
ความในใจพสกนิกร การรอคอย และความหวัง...
ความในใจพสกนิกร ที่ระยะทางและการรอคอย มีความหวังเก็บซ่อนในนั้นเสมอ : ณัฐภัทร พรหมแก้ว รายงาน
คุณค่าต่อจิตใจ คนที่สัมผัสถึงกันได้ ล้วนเป็นคนที่รับรู้ถึงความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เฉกเช่นเดียวกัน
ที่หน้าประตูเทวาภิรมณ์ ทางทิศตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง หลายคนเมื่อเดินผ่านซุ้มประตูนั้นออกมา เหมือนได้ทำสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ คือต้องมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ให้ได้
นางสาวศิรินภา เหล่าเท้ง ที่เพิ่งได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เปิดเผยว่า เดินทางมาเข้าคิวตั้งแต่ 6 โมงเช้า และเพิ่งจะถึงคิวเข้าได้ถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อประมาณ 14.45 น. รู้สึกเสียใจที่เราได้สูญเสียพระองค์ท่านไปแล้ว จะจดจำคำที่พระองค์ท่านสอนมาใช้ในชีวิต
"รู้สึกมีบุญ ที่ได้เข้าถวายสักการะ"
นางธษิดา ธาดาบุรพักฒน์ ที่พาบุตรสาวคือเด็กหญิง สุพิชฌาย์ เนื่องจำนงค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่2 เดินทางมาจากจ.ชุมพร เปิดเผยว่าตัวเองมารอเข้าคิวตั้งแต่6โมงเช้า เพื่อเข้าถวายสักการะ เบื้องหน้าพระบรมศพ ถึงแม้ระหว่างรอจะใช้เวลาประมาณ7-8ชั่วโมง ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย ซึ่งตอนแรกที่มาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เข้า ขอแค่ได้พาลูกสาวมาไหว้ข้างกำแพงพระบรมมหาราชวังก็ยังดี แต่เมื่อได้เข้าก็รู้สึกว่าตัวเองมีบุญ คนอื่นมารอนานกว่าเราก็มีคนที่ไม่ได้เข้าไป แล้วพอได้เข้าไปจริงๆ ความรู้สึกนั้นบอกไม่ถูก ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ ไม่อยากมาสักการะพระบรมศพพระองค์ท่าน
ขณะที่บุตรสาว อย่างเด็กหญิงสุพิชฌาย์ ก็บอกว่า การจากไปของพระองค์ท่านเป็นความเสียใจมากที่สุดในชีวิต หนูรักในหลวงเพราะท่านทรงงานหนักเพื่อเรา และคิดว่าคำสอนของท่านจะทำให้เป็นคนดี และเอาไปใช้กับอาชีพในอนาคตได้
"วินาทีแรกที่ได้เข้าไป ยกมือขึ้นไหว้แล้วน้ำตาไหล"
นางสาวชลีวรรณ ปัญญาวัน ชาวสมุทรปราการ เล่าว่า ตัวเองออกจากบ้านตั้งแต่ตี4 มาถึงสนามหลวงเพื่อคิวตอนตี5 แต่กว่าจะได้เข้าสักการะพระบรมศพ ก็เมื่อเวลา 15.30น. ซึ่งก่อนนะเดินทางมาก็ตั้งใจไว้แล้ว รู้ว่าต้องเหนื่อย ต้องเจอกับอากาศร้อน แต่ก็ถือว่าเร็วกว่าที่ตัวเองคาดไว้ เพราะคิดว่ากว่าจะได้เข้าคง5โมงเย็น
"วินาทีแรกที่ได้เข้าไปยกมือขึ้นไหว้แล้วน้ำตาไหล เพราะเสียใจที่สูญเสียพระองค์ท่าน เราโตมาก็เห็นท่านแล้ว จำได้ติดตาว่ารูปแรกของท่านที่เห็นคือรูปที่มีเหงื่ออยู่ตรงปลายจมูก ตอนเด็กๆ ที่ยังไม่รู้อะไรก็คิดว่าพระเจ้าแผ่นดินท่านมาจากดินหรือเปล่า พอโตขึ้นก็เห็นพระองค์ท่านไม่อยู่ในวังเลย เดินทางไปแก้ปัญหาในชาวบ้านทั่วประเทศโดยตลอด ท่านไปทุกที่"
นางสาวชลีวรรณ กล่าวอีกว่า คำสอนของพระองค์ท่านเรื่องความพอเพียงนั้นใช้กับเราได้ทุกเรื่อง เพราะครอบคลุมหมดแล้ว ทั้งเรื่องงาน เรื่องการดำเนินชีวิต
"ท่านทรงงานมาแล้วกี่หมื่นกี่แสนชั่วโมง เรารอแค่นี้ทำไมรอไม่ได้"
นายสมเกียรติ ชัยเดชสุริยะ ประชาชนที่เกินทางมาจากเขตมีนบุรี กทม. เปิดเผยว่า มารอตั้งแต่6โมง เพิ่งจะได้เข้าสักการะพระบรมศพเมื่อตอนเกือบ4โมงเย็นนี่เอง ใจขอแค่ได้มา เรารอแค่นี้ทำไมรอไม่ได้ ลองดูพระองค์ท่านสิ ทรงงานมาแล้วกี่หมื่นกี่แสนชั่วโมง และในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพตนก็จะมาร่วมแสดงความอาลัยอีก
"พอได้เข้าไปแล้ว แม้จะยังไม่ถึงพระที่นั่งดุสิตฯ น้ำตาผมก็ไหลแล้ว เพราะรู้สึกเหมือนขาดพ่อ ขาดคนสำคัญในชีวิตไป ท่านทำให้เราทุกอย่าง ประเทศนี้เจริญได้เพราะท่าน แล้วท่านไม่เคยขออะไรสำหรับตัวท่านเลย ท่านรู้ว่ามีคนไม่รักท่าน แต่ท่านก็ไม่สนใจอะไร ท่านเอาเวลาไปแก้ปัญหา พัฒนาประเทศ สอนให้เรารักกัน โดยที่ไม่ต้องรักพระองค์ท่าน เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรักพระองค์"
"ไม่สบาย ก็ตั้งใจมา"
ขณะที่นางสาวดลภัทร พึ่งแย้ม เล่าว่า ถึงแม้ตัวเองจะได้เข้าสักการะพระบรมศพ เมื่อตอน4โมงเย็น ทั้งที่มารอต่อคิวตั้งแต่ 6โมงเช้า ระหว่างที่รอก็เจอความเหนื่อยล้าจากอากาศร้อน แถมตัวเองก็ไม่ค่อยสบายอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ตั้งใจมา เมื่อมาแล้วก็คิดว่ายังไงก็จะเข้าไปถวายสักการะให้ได้ แล้วก็ได้เข้าไปจริงๆ ตอนนั้นใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่ตรงหน้าพระบรมโกศ อีกใจก็รู้สึกเสียใจที่พระองค์ท่านได้จากเราไปแล้ว
"เศรษกิจพอเพียง จะยั่งยืนในท้ายที่สุด"
ด.ต.ชินภัทร วังแก้ว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.แพร่ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวตั้งใจมา โดยเดินทางออกจาก จ.แพร่ตั้งแต่ 2ทุ่มของเมื่อค่ำวานนี้ เพื่อมาเข้าคิวตอน6โมงเช้า ได้เข้าถวายสักการะเมื่อตอนบ่าย4โมงเย็น และจะเดินทางกลับในช่วงค่ำทันที ตนพูดไม่ถูก รู้สึกเหมือนสูญเสียคนที่รักมากๆไป
"สิ่งที่ผมยกย่องพระองค์ท่านมีหลายเรื่อง แต่เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ปฏิบัติแล้วเห็นผลในระยะยาว ส่วนตัวก็นำหลักดังกล่าวมาค่อยๆ ปรับใช้กับชีวิต เพื่อผลสุดท้ายจะได้อยู่ได้อย่างยั่งยืน"
นี่เป็นแค่ประชาชนบางส่วนที่แม้ต่างที่มา แต่มีจุดหมายเดียวกัน คือขอให้ได้ใกล้ชิดบุคคลผู้ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รัก ถึงอย่างมากที่สุด จะทำได้เพียงกราบสักการะ แต่นั่นถือเป็นช่วงเวลาอันทรงคุณค่าตราบนานเท่านาน



