
โฆษกยธ.พร้อมรับลูกรัฐบาลสอบฎีกาช่วย"ทักษิณ"
"โฆษกยุติธรรม"พร้อมรับลูกรัฐบาลสอบฎีกาช่วย "ทักษิณ" เผยที่ผ่านมาฎีกาขออภัยโทษไม่เคยมีปัญหา ชี้เพราะผู้ต้องโทษเขียนด้วยตัวเอง และมีความสำนึกต่อความผิดที่ทำลงไป คาดอาจใช้เวลาตรวจสอบนาน มีคนเสนอวิธีตรวจสอบที่ง่ายแค่เรียกคนในครอบครัว "ชินวัตร" มาแจงจช่วยลดเว
(17ส.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลัง สำนักราชเลขาธิการออกแถลงการณ์ กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และต้องส่งฎีกาให้รัฐบาลว่า สำหรับขั้นตอนตามปกติ สำนักงานราชเลขาธิการจะส่งเรื่องโดยตรงมายังกระทรวงยุติธรรม หรือส่งผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาล
ดังนั้นหากเรื่องฎีกาของพ.ต.ท.ทักษิณ ถูกส่งมายังกระทรวงยุติธรรม ทางกระทรวงจะดำเนินการส่งเรื่องให้กรมราชทัณฑ์ ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งกรมราชทัณฑ์เป็นผู้ประมวลคำพิพากษาของคดี และพฤติการณ์ของผู้ต้องโทษว่าเคยมีพฤติการณ์ หลบหนี หรือไม่ และสำนึกผิดหรือไม่ รวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ ถวายฎีกา ตามประมวลกฎหมายอาญา ในการขอพระราชทานอภัย
หากตรวจสอบแล้วไม่พบว่าผู้มีสิทธิเกี่ยวข้องกับผู้ต้องโทษ จะถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ จากนั้นกรมราชทัณฑ์จะทำหนังสือเสนอความเห็นมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์อย่างไร ขั้นตอนต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอาจจะทำหนังสือทูลเกล้าฯถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ หรือยุติที่รัฐมนตรียุติธรรม เพราะหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย
นายธาริต กล่าวอีกว่า โดยปกติที่ผ่านมาฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษจะเข้าหลักเกณฑ์ ยังไม่มีรายใดไม่เข้าหลักเกณท์ เพราะที่ผ่านมาบุคคลที่เสนอขอพระราชทานอภัยโทษจะเป็นญาติ พี่น้อง และตัวผู้ต้องโทษในเรือนจำ ซึ่งจะเขียนคำถวายฎีกาด้วยตัวเอง ดังนั้นถ้อยคำที่เขียนจะระบุข้อความว่าสำนึกผิดที่ได้รับโทษ แต่กรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เขียนถ้อยคำเองจึงไม่ทราบว่า มีข้อความสำนึกผิด จากใจจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องต้องตรวจสอบ อีกทั้งญาติ พี่น้อง ไม่ลงร่วมลงชื่อถวายฎีกา
นายธาริต กล่าวต่อว่า กระทรวงยุติธรรมจะนำเรื่องเข้าสู่ระบบ พิจารณาเกณฑ์ตามปกติ หากมีปัญหาในการตรวจสอบรายชื่อผู้ร่วมถวายฎีกา กว่า 5 ล้านคน อาจจะตั้งบุคคลเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร แต่มีคนเสนอกระทรวงให้กระทรวงตรวจสอบอย่างง่าย แทนที่จะตรวจสอบรายชื่อทั้ง 5 ล้านคน อาจจะพิจารณาสอบถามผู้มีสิทธิ เช่น ญาติ พี่น้อง ที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะรวดเร็วกว่า แต่จะได้รับความร่วมมือมากน้อยแค่ไหนต้องรอดูอีกครั้ง
“บิ๊กเหวียง” ชี้ปล่อย“ฎีกาแดง”ตามกฎหมาย
พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตผู้บัญชาการทหารบก และที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ปัญหาการเมืองที่มีกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อน้ำเงินออกมาเคลื่อนไหวในตอนนี้ว่า ตอนนี้การเมืองยังไม่นิ่ง ทุกคนทราบดีว่ายังมีกิจกรรมจากทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงินอยู่ ดูแล้วอาจจะน่ากลัว แต่คงไม่มีอะไร เพราะแต่ละฝ่ายแสดงออกอย่างชัดเจน
ตำรวจก็ป้องกันเต็มที่ คงไม่มีปัญหา แต่หากเงียบปล่อยไปก็อาจจะเกิดเรื่องได้ คิดว่าเรื่องไม่น่าจะบานปลาย ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการทันที มั่นใจว่าจะไม่มีการกระทำ 2 มาตรฐาน เพราะที่ผ่านมาตำรวจได้รับบทเรียนมามาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาถวายฎีกามีความเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ตอนนี้สำนักราชเลขาธิการออกมารับฎีกาแล้ว เรื่องน่าจะจบลงได้แล้ว ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย อย่าวิจารณ์กันอีกควรจบได้แล้ว เมื่อถามว่า รัฐบาลพยายามจะใช้กลไกมาขัดขวางการยื่นฎีกา พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า เท่าที่ทราบรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน รัฐบาลจะพิจารณาฎีกาว่าเหมาะสมหรือไม่ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า หากกลับมาก็ต้องมารับโทษ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงได้ทำเรื่องถวายฎีกาไป ตอนนี้ขั้นตอนว่าเหมาะหรือไม่จบไปแล้ว ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายดีกว่า
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าทหารอาจปฏิวัติเพราะบ้านเมืองไม่สงบ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ไม่มี คิดกันไปเอง ใครจะมาทำ ทหารไม่ทำแล้วยุคนี้ เนื่องจากไม่มีเหตุผลที่เพียงพอจะมาทำ หรือหากทำแล้วใครจะรับผิดชอบ ต่างชาติยอมรับไม่ได้ ยุคนี้เป็นยุคประชาธิปไตย หากทำอะไรล้าสมัยคงมีปัญหาตามมา ทหารมีบทเรียนมามาก ขณะนี้ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เพราะหมดยุคแล้ว ทหารยุคนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรที่ขัดสังคมโลกแน่นอน ส่วนเรื่องการปฏิวัติเงียบเช่นกันคงไม่มีใครมาทำ น่าจะเป็นแค่ข่าวที่พูดกันไปเอง



