
"หมู ปากน้ำ"ช่วงขาขึ้น ลั่นแชมป์สอยคิวประเทศไทย
นพพล แสงคำ ดีกรีแชมป์เยาวชนโลก รับอยู่ในช่วงฮอตสุดขีด ลั่นอยากสัมผัสถ้วย "แชมป์" ประเทศไทย ที่จ.หนองคายสักครั้ง โดยจะใช้ความสดสยบความเก๋าของรุ่นพี่ ส่วนการเดินทางไปเล่นอาชีพโลกปีหน้าตั้งเป้าอยากติดกลุ่ม 1 ใน 72 คนสุดท้ายก็พอใจแล้ว
นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย และนายสุนทร จารุมนต์ ประชาสัมพันธ์สมาคม ร่วมเป็นประธานงานเลี้ยงแสดงความยินดีฉลองความสำเร็จให้ "หมู ปากน้ำ" นพพล แสงคำ นักสนุกเกอร์วัย 17 ปี ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการเป็นนักสอยคิวเยาวชนไทยคนแรกที่ประกาศศักดาคว้าแชมป์การแข่งขันสนุกเกอร์เยาวชนชิงแชมป์โลก ประจำปี 2009 ที่ประเทศอิหร่าน มาครองได้สำเร็จ ที่ภัตตาคารโฮคิทเช่น เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา
นายสินธุ เปิดเผยว่า เวลานี้ทั่วโลกกำลังจับตามองวงการสนุกเกอร์ไทยเป็นพิเศษ เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาฝีมือนักกีฬาหน้าใหม่ๆ ขึ้นมามาก ไล่ตั้งแต่ "เอฟ นครนายก" เทพไชยา อุ่นหนู คว้าแชมป์สมัครเล่นโลกมาครอง ที่ออสเตรีย จากนั้นก็มาถึง นพพล คว้าแชมป์เยาวชนโลกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ ที่สำคัญเด็กคนนี้พัฒนาฝีมือได้เร็วมาก ใช้เวลาชุบตัวอยู่ในศูนย์ฝึกซ้อมสมาคม ที่กกท.หัวหมาก แค่ปีเศษก็คว้ารองแชมป์เยาวชนเอเชียที่อินเดียมาได้ ล่าสุดหลายชาติได้ติดต่อเอานักกีฬาระดับเยาวชนมาฝึกซ้อมที่ไทย เนื่องจากโค้ช "ต่าย พิจิตร" ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์ วางพื้นฐานและเบสิกต่างๆ ได้ดีมาก จากนี้ไปสมาคมจะเร่งสร้างนักสอยคิวดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการให้มากขึ้น รวมไปถึงงบสนับสนุนจาก กกท.และสปอนเซอร์ต่างๆ ต้องเพียงพอ ถึงจะสร้างนักกีฬาได้
ขณะที่ "เฮียฮง" นายสุนทร ประชาสัมพันธ์สมาคม กล่าวว่า รู้สึกดีใจแทน "หมู ปากน้ำ" ที่นำพาความสำเร็จมาสู่คนไทยอีกครั้ง หลังเมื่อหลายเดือนก่อนตนในฐานะผู้จัดการทีมพา "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" รัชพล ภู่โอบอ้อม ไปคว้าแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีนมาแล้ว จนได้สิทธิ์เดินทางไปแข่งขันอาชีพโลกที่อังกฤษในปีนี้ ส่วนตัวมีความมั่นใจว่า เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกใบนี้ หากทุกคนขยันตั้งใจอดทน และมุมานะอุตสาหะในการฝึกซ้อมก็จะประสบความสำเร็จได้ดีเช่นนี้ อย่างไรก็ตามตนพร้อมจะให้การสนับสนุนและดูแลนักสอยคิวไทยอย่างเต็มที่ เห็นได้จากระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ได้ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด
ด้าน นพพล ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่สมาคมทุกท่านที่ให้การสนับสนุนด้วยดีจนมาถึงวันนี้ได้ หากเมื่อ 4 ปีที่แล้วตอนอายุ 13 ปีไม่ตัดสินใจมาเล่นสนุกเกอร์ก็คงเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง แต่เมื่อมาเล่นสนุกเกอร์อย่างจริงจังและสามารถหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวที่ฐานะก็ไม่ค่อยดีนักก็ทำให้มีความทะเยอทะยานมากขึ้น และทุกครั้งที่ได้เงินรางวัลมาก็จะให้คุณแม่เพ็ญศรีหมด ซึ่งตอนนี้มีเงินเก็บให้แม่กว่า 2 แสนบาทแล้ว จากนี้ไปจะตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม เพราะการไปเล่นอาชีพโลกทุกอย่างต้องเตรียมตัวให้พร้อม ปีแรกตั้งเป้าว่า จะพยายามติดอยู่ 1 ใน 72 คนสุดท้ายให้ได้
ส่วนการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์ประเทศไทย รายการสุดท้ายที่จ.หนองคายนั้น ส่วนตัวจะพยายามตั้งใจคว้าแชมป์มาให้ได้ แม้ว่า จะพบกับรุ่นพี่ที่เก๋ากว่าก็ตาม แต่ตัวเองจะใช้ความสดที่มีอยู่เอาชนะคู่ต่อสู้ ที่สำคัญเวลานี้กำลังอยู่ในช่วงฮอตสุดขีด คิดว่า พบกับใครก็สนุกเร้าใจแน่ โดยนัดแรกวันที่ 19 สิงหาคม รอบ 16 คนสุดท้าย ตัวเองจะพบกับ "เต๊ก หัวหิน" วรวิทย์ สุริยะศรีวรรณ



