
ปณิธานเผย18ส.ค.รู้ผลข้อเรียกร้องพม่าปล่อยตัวซูจี
ปณิธาน เผย 18 ส.ค.นี้ จะรู้ผลข้อเรียกร้องพม่าเพิ่มเติมจากที่ประชุมปลัดกระทรวงต่างประเทศอาเซียน รวมถึงข้อสรุปเกี่ยวกับการขอให้ปล่อยตัวออง ซาน ซูจี "กษิต" ชี้รบ.พม่าปล่อยตัว "ยิตทอว์" ทำให้โลกมีความหวังที่พม่ายังฟังเสียงโลกอยู่ พร้อมเผยสหรัฐห่วงเอเซีย-แป
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับนายจิม เว็บบ์ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ พรรคเดโมแครต มลรัฐเวอร์จิเนีย ว่า นายจิมได้เข้าพบและแจ้งให้นายอภิสิทธิ์ทราบเกี่ยวกับการเดินทางไปประเทศพม่า เนื่องจากโดยส่วนตัวมีความสนใจในภูมิภาคนี้และต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาในฐานะสมาชิกรัฐสภาอเมริกัน ซึ่งจะทำคู่ขนานไปกับรัฐบาลอเมริกัน ดังนั้นการเดินทางมาพบนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ก็เพื่อยืนยันว่าสหรัฐฯกำลังปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับเอเชีย เกี่ยวกับพม่า และเน้นว่าคนอเมริกันจำเป็นต้องรับรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในภูมิภาคและประเทศพม่า
นอกจากนั้น นายจิมก็ได้เล่าให้ฟังถึงการเข้าพบนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านในพม่า และได้พูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่า การเลือกตั้ง โดยนายจิมมองในภาพรวมทั้งหมดว่าสถานการณ์ในพม่าขณะนี้ดีขึ้นมาก และมีสัญญาณที่ดีที่จะทำให้หลายประเทศได้เข้าไปร่วมทำงาน และร่วมผลักดันทำให้เกิดกระบวนการสันติภาพขึ้นมา แต่ในเรื่องกลไกการเลือกตั้งนั้นทางพม่ายังต้องมีกลไกและปัจจัยอีกหลายอย่าง ซึ่งทุกฝ่ายกำลังเฝ้าดูการมีส่วนร่วมในเรื่องการเลือกตั้งว่าจะเป็นในรูปแบบใด แต่ในฐานะที่เป็นวุฒิสมาชิกก็จะไม่เข้าไปยุ่งตรงนั้น ทั้งนี้นายจิมได้พูดชัดเจนว่าเห็นสัญญาณที่เป็นบวกจากพม่า เพราะการเดินทางไปพม่านั้นได้พบกับทั้งนางออง ซาน ซูจี และได้รับความร่วมมือเกี่ยวกับการใช้หลักมนุษยธรรมกับนักโทษ ส่วนเรื่องการเลือกตั้งและการให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมดนั้นก็จะมีการผลักดันให้เกิดขึ้นต่อไป
เมื่อถามว่านายจิมได้เปิดเผยหรือไม่ว่าการเข้าพบนางออง ซาน ซูจี ได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง นายปณิธาน กล่าวว่า พูดในภาพรวมและได้สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ และกระบวนการเลือกตั้ง เพราะพม่ามีแนวโน้มที่จะจัดการเลือกตั้งตามที่ได้เคยกำหนดไว้ แต่โดยมารยาทจะไม่ระบุชัดเจนเกี่ยวกับข้อความที่มีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่านายจิมได้สอบถามนายอภิสิทธิ์ในฐานะที่เป็นประธานอาเซียนหรือไม่ว่าจะดำเนินการกดดันพม่าอย่างไรต่อไป นายปณิธาน กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ได้ชี้แจงให้ทราบว่าเรากำลังดำเนินการที่จะหาทางส่งสัญญาณบางอย่าง โดยขณะนี้ รมว.การต่างประเทศได้มีการพูดคุยกันและในวันที่ 18 ส.ค.นี้ในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและปลัดกระทรวงการต่างประเทศก็จะมีการปรึกษาหารือกันว่าสัญญาณที่เราจะส่งไป รวมทั้งอาจจะมีข้อเรียกร้องบางอย่างเพิ่มเติม แต่นายอภิสิทธิ์ก็แจ้งว่าเราจะมีจุดยืนและข้อเรียกร้องเพิ่มเติมภายในสัปดาห์นี้ออกมาอีกแน่นอน โดยจะเป็นจุดยืนและข้อเรียกร้องเพิ่มเติมจากแถลงการณ์ของประธานอาเซียนที่ได้ออกไปแล้ว ซึ่งแนวทางของจุดยืนใหม่นี้ก็จะเกี่ยวกับคำพิพากษา โดยเรามีจุดยืนที่ชัดเจนว่าเราจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของพม่า ส่วนเรื่องการคว่ำบาตรนั้นก็มีการพูดคุยกันซึ่งจุดยืนของอาเซียนก็ชัดเจนว่าเราไม่เห็นด้วยกับแนวทางการคว่ำบาตร เพราะคนที่จะได้รับผลกระทบก็คือประชาชนชาวพม่าส่วนใหญ่ และเราจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของพม่า รวมถึงจะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเหมือนกับมาตรฐานที่เราปฏิบัติในประเทศเรา แต่ทางอาเซียนกำลังพิจารณาข้อเรียกร้องเกี่ยวกับคำพิพากษาที่ออกมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการขอให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ทางอาเซียนจะมีท่าทีอย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า พรุ่งนี้ (18 ส.ค.) ในการประชุมระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศคงจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้ก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและก็มีประเทศที่ส่งสัญญาณที่จะสนับสนุนทยอยเข้ามาบ้างแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในชั้นการปรึกษาหารือกันอยู่ คิดว่าไม่เกิน 2 วันนี้คงจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
เมื่อถามว่านายจิมได้ยกประเด็นที่สหรัฐฯจะขอให้ไทยส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นผู้ค้าอาวุธชาวรัสเซียที่อยู่ในประเทศไทยมาหารือหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่มี แต่เรื่องนี้ไทยได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้คดีก็อยู่ในชั้นอุทธรณ์ เราก็คงจะอำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินคดี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาล รัฐบาลไทยก็จะรักษามารยาทโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ แต่เราจะรับฟังข้อคิดเห็น ข้อมูลที่แตกต่างเกี่ยวกับคดีนี้
"กษิต"ชี้รบ.พม่าปล่อยตัว"ยิตทอว์"แสดงฟังเสียงโลกอยู่
ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเวลา 12.10 น. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงผลการหารือกับนายจิม เว็บบ์ ส.ว.สหรัฐ ว่าการเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี และนักโทษการเมืองมา 5 - 6 ปีแล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องความต่อเนื่อง การเป็นไปในประเทศหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ ที่สำคัญ คือ ต้องการแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจที่ต้องการเห็นพม่าเป็นสังคมประชาธิปไตย และประชาชนได้รับสิทธิและเสรีภาพเหมือนประชาชนในประเทศอื่นซึ่งพม่ามีโร้ดแม็ปและมีการเลือกตั้งปีหน้า สถานะล่าสุด ของนางออง ซาน ซูจี คือ ได้รับโทษจำคุก 3 ปี และพล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือกักบริเวณในบ้าน 18 เดือน และมีเสรีภาพพบปะผู้คนได้ และแสดงความคิดเห็นได้ตามสมควร ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เราเคารพและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ภารกิจของพม่า คือ การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมและกฎบัตรอาเซียน แต่ตราบใดที่นางออง ซาน ซูจี ยังไม่ได้รับอิสรภาพก็ยังเป็นเรื่องคาใจ และเป็นจุดที่โลกทั้งโลกเห็นว่ายังไม่มีสิทธิเสรีภาพ ขณะเดียวกัน อยากให้การปรองดองแห่งชาติ
นายกษิต กล่าวอีกว่า หลังจากทราบว่านางออง ซาน ซูจี ถูกคุมขังต่อตนก็หารือกับ รมว.ต่างประเทศอาเซียนทั้งหมด และผ่านระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศของสมาชิกอาเซียนว่าจะร่วมกันขอร้องรัฐบาลพม่าเพื่อปล่อยตัวนางซูจีได้หรือไม่ และยังได้พูดคุยกับรมว.ต่างประเทศหลายคน โดยร่างนี้เวียนให้สมาชิกอาเซียนทราบ ล่าสุดพม่าปล่อยตัวนายยิตทอว์ ทำให้มีความหวังว่าคงจะมีการพิจารณาเรื่องนางซูจีไปด้วย สะท้อนเรื่องมิตรจิตมิตรใจพม่า เราน่าจะวิงวอนขอร้องรัฐบาลพม่าต่อไป เราเวียนร่างหนังสือนี้ไปให้สมาชิกอาเซียนทราบแล้ว และจะมีการประชุมระดับปลัดกระทรวงหรือเจ้าหน้าที่อาวุโสในวันที่ 19 - 20 ส.ค. นี้ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และตนมีหนังสือเวียนไปยัง รมว.อาเซียนทั้งหมดเพื่อให้ som เห็นร่างและช่วยดูว่าจะทำให้ร่างนี้แล้วเสร็จได้หรือไม่เพราะทุกฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกันอย่างเป็นเอกภาพ
ต่อข้อถามว่าเหตุใดจึงไปหารือกับ รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์ นายกษิต กล่าวว่าตนไปประชุม jc กับรมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ที่รัฐซาบา ประเทศมาเลเซีย ในขณะที่มีเรื่องของนางซูจีพอดี ตนจึงหารือกับรมว.ต่างประเทศมาเลเซียและคุยโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศอีกหลายคน อีกทั้ง เครื่องบินต้องบินผ่านที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และได้ติดต่อไปยัง รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งว่างวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. และรมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ว่างวันเสาร์ที่ 15 ส.ค. และไม่เป็นภาระ ตนไม่มีกำหนดการอะไร จึงไปนั่งดูเรื่องร่างว่าจะแก้ไขกันอย่างไรต่อไป รมว.ต่างประเทศเวียดนามก็มีท่าทีอันดี
ต่อข้อถามว่าท่าทีของลาวและเวียดนามดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับการที่ไทยทำหนังสือเวียนขอร้องให้พม่าปล่อยตัวนางซูจี เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องกิจการภายใน นายกษิต กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตนเพิ่งพูดโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศเวียดนาม ซึ่งมีข้อเสนอแนะที่ดี และนำไปสู่ในที่ประชุม som ที่จาการ์ตา ทุกคนมีท่าทีสร้างสรรค์ และห่วงกังวลความเป็นปึกแผ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและเคารพกระบวนการยุติธรรมของพม่า เรื่องนางซูจีเป็นเป้าของอาเซียนและโลก พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวหรือไม่พูดจากัน ทุกคนอยากจะนำพาอาเซียนไปข้างหน้า
"อยากให้ซูจีมีสิทธิเสรีภาพ เว็บบ์เล่าให้ฟังว่าพูดอะไรกับพม่า รัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาอยากจะทบทวนนโยบายต่อพม่า และอยากจะยื่นมือถึงทุกคนในเรื่องนี้ การที่พม่าปล่อยนายยิตทอว์เป็นสิ่งที่ดีในด้านมนุษยธรรม เพราะนายยิตทอว์ป่วยหลายโรค เขาเป็นคนอเมริกัน การปล่อยตัวนายยิตทอว์ คนที่เป็นต้นเหตุ ทำให้มีความหวังและสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลพม่าฟังโลกอยู่และมีกปฏิกิริยาในเชิงบวก
ต่อข้อถามที่ว่า ส่งสำเนาหนังสือเวียนไปให้พม่าแล้วใช่หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ใช่ และเย็นนี้ 17.00 น. มีนัดกับทูตพม่า และทูตพม่าก็พบกับรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ขณะเดียวกัน นายบรรณสาร บุนนาค ออท.ย่างกุ้ง พบปะกับทูตพม่าและฝ่ายพม่าเพื่อปรึกษาหารือกัน รัฐบาลพม่าก็ทราบอยู่ว่าเราทำอะไรกัน ขั้นตอนต่อไป เมื่อมีการลงฉันทามติแล้วก็จะให้ประธานอาเซียนลงนาม
เมื่อถามว่า มองอย่างไรในการที่สหรัฐส่ง ส.ว. มา นายกษิต กล่าวว่า นโยบายโอบามาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และอนุภูมิภาค รวมทั้ง อาเซียน อีกทั้งสหรัฐมีความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นคู่ค้าใหญ่โดยรวม
เมื่อถามว่า ส.ว.เว็บบ์ ขอร้องอะไรเป็นพิเศษกรณีซูจีหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า สหรัฐอยากจะเอาตัวนางซูจีออกมาเต็มที และไทยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสหรัฐเรื่องหนังสือเวียนด้วย เราจะทำอะไร เราขอความเห็นจากเพื่อนอาเซียน



