ข่าว

กก.สอบซื้อตำแหน่งตำรวจเรียก"ศิริโชค"สอบ

กก.สอบซื้อตำแหน่งตำรวจเรียก"ศิริโชค"สอบ

17 ส.ค. 2552

คณะอนุกรรมการสอบซื้อขายตำแหน่งโยกย้ายตำรวจ เรียก"ศิริโชค"ให้ข้อมูล "พล.ต.อ.นพดล" เผยมีเวลาสอบเพียง15วันเสร็จไม่เสร็จอยู่ที่ข้อมูลที่ได้รับ ยอมรับทุกยุคทุกสมัยมี"เด็กฝาก"นักเมือง ด้าน"ศิริโชค" นำเอกสารหนา 60 หน้ามอบให้มีพยานตำรวจยศรองผู้บังคับการถึงสารวัตร

 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม  นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานอนุก.ตร.คณะพิเศษ ที่ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่ง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ก.ตร.โดยตำแหน่ง เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่ง

 พล.ต.อ.นพดล กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้ได้เรียกนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผู้กล่าวหาตำรวนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งบัญชีโยกย้ายมาทำการสอบสวน การสอบสวนลักษณะการขอดูบัญชีการแต่งตั้งที่มีการทำไปแล้ว เพื่อดูที่มาที่ไปนายตำรวจ ที่มีชื่อในบัญชีมาได้อย่างไร   นอกจากนี้จะต้องถามนายศิริโชคว่าที่ออกมาระบุว่านายพลตั้งโต๊ะเป็นใคร ได้ข้อมูลมาอย่างไร ซึ่งถ้าเขายินดีจะให้ข้อมูลเราก็นำข้อมูลที่ได้ไปตามต่อ ถ้าไม่ให้ข้อมูลก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน นอกนี้คณะกรรมการจะขอเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องถ้าได้หลักฐานก็จะดี ถ้าไม่ได้หลักฐานคดีก็จะทำการสอบสวนยาก

 "นอกจากนั้นจะต้องเรียกผู้บัญชาการทุกกองบัญชาการมาสอบสวนว่าการเสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งยึดหลักอะไร เป็นมาอย่างใด ทำไมถึงมีชื่อคนนี้ในบัญชี มีการสั่งการจากใครหรือไม่ ที่จะให้เสนอชื่อคนคนนี้ขึ้นมา ก็ต้องไล่ดูกัน วันนี้แล้ววันพุธที่ 19 ส.ค.เวลา 10.00 น.จะเรียกมาสอบอีกครั้งซึ่งจะสอบได้หลายคน"พล.ต.อ.นพดล กล่าว

 พล.ต.อ.นพดล กล่าวอีกว่า การสอบสวนคงจะเริ่มจากข้อมูลของนายศิริโชค เป็นหลัก จากนั้นก็จะขยายเข้าไปในภาพรวมว่ามีการเสนอบัญชีขึ้นมาอย่างไร ก็จะไล่ไปทีละกองบัญชาการ ถ้ามีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน อย่างเช่น ย้ายจากกองบัญชการหนึ่งไปกองบัญชาการหนึ่ง ก็ต้องดูเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผู้ที่ได้รับการโยกย้ายมีชื่อในการซื้อขายตำแหน่งจะยุติโยกย้ายเลยหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า คงเร็วเกินไปที่จะตอบแบบนั้น คณะอนุกรรมการไม่ได้มีอำนาจก็ต้องเอาข้อมูลไปให้ผู้พิจารณาบัญชีโยกย้ายเป็นผู้ดำเนินการ ตอนนี้เท่าที่ทราบก็มีนายศิริโชค คนเดียวเป็นผู้กล่าวหา ซึ่งการเชิญทุกกองบัญชาการ มาดูว่ามีการทำบัญชี เป็นไปตามประเพณี เป็นไปตามคำสั่ง ของก.ตร.หรือไม่ ตอนนี้ตนก็ไม่เห็นหลักฐานอะไร ระยะเวลา 15 วันที่ต้องการให้สอบสวนให้แล้วเสร็จ ถ้าเกิดได้รับความร่วมมือก็คงจะทำทัน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือก็อาจจะช้า  วันนี้เราอยากรู้ว่าการไปกล่าวหา สตช. ของนายศิริโชค อยู่บนพื้นฐานอะไร

 เมื่อถามว่าในอดีตท่านเคยมีประสบการณ์ในการแต่งตั้งมาแล้ว เคยมีการซื้อขายตำแหน่งกันหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์เสนอรายชื่อนายตำรวจที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสมอยู่ในกติกา ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้วเหมาะสมเป็นไปตามกติกา ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเสนอไม่ถูกต้องตามกติกา ก็ต้องพิจารณากัน ประเพณีไทย ก็ต้องยอมรับเรื่องของการฝาก แต่ต้องมีเหตุมีผล อย่างเช่นนายตำรวจคนนี้ฝีมือถือเป็นต้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่าสมัยนก่อนมีนักการเมืองฝากบ้างหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า อย่าพูดว่าสมัยไหนเลย เท่าที่ตนรับรู้รับทราบก็มีนักการเมืองฝากมาทุกปี เรื่องนี้ไม่ต้องมาปฏิเสธ ต้องยอมรับความจริงมันชัดเจน

 เมื่อถามว่าสมัยนี้มีมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ไม่ทราบ ว่าฝากมากี่คนไม่มีข้อมูล แต่ระบบของประเทศไทยก็มีทั้งนั้นเรื่องเด็กฝาก แต่เรื่องซื้อขายตำแหน่งตนไม่ทราบ แต่ฝากนั้นมีแน่นอน ใครเป็นลูกน้องใคร ใครจะสนับสนุนใครที่เห็นว่าเป็นคนดีก็สนับสนุนได้ แต่คณะกรรมการชุดนี้จะสอบเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเท่านั้น

 ต่อมานายศิริโชค โสภา เดินทางมาให้ปากคำต่อคณะกรรมการ พร้อมทั้งกล่าวก่อนเข้าให้ข้อมูลว่า นำหลักฐานมาประมาณ 60 หน้า แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ขอสงวนให้แก่คณะกรรมการเท่านั้น เป็นพยานเอกสาร และระบุพยานบุคคลรายละเอียดต่างๆไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่ง 60 หน้านี้มีอะไรต้องไปถามคณะกรรมการ ตนเปิดเผยไม่ได้ แต่มีคำให้การของพยานซึ่งเป็นตำรวจ   ยศรองผู้บังคับการถึงสารวัตร แต่ไม่เปิดเผยว่ามีกี่คน

 เมื่อถามว่ามีรายชื่อนายพลที่ตั้งโต๊ะซื้อขายตำแหน่งหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ก็มีแนวทางในการเชื่อมโยง ส่วนจะเป็นยศอะไรก็ขอสงวนไว้เพราะเป็นเอกสาร พาดพิงไปบุคคลที่สาม เป็นหน้าที่ของคระกรรมการ ในการสอบสวน 

 เมื่อถามว่าเป็นตำรวจที่ใกล้ชิด ผบ.ตร. เป็นนายตำรวจที่รู้ใจและเข้าออกสำนักงานผบ.ตร.ใช่หรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า เอาเป็นว่าตำรวจที่ใกล้ชิด

 เมื่อถามว่า มีใบเสร็จหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ต้องไปนิยามว่าใบเสร็จคืออะไร ในเอกสารเหล่านี้มีความชัดเจน แต่ขอตั้งข้อสังเกตเป็นห่วงว่าอนุก.ตร.ชุดนี้ เป็นอนุฯที่ประกอบด้วยตำรวจ ตำรวจจะมาสอบตำรวจเสียเอง ต้องมีวิธีการที่ทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่น ว่าจะไม่มีการปกป้องกันเอง แต่ตนมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือ และตั้งใจว่าอยากให้งานนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานที่เป็นตำรวจจะมาให้การหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า พยานต้องมาให้การอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่าพยานที่มาให้การเป็นคนที่ถูกเรียกเก็บเงินใช่หรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ต้องไปสอบถามคณะกรรมเอง ถ้าลงลึกไปแล้วมีการพาดพิงหลายคน แต่เป็นตำรวจระดับรองผู้การฯถึงสารวัตร ที่เกี่ยวกับโผการแต่งตั้งโยกย้ายนายพัน แต่ตนก็บอกไม่ได้ว่ามีจำนวนกี่คน ส่วนพยานพร้อมมาให้การหรือไม่ ก็ต้องไปถามคณะกรรมการเอง ตนจะยื่นเอกสารซึ่งคิดว่าเพียงพอแล้ว เอกสารเขียนค่อนข้างชัดเจนว่าต้องทำอะไร มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งที่ผ่านมาด้วยว่าคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกี่คน ตนคิดว่าเป็นการป้องปราม ไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่ง สังคมจะได้ช่วยกันตรวจสอบ แต่ทั้งหมดต้องให้การแต่งตั้งโยกย้ายเกิดขึ้นก่อนจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นไปตามเอกสารหรือไม่

 "ผมพยายามรักษาความลับไม่ได้กั๊กข้อมูลไว้ ในข้อเท็จจริงแล้วเวลาจะไปจับใครที่ทำความผิดต้องให้ความผิดเกิดขึ้นก่อน หวังว่าเมื่อตั้งอนุ ก.ตร.มาตรวจสอบแล้ว สังคมร่วมกันตรวจสอบ ตำรวจดีๆที่ไม่ได้มีการซื้อขายตำแหน่งทำหน้าที่โดยสุจริตสามารถเติบโตได้ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ"นายศิริโชค กล่าว

 เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้เพื่อเรียกร้องความชอบธรรมให้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า คงไม่เป็นแบบนั้นคนละเรื่องกัน ตนทำหน้าที่อธิบายข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีการปล่อยข่าวต่างๆนานาเพื่อทำลายฝ่ายการเมือง ตนก็ทำหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าคืออะไร ซึ่งข้อเท็จจริงก็บังเอิญไปพาดพิงถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเท่านั้นเอง

 เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่พยานจะกล้ามาให้การกับคณะกรรมการ นายศิริโชค กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของอนุฯก.ตร.ที่ต้องดำเนินการ ส่วนตนให้การไปแล้วประมาณ 6-7 หน้า ในส่วนที่ตนชี้แจงไปแล้วนั้นอนุฯกรรมการต้องไปดูว่ามีวิธีการอย่างไร ให้ได้เอกสารพยานเพิ่มเติม เอกสารมาให้ในวันนี้ยังไม่ได้คัดสำเนาไปให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะคิดว่าอนุฯกรรมการชุดนี้ นายสุเทพ เป็นคนตั้งขึ้นมาเพียงนำเอกสารมาให้อนุกรรมการก็เพียงพอแล้ว ในส่วนของตนเองถ้าการแต่งตั้งโยกย้ายเกิดขึ้นแล้วยังมีปัญหาก็เป็นเรื่องของสภาผู้แทนฯที่จะเป็นผู้ดำเนินการ

 "หลายคนมองว่าฝ่ายการเมืองล้วงลูก เนื่องจากไม่ได้โผตามที่ต้องการขออธิบายว่าโผนายพันยังไม่เสร็จ ถ้าจะล้วงลูกก็ต้องให้โผนายพันเสร็จก่อน ถึงจะออกมาโวยวาย เพราะฉะนั้นต้องอธิบายว่าไม่ใช่ มันมีคนที่สูญเสียผลประโยชน์ก็เลยมาพาดพิงเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง"นายศิริโชค กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เป็นผู้ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ซึ่งพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.จะมาปฎิบัติหน้าที่ในวันพรุ่งนี้นายกฯจะให้ไปปฎิบัติราชการที่ไหนอีก นายศิริโชค กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของนายกฯ ตนไม่ทราบ เรื่องนี้ตนก็มายื่นในฐานะส่วนตัว นายกฯไม่ได้ถามอะไร เพียงแต่แนะนำให้ไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ข้อมูลทั้งหมดก็ให้สภาดำเนินการ แต่เมื่อฝ่ายบริหารตั้งกลไกนี้ขึ้นมาตนก็ให้ความร่วมมือ