นั่นอาจเป็นเพราะเข้าใจแล้วว่า 3.5 ล้านชื่อ คือจำนวนที่มากที่สุดแล้ว
"ดำทั้งแผ่นดิน" ก็น่าจะเป็นคำพูดที่เกินจริง !
ณยา ใจกาวัง



