ข่าว

เด็ก15ปีกตัญญูดูแลยายน้าชาย-อาผู้หญิงสติไม่ดี

เด็ก15ปีกตัญญูดูแลยายน้าชาย-อาผู้หญิงสติไม่ดี

17 ส.ค. 2552

พบเด็กชายวัย 15 ปี ที่อุตรดิตถ์ ยอดกตัญญู รับจ้างทำงานดูแลยายวัย 70 ปี น้าชายและอาผู้หญิงที่สติไม่สมประกอบมานานกว่า 8 ปี แถมเรียนหนังสือเก่ง เผยท้อไม่ได้มิฉะนั้น 3 ปากจะไม่มีกิน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทุกเช้าเวลา 05.00 น.นายเมธี ชูชาติ หรือเท่ อายุ 15 ปี ต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อก่อไฟด้วยเตาที่ยังใช้ฟืนเพื่อหุงข้าวทำกับข้าวง่ายๆ จากนั้นทำความสะอาดบ้านทั้งล้างถ้วย กวาดบ้าน ถูบ้าน นำผ้าของตนเอง ยายจ๋อย เรืองทองศรี อายุ 70 ปี นายบรรเทิง เรืองทองศรี ผู้เป็นน้า อายุ 45 ปี และน.ส.ภาวิณี เรืองทองศรี อายุ 41 ปี ผู้เป็นอา ซักด้วยมือพร้อมตากแดดใต้ถุนบ้านเลขที่ 72 หมู่ 1 บ้านน้ำหมีใหญ่ ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้สภาพเก่าทรุดโทรมใต้ถุนสูง ไม่มั่นคงแข็งแรง ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวขึ้นรถรับ-ส่งไปโรงเรียนทองแสนขันวิทยาคมที่ห่างจากหมู่บ้านระยะทางไปกลับ 40 กิโลเมตร

 นายเมธี กล่าวว่า ตนต้องตื่นแต่เช้าเป็นประจำทุกวันเพื่อเตรียมอาหารและทำงานบ้านก่อนจะไปเรียนหรือทำงาน เนื่องยายชราภาพไม่สามารถทำงานใดๆได้และยังมีโรคประจำตัว รวมถึงสายตายังพร่ามัว มองไม่คอยเห็น ปวดหลังปวดกระดูก ต้องไปหาหมอเป็นประจำ

 ส่วนน้าชายและอาผู้หญิงสติไม่ค่อยดี หากอาการรุนแรง มีความเครียดไม่ได้รับประทานยา อาการกำเริบจะทุบตียายเป็นประจำ หรือบางครั้งหนีออกจากบ้านเข้าป่า สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน ขโมยสิ่งของ จนชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ตนต้องคอยออกตามหา บางครั้งแจ้งความตำรวจเพื่อจับตัวนำกลับมาบ้าน

 “ตั้งแต่จำความได้และที่ยายเล่าให้ฟัง ทราบเพียงว่าพ่อแม่แยกทางกันขณะตั้งท้อง พอคลอดผมได้เพียง 1 เดือนแม่ก็เสียชีวิต ตาและยายจึงอุปการะเลี้ยงดูมา หลังจากตาเสียชีวิต ยายอายุมากทำงานไม่ได้แต่ทุกคนยังต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้ เริ่มทำงานบ้าน หาเงินช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่อายุ 7 ขวบ หรือเรียนอยู่ชั้น ป.1 ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงานประเภทไหนหนัก -เบารับได้ แต่ต้องสุจริต ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะยายสอนเสมอว่าเกิดเป็นคนต้องสู้ อดทน ยืนให้ได้ แล้วชีวิตจะประสบความสำเร็จ ที่สำคัญต้องเป็นคนดี ผมจดจำไว้ตลอด”นายเมธี กล่าว

 นายเมธี เล่าถึงชีวิตตนเองขณะก้มหน้าใช้มือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า วันจันทร์-ศุกร์ เรียนหนังสือให้เข้าใจที่ห้องเรียน สงสัยถามครูและเพื่อน เวลาว่างทำการบ้านให้เรียบร้อย เพราะหลังเลิกเรียนต้องออกไปรับจ้างทำความสะอาดบ้าน โดยตะเวณออกถามและของานเพื่อนบ้าน เพื่อแลกกับอาหารเย็นมาให้ยาย น้า อาได้รับประทาน หากเย็นไหนไม่มีงานก็จะเก็บผักสวนครัวที่ปลูกไว้มาทำกับข้าวที่บ้านยังเลี้ยงไก่พื้นเมือง เพราะจะได้มีไก่และไข่ ที่มีโปรตีนได้รับประทานกัน แม้จะนานๆครั้งก็ยังดี ทุกเย็นก่อนอาบน้ำ อ่านหนังสือ จะขออนุญาตยายไปวิ่งออกกำลังกายที่สนามโรงเรียนประถมศึกษาใกล้บ้าน จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดเวลา เพราะหากตนล้มป่วย ไม่สบาย จะขาดรายได้

 ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รับจ้างทำงานตามท้องไร่ท้องนาตามฤดูกาล ดำนา เกี่ยวข้าว หักข้าวโพด ขุดหัวมันสัมปะหลัง ได้ค่าจ้างวันละ 100-120 บาท วันหยุดไหนไม่มีงานทำจะอาสาช่วยลุง-ป้า เพื่อนบ้านที่มีอาชีพขายเกลือ ด้วยการช่วยแบกขนเกลือเม็ด เกลือป่น ขึ้นรถกระบะ พร้อมออกตระเวนขายทั่ว จ.อุตรดิตถ์ เริ่มตั้งแต่ 07.00 น.ไปจนกว่าเกลือจะหมด เค้าให้ค่าจ้างวันละ 50-60 บาท เงินทั้งหมดจะให้ยายเก็บไว้ เพราะทุกสิ้นเดือนต้องจ่ายค่ารถรับ-ส่งนักเรียนเดือนละ 400 บาท ค่าอาหาร ซื้อข้าว ของใช้ภายในบ้าน

 "บางครั้งท้อ แต่นึกถึงยายก็จะหยุดความคิดนั้นทันที ไม่อยากให้ยายผิดหวัง ชีวิตผมมียายที่เป็นเหมือนพ่อแม่ จึงตั้งใจเรียน ผมไม่เคยห่วงตัวเองแต่ห่วงสุขภาพ ความเป็นอยู่ของยาย น้าและอามากกว่า ทุกวันของทั้ง 3 คนมีกิน มีใช้ ก็พอใจแล้ว วันไหนเงินเหลือยายจะให้ค่าอาหารวันละ 10-20 บาท ส่วนใหญ่ไม่มี เวลาไปเรียนก็ไม่กินอาหารกลางวัน พยายามดื่มน้ำเปล่าที่โรงเรียนจะได้ไม่หิว หรืออยู่ให้ไกลจากโรงอาหาร จะได้ไม่ได้กลิ่นอาหาร อยู่ในห้องสมุดอ่านหนังสือจะได้ลืมความหิว อนาคตอยากเป็นวิศวกร ทำงานหาเงินเลี้ยงยาย พาน้า และ อาไปรักษาให้หายขาด" นายเมธี กล่าว

 นายประมุข ธนวัฒน์ ผอ.โรงเรียนทองแสนขันวิทยาคม กล่าวว่า นายเมธี เป็นเด็กดี ขยัน เป็นที่รักของเพื่อนๆ มีผลการเรียนดี เกรดเฉลี่ย  3.25 มีความประพฤติเรียบร้อย เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนตลอด ทุกปีการศึกษาหากโรงเรียนพิจารณาทุนให้เด็กนักเรียน นายเมธีก็จะเป็น 1 ในจำนวนที่เข้ารับทุน แต่เป็นทุนการศึกษาเพียงปีละ 500 บาท โชคดีที่ปีการศึกษา 2552 รัฐบาลสนับสนุนโครงการเรียนฟรี 15 ปี จึงได้เห็นนายเมธี ใส่ชุดนักเรียนใหม่ พร้อมอุปกรณ์การเรียน ชุดกีฬา

 สำหรับนายเมธี ทราบว่าตั้งแต่เกิดมาชีวิตยังไม่เคยได้สวมใสเสื้อผ้าใหม่ ที่เป็นของตนเองจะมีเพียงเสื้อผ้าของเพื่อนบ้านที่ไม่ใช้แล้วนำมาให้ ทางโรงเรียนประสานผู้มีจิตศรัทราช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาให้กับนายเมธี ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆได้ที่โรงเรียนทองแสนขันวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์

 ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเดินทางไปที่บ้านของเมธี แต่ที่แทบไม่น่าเชื่อหลังจากครูประจำชั้นได้ไปตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียน พบว่าบ้านที่เมธีอาศัยอยู่กับยาย น้า อา เป็นบ้านไม้สภาพเก่า บนเป็นห้องโล่ง ฝาบ้านชำรุดใช้ไม้นำตะปูตอกเรียงกันแต่ไม่มีหน้าต่างหรือประตูแม้แต่บานเดียว ตรงห้องครัวไม่มีผนัง ที่สำคัญบ้านทั้งหลังมีไฟฟ้าให้แสงสว่างเพียง 1 หลอด ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่ว่าจะเป็นดทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า เตาแก๊สยังใช้ฟืนก่อไปในเตาอั้งโล่

 หลังสอบถามนายเมธี ระบุว่า ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยสัมผัสความสะดวกสบาย ไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าแม้แต่ชิ้นเดียว ยังคงใช้ฟืนในการทำอาหาร ไปไหนมาไหนก็เดินหรือขออาศัยเพื่อนบ้าน เพราะไม่มีรถจักรยาน  คิดเพียงว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดี คนขยัน ได้ เชื่อว่าหากมีโอกาสได้เรียนสูงๆมีการศึกษา มีงานทำ ชีวิตจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ