ข่าว

สุเทพควงประวิตรแจงกระทู้วุฒิพิทักษ์สถาบัน

สุเทพควงประวิตรแจงกระทู้วุฒิพิทักษ์สถาบัน

17 ส.ค. 2552

“เทพเทือก” ควง “บิ๊กป้อม” แจงกระทู้วุฒิ รมว.กห.โต้กองทัพเปล่าเกียร์ว่างพิทักษ์สถาบัน “เทพเทือก” สั่ง 3 กระทรวงให้ความรู้ป้องสถาบัน

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 17.00 น. มีการประชุมวุฒิสภา มีนายประสพสุข บุญเดช เป็นประธาน เพื่อพิจารณาวาระกระทู้ถามโดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ตั้งกระทู้ถามด่วนนายกรัฐมนตรี เรื่อง บทบาทของกองทัพในการพิทักษ์สถาบันว่า ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา มีบุคคลบางกลุ่มเคลื่อนไหวล่ารายชื่อประชาชนให้ร่วมลงชื่อเพื่อถวายฎีกาขณะที่นายกฯ ส.ส. ส.ว. นักวิชาการ พรรคการเมืองบางพรรค และองค์กรภาคประชาชนจำนวนไม่น้อย เห็นว่าไม่ถูกกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่เข้าข่ายทั้งฎีกาขอพระราชอภัยโทษ และฎีการ้องทุกข์ หากแต่เป็น “ฎีกาการเมือง” ที่มีเจตนาแฝงเร้นอันอาจเป็นผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อสถาบัน จึงต้องการทราบบทบาทหน้าที่ของกองทัพและทหาร

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า กองทัพบกยืนยันปฏิบัติภารกิจ รักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มที่ โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ที่มีการเทิดทูนสถาบัน 2.การถวายความปลอดภัยให้กับสถาบัน แต่เรื่องดังกล่าวกองทัพต้องทำด้วยความระมัดระวัง และไม่สร้างความแตกแยกให้สังคม

 นอกจากนี้ผบ.ทบ.ยังได้กำชับให้กำลังพลช่วยกันชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจในข้อกฎหมาย และขั้นตอนการดำเนินงานต่อสถาบัน รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องการยื่นถวายฎีกาที่พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผบ.ทบ.  ไม่ตอบสื่อ เพราะผบ.ทบ.คำนึงถึงบรรยากาศการเมืองขณะนี้ไม่เหมาะสมที่จะตอบกำถาม เกรงว่าจะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ส่วนการใช้สื่อของกองทัพ ยืนยันได้ใช้สื่ออย่างเต็มที่แล้ว เช่น มีการเสนอโครงการพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง แต่รับปากว่าจะไปดำเนินการเพิ่มเติม และทำเท่าที่ทำได้

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ชี้แจงกระทู้ถามของนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา เรื่องนายกรัฐมนตรี เรื่อง นโยบายการแก้ไขปัญหากรณีการกระทำอันเป็นการกระทบต่อสถาบันเบื้องสูงว่า เรื่องการปกป้องสถาบัน รัฐบาลเห็นว่าเป็นนโยบายที่สำคัญ และพยายามดำเนินการโดยไม่ให้ใครดูหมิ่นสถาบันเบื้องสางเด็ดขาด

 ขณะนี้ได้มอบให้ สตช. กองบัญชาการตำรวจสันติบาล รวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะในสื่อสิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต และวิทยุชุมชน รวมถึงการปราศรัยในที่ต่างๆ ที่อาจกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเบื้องต้นในปี 2552 ได้ตรวจสอบพบแล้ว 35 คดี เตรียมฟ้อง 5 คดี เหลือเพียง 5 คดีไม่มีหลักฐาน

  อย่างไรก็ตามรัฐบาลยืนยันว่าคงไม่มีวิธีอื่นใดที่จะจัดการกับผู้ละเมิดสถาบันได้นอกจากวิธีทางกฎหมาย ส่วนที่ส.ว.ระบุว่าสถาบันเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ยับยั้งความแตกแยกของสังคมได้ รัฐบาลคิดเช่นเดียวกัน และกำลังเตรียมดำเนินการอยู่ โดยให้ความรู้กับประชาชนเพื่อตระหนักถึงปัญหา ช่วยกันรวบรวมหลักฐานไม่ให้ผู้คิดกระทำผิดหมิ่นสถาบันฮึกเหิม

 นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดอบรมผู้นำท้องถิ่น ให้เข้าใจถึงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มอบให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความรู้ในสถานศึกษา และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และนักเรียนที่อยู่นอกโรงเรียน ทั้งนี้รัฐบาลจะนำสิ่งที่ ส.ว.แสดงความเป็นห่วง โดยเฉพาะการถวายฎีกาไปพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป