
เพื่อไทยแนะจับตาเนวินอาจไม่มาฟังศาลตัดสินนัด2
เพื่อไทยได้ทีบอกวิเคราะห์แล้ว อาจมีการเตี๊ยมไม่มาตามนัดหวังศาลเลื่อนซื้อเวลา "กล้ายาง" ชี้ประชาชนช่วยจับตา เนวิน กล้ามาฟังศาลตัดสินนัด 2 วันที่ 21 ก.ย.หรือไม่ "เด็กมาร์ค"เย้ยเสื้อแดงรายชื่อไม่ตามเป้าชี้ฟ้าดินลงโทษ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีกล้ายาง หลังจากที่นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรมว.พาณิชย์จำเลยที่ 5 ไม่มาตามนัด จนทำให้ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 21 กันยายนนี้ ว่ากรณีที่มีจำเลยคือนายอดิศัยไม่มาจนศาลต้องเลื่อนการอ่านคำตัดสินในคดีกล้ายางนั้น สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของคณะวอร์รูมทางการเมืองของพรรค ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นประเด็นใหญ่
และคณะยุทธศาตร์และการเมือง ที่ประเมินว่าอาจมีบุคคลที่เป็นจำเลยจะมาฟังคำตัดสินของศาลไม่ครบ โดยเฉพาะตั้งข้อสังเกตว่านายเนวินมีความมั่นใจมากในการเดินทางมาศาลฎีกา
อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยยังตั้งสังเกตว่าถือเป็นเรื่องบังเอิญอย่างมากกรณีที่นายอดิศัยไม่มาตามนัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจำเลยในจำนวน 44 คนอาจมาไม่ครบ เพื่อซื้อเวลาทำให้ศาลเลื่อนไปก่อนหนึ่งนัด ส่วนครั้งต่อไปนายเนวินจะไปฟังคำการตัดสินของศาลหรือไม่ คงไม่สามารถไปประเมินแทนนายเนวินและพวกได้ แต่มองว่านายเนวินคงประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว ซึ่งก็ต้องไปถามใจนายเนวินดูว่าจะกล้ามาหรือไม่ วันนั้นต้องให้ประชาชนช่วยกันจับตา ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็จะติดตามเรื่องนี้อยู่ และเมื่อถึงวันนั้นก็อาจมีการพลิกผันทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่ไม่ว่าศาลฎีกาจะมีผลอย่างใดอย่างหนึ่งในคดีกล้ายางก็เชื่อว่าจะต้องกระทบกับพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลแน่นอน
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนขบวนไปถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง ของคณะวอร์รูมทางการเมืองของพรรค ที่ก่อนหน้านี้มีความวิตกกังวลอย่างมากเนื่องจาก ได้ทราบข้อมูลที่ออกมาเปิดเผยเมื่อวานนี้ (16 ส.ค.)ว่ามีการจ้างชายฉกรรจ์จาก จ.บุรีรัมย์มาป่วนการถวายฎีกาฯของกลุ่มเสื้อแดง แต่ล่าสุดพบว่าสถานการณ์เป็นปกติดีนั้น คงเป็นเพราะการออกมาเปิดเผยข้อมูลของพรรคเหมือนกับการออกมาปรามไม่ให้มือที่สามเข้ามาป่วนสถานการณ์ เพราะทราบข้อมูลว่ามีผู้บารมีในขั้วอำนาจในรัฐบาล อาจต้องการฉวยจังหวะในการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายมาสอดแทรกการชุมนุมทั้งที่ประชาชนที่มาร่วมการยื่นถวายฎีกา ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ซึ่งต่อไปก็จะได้เป็นบรรทัดฐานในการชุมนุมโดยยึดหลักกฎหมาย ซึ่งหากภาครัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจเคารพในสิทธิของประชาชนก็จะไม่มีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ไม่ออกมาเคลื่อนไหวในคราวเดียวกัน
"เด็กมาร์ค"เย้ยเสื้อแดงรายชื่อไม่ตามเป้าชี้ฟ้าดินลงโทษ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในวันนี้ (17 ส.ค.) ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ ตามที่หลายฝ่ายมีความห่วงใยว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีความอดทน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รักษาการณ์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ที่ได้แสดงฝีมือให้เห็นว่า สามารถที่จะดูแลความเรียบร้อยให้เกิดขึ้น ตามที่รัฐบาลมอบหมายนโยบายไว้
โฆษกประจำตัว หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนจำนวนผู้เข้าชุมนุมในวันนี้ ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่แกนนำคนเสื้อแดงที่ประกาศไว้ว่า จะนำคนจำนวนแสนมาร่วมถวายฎีกาด้วย แต่ยอดจำนวนคนที่มาร่วมจริง ๆ กลับมีเพียงจำนวนสองหมื่นกว่าคนเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ มิหนำซ้ำบรรยากาศทุกครั้งที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ดิน ฟ้า อากาศก็ไม่เป็นใจ มีฝนตกกระหน่ำลงมาทุกครั้ง แม้แกนนำคนเสื้อแดงจะแก้เกี้ยวว่า เป็นการทำฝนเทียมของรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม แต่เห็นได้ชัดว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น ฟ้าดินลงโทษแทบทุกครั้ง
นายเทพไท กล่าวว่า ในส่วนการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ไม่ได้เป็นไปตามที่ประกาศไว้ว่า จะเปิดใจเหตุผลว่าทำไม ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ และใครเป็นตัวการทำลายตัวเอง แต่ในที่สุดก็เป็นการโฟนอินที่มีเนื้อหาเดิม ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หมดประเด็นที่จะเคลื่อนไหวหรือสร้างประเด็นใหม่ ๆ เพื่อมาหลอกลวงคนเสื้อแดงอีกต่อไป
นายเทพไท กล่าวว่า ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศประเด็นเคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็เพื่อเรียกร้องให้ สื่อมวลชน และสังคม สนใจ และเนื้อหาของโฟนอินในครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ คนเดิมที่คิดว่า ตัวเองถูกต้องเสมอ ไม่เคยแสดงความรับผิดใดๆทั้งสิ้น แม้แต่การถวายฎีกาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังไม่เคยแสดงความยอมรับหรือสำนึกผิด ในการกระทำของตนเอง
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องโทษจำคุกนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นเรื่องตลกที่สุด การขายทรัพย์ไม่ผิด ผู้ขายไม่ผิดผู้ซื้อไม่ผิด แต่สามีผู้ซื้อที่ยินยอมให้ทำนิติกรรม ผิด และตนเองไม่มีความเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมว่า สืบอำนาจจากคณะปฏิวัตินั้น พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง พูดความจริงไม่หมด เพราะสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกลงโทษจำคุกสองปี จะไม่มีความผิดได้อย่างไร ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ กลับไปดูกฎหมายการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) มาตรา 100 ว่าตัวเองมีความผิดตามกฎหมายนี้หรือไม่
นายเทพไท กล่าวว่า ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เชื่อถือกระบวนการยุติธรรมของไทย แล้วจะมายื่นถวายฎีกาทำไม ดังนั้น จะเห็นได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนเอาแต่ได้เพียงฝ่ายเดียว เมื่อศาลตัดสินว่า ตัวเองผิด ก็ไม่ยอมรับการตัดสิน แต่เมื่อตัวเองถูกพาดพิงให้ได้รับความเสียหาย ก็จะใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องศาลที่ตนเอง ทั้ง ๆ ไม่มีความเชื่อถือหรือยอมรับ
“ที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าตัวเองเป็นหมากตัวหนึ่ง ที่เขาใช้เดินและทำลายกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศนั้น ผมไม่เข้าใจว่า จะเป็นหมากได้อย่างไร เพราะการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในลักษณะที่ตัวการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม มากกว่าเป็นหมากตัวเล็ก ๆ และการที่พยายามกล่าวหาว่า มีคนหลงอำนาจหลงผลประโยชน์เพียงไม่กี่คน มาเสี้ยมให้เราทะเลาะกัน และเผชิญหน้ากัน ไม่ทราบว่าคนที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาเป็นใคร แต่สังคมน่าจะรู้ดีว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่ ที่มาเสี้ยมให้คนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา"
นายเทพไท กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในวันนี้ เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ โดยอ้างว่าถวายฎีกาเพื่อดับทุกข์นั้น อยากทราบว่า จะดับทุกข์ให้ใคร จะดับทุกข์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียวใช่หรือไม่



