ข่าว

สวนกุหลาบ-อะโวคาโดของพ่อที่"ทุ่งเริง"

สวนกุหลาบ-อะโวคาโดของพ่อที่"ทุ่งเริง"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โดย - โตะข่าวเกษตร


           “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง” ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มูลนิธิโครงการหลวง ได้เริ่มดำเนินโครงการเมื่อปี 2521 บนพื้นที่ 7 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้านมีราษฎรอาศัยอยู่ 169 ครอบครัว เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง 3 หมู่บ้าน คือห้วยกวาง น้ำชุ่ม บ่อแง๊ก และชาวพื้นเมืองอีก 1 หมู่บ้าน คือ แม่ขนิน ทั้ง 4 หมู่บ้านยึดอาชีพเป็นเกษตรกร

            การจัดตั้งศูนย์ฯ ทุ่งเริง วัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารบริโภคในครัวเรือน โดยได้นำเอาเทคโนโลยีและแนวทางการผลิตตามหลักวิชาการแผนใหม่ ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ ให้เกษตรกรรู้จักการทำเกษตรแบบอนุรักษ์ มีที่ดินทำกินอย่างถาวร ยุติการทำไร่เลื่อนลอย เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

สวนกุหลาบ-อะโวคาโดของพ่อที่"ทุ่งเริง"

 

            ทั้งนี้ ด้วยสภาพพื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำเกษตรไม่ค่อยได้ผล ผลผลิตต่อไร่ต่ำมาก กว่า 90% เกษตรกรต้องอาศัยน้ำฝนในการปลูกพืช ปริมาณน้ำในลำห้วยธรรมชาติมีน้อยชาวบ้านจึงทำการเกษตรในลักษณะทำไร่เลื่อนลอยบุกรุกพื้นที่ป่ามากขึ้นทุกปี เพื่อหาพื้นที่เพาะปลูกใหม่

            ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง การดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ส่วน คืองานวิจัย ได้แก่ ทดสอบพันธุ์ไม้ดอก ไม้ผล ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อีกส่วนคืองานส่งเสริม ซึ่งศูนย์ฯได้จัดหาพืชพันธุ์ต่างๆ อาทิ พืชไร่ มีข้าวไร่ ข้าวนาดำ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ขิง กระเทียม,พืชผัก ได้แก่ กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหางหงส์ แครอท เป็นต้น ด้านไม้ผล มีอโวคาโด พลับ บ๊วย ลิ้นจี่ และไม้ดอก เช่น กุหลาบ เป็นต้น โดยมีพืชเกษตรกรรมเด่น ที่ทำรายได้ให้แก่ศูนย์ฯ และเกษตรกรคือ ขิง พลับ อโวคาโด และกุหลาบ

            สำหรับผลผลิตทางการเกษตรของราษฎรที่อาศัยรอบศูนย์ฯ ทั้ง 4 หมู่บ้านนั้น ประเภทพืชผัก ได้แก่ ยอดซาโยเต้ ดอกกุยช่าย พริกเม็กซิกัน แตงกวาญี่ปุ่น กะหล่ำปลี พริกหวานเขียว พริกหวานแดง มะระขาว ผัดกาดขาวปลี มะเขือม่วงก้านเขียว แครอท ลูกฟักแม้ว ถั่วแขก และฟักทองญี่ปุ่น พื้นที่ปลูกกว่า 200 ไร่ เกษตรกรปลูกกว่า 100 ราย

            ประเภทไม้ผล ได้แก่ อะโวกาโด มะละกอ เสาวรสหวาน กล้วย ลิ้นจี่ พื้นที่ปลูก 570 ไร่,พืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวไร่ ถั่วลิสง พื้นที่ 260 ไร่ เกษตรกรกว่า 100 ราย, ไม้ดอก ได้แก่ กุหลาบตัดดอก พื้นที่ 15 ไร่ และพืชสมุนไพร ได้แก่ เจียวกุหลัน อิตาเลี่ยนพาสเล่ย์ เซอวิล ออริกาโน ตังกุย เลมอนทาร์ม โรสแมรี่ เป็นต้น

 

สวนกุหลาบ-อะโวคาโดของพ่อที่"ทุ่งเริง"

 

             เมื่อครั้งที่ นายสืบศักดิ์ นวจินดา ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เคยบอกว่า ศูนย์ฯเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ปี 2523 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่ทำไร่เลื่อนลอยมาปลูกอะไวคาโด ผักซาโยเต้ (มะระหวาน) จนกลายเป็นว่าปัจจุบันบริเวณศูนย์ฯแห่งนี้ เป็นแหล่งปลูกอะโวคาโด ที่มีผลผลิตสู่ตลาดปีละถึง 100 ตัน ซาโยเต้กว่า 150 ตัน ทั้งหมดส่งขายให้โครงการหลวง ที่ติดเครื่องหมาย “ดอยคำ” นั่นเอง

             นายสืบศักดิ์ พูดถึงอะโวคาโดที่ปลูกในพื้นที่แห่งนี้ เป็นไม้ผลที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จักกันดี และเป็นที่นิยมบริโภคทั่วโลกปีละมากกว่า 2 ล้านตัน มีทั้งบริโภคสด และสกัดน้ำมันใช้ในอุตสาหกรรมทำเครื่องสำอาง เพราะเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งยังอุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย ทั้งโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย

             ด้าน นายประพันธ์ มาลาศรี หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง บอกว่า อะโวคาโดนั้นมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง ชอบอากาศหนาว ซึ่งจากการทดลองปลูกในประเทศไทยพร้อมกับทำการส่งเสริมให้เกษตรกรหันปลูกทดแทนการทำไร่เลื่อนลอยทำลายป่า แต่หลังจากที่ศูนย์ฯเข้าไปส่งเสริมอาชีพ ปรากฎมีเกษตรกรที่หันปลูกอะโวคาโดราว 70 รายๆละ 1-3 ไร่ มีอะโวคาโดที่ปลูก 8 สายพันธุ์ พันธุ์ปีเตอร์สัน, รูเฮิล, บูท7, บูท8, บัคคาเนีย, เฟอร์เต้, ฮอล และพันธุ์แฮส ซึ่งพันธุ์แฮสถือว่ามีรสชาติอร่อยที่สุดมีเท่าไรขายได้หมด

             “ที่นี่ถือเป็นแหล่งที่ปลูกอะโวคาโดมากที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ โดยเฉพาะของเกษตรกรมี 115 ไร่ ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงเอง เรามี 15 ไร่ โดยผลอะโวคาโค เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวราวกรกฎาคม-ต้นเอนตุลาคมของทุกปี หากนักท่องเที่ยวเข้่ามาในช่วงนั้นจะสามารถซื้อผลอะโวคาโดสดจากต้นไปบริโภคได้ ถือเป็นไม้ผลที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี”นายประพันธ์ แจง

 

สวนกุหลาบ-อะโวคาโดของพ่อที่"ทุ่งเริง"

 

              นายสงวน ตุตานนท์ เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จากบ้านทุ่งเริง ต.บ้านปง อีกคนหนึ่งที่หันปลูกอะโวคาโด บอกว่า เดิมที่ยึดอาชีพทำไร่เลื่อนลอย บุกรุกป่าไปเรื่อยๆ มีรายได้ไม่แน่นอน พอทางโครงการหลวงมาส่งเสริมอาชีพใหม่ จึงเลือกปลูกอะโวคาโด ทำมาราว 20 ปีแล้วในพื้นที่ 3 ไร่ ทำให้มีรายได้ครั้งละกว่า 3 หมื่นบาท ในแต่ละปีอะโวคาโดจะออกผลปีละ 2 ครั้ง ถือว่ารายได้ดีกว่าทำไร่เลื่อนลอยเสียอีก

              ขณะที่ นายซือ แสงท้าว ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เดิมที่ยึดอาชีพเลี้ยงครอบครัวด้วยการปลูกพืชผักขาย เหมือนกับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ที่บ้านน้ำสุม ต.บ้านปง แต่รายได้ไม่ดีนัก ตอนหลังหันมาปลูกกุ้ยฉ่ายขาวป้อนให้กับโครงการหลวง ในพื้นที่เพียง 2 งานเท่านั้นสามารถสร้างรายได้ถึงเดือนละ 2 หมื่นบาท 

              ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง นอกจากจะมีการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรแล้ว ยังพัฒนาเป็นแห่ล่งท่องเที่ยว โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ชมสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ ที่มีแปลงกุหลาบ กว่า 200 สายพันธุ์ มีแปลงสาธิตการปลูกอาโวคาโดหลากสายพันธุ์ ชมแปลงผักอินทรีย์ ทั้งผักกาด กวางตุ้ง ชมวิถีชีวิตชาวพื้นเมืองที่บ้านแม่ขนิลเหนือ ชมประเพณีสู่ขวัญควายที่จัดก่อนฤดูกาลทำนาเพื่อตอบแทนบุญคุณของควายที่ใช้งานไถนาทำให้มีข้าวกิน ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง ฯลฯ

              สำหรับท่านใดสนใจเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ติดต่อได้เบอร์โทรศัพท์สวนกุหลาบห้วยผักไผ่ 099-1351118

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง