
ฆ่าทุบหัวเสี่ยร้อยล้านดับคาร้านวัสดุก่อสร้างเมืองกาญจน์
เสี่ยร้อยล้านเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างราชาที่ดินปลูกป่ายูคาร้อยล้าน กลายเป็นศพคาดคนร้ายทำทีมาซื้อของก่อนใช้ไม้ทุบจนเป็นศพ ฉกเอาสร้อยทองหนัก 20 บาท หลบหนี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ส.ค. ร.ต.ท.นพนันท์ เรืองเลิศ พงส.สบ.1 สภ.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ว่า พบศพชายนอนผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเลขที่ 333/35 ริมถนนสายแสงชูโต หมู่ 9 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังจากรับแจ้งเหตุ จึงเดินไปที่เกิดเหตุคือร้าน ก.เจริญ เลขที่ 333/35 ม.9 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่า
ภายในรั้วชั้นนอกของร้านดังกล่าวมีคราบเลือดกองอยู่ และมีรอยลากลากยาวผ่านรั้วชั้นที่ 2 เข้าไปจนถึงลานด้านในเป็นทางยาวประมาณ 10 เมตร จึงพบศพ นายกำพล รุ่งชีวัน อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 333/35 ม.9 ต.วังศาลา นอนเสียชีวิตตามเนื้อตัวมีคราบเลือดเกรอะกรัง สภาพไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงแพรเพียงตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ นอนหงายจมกองเลือดข้างรถยนต์ อีซูซุแคป สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บธ 8688 กาญจนบุรี
ประตูด้านซ้ายมีกุญแจรถคาอยู่ พบรองเท้าตกอยู่ 1 คู่ เศษไม้เปื้อนเลือด 1 ซีก แว่นสายตา 1 อัน กระบอกไฟฉายแบบสวมศีรษะส่องแทงกบ ตกอยู่ข้างประรั้วชั้นนอก เจ้าหน้าที่ตร.จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ตายถูกตีด้วยไม้บริเวณใบหน้าช่วงจมูกถึงหน้าผากยุบเนื่องจากถูกของแข็งตีใส่อย่างแรงจนกะโหลกแตกสมองไหล ตรวจสอบภายในร้านพบว่า สร้อยคอทองคำหนัก 20 บาท พร้อมพระเหลี่ยมทอง และแหวนเพชร 1 วง ของผู้ตายได้ หายไป
สอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายอาศัยอยู่ภายในร้านตามลำพังกับคนงาน ที่ผ่านมาเคยมีภรรยามาแล้ว 2 คน แต่ได้เลิกรากันไป ผู้ตายมีฐานะร่ำรวย โดยมีทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท แต่เป็นคนประหยัด และมีนิสัยโผงผาง จึงไม่มีใครอยู่ด้วย นอกจากทำธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างแล้ว ยังปล่อยเงินกู้ และมีที่ดินซึ่งปลูกยูคาลิปตัสอีกกว่า 1,000 ไร่
ปกติผู้ตายจะเปิดร้านในเวลา 07.00 น. และจะปิดเวลา 17.00 น. ของทุกวัน โดยจะหยุดวันอาทิตย์ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า อาจเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ โดยคนใกล้ชิดเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากผู้ตายออกมาเปิดประตูรั้วด้านนอกให้ในช่วงเวลากลางดึกของวานนี้ และคนร้ายได้ใช้ไม้ที่เตรียมมาฟาดเข้าใส่ศรีษะของผู้ตายแบบไม่ยั้งจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด จากนั้นคนร้ายได้ได้ลากศพเข้าไปหลบซ่อนบริเวณลานด้านในของร้าน เพื่อหลบสายตาของผู้คนที่ผ่านไป-มา
พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ ใน อ.ท่าม่วง และเป็นเจ้าของสวนป่ายูคาลิปตัสนับพันไร่ มีฐานะร่ำรวย นับร้อยล้านบาท ปกติผู้ตายจะอยู่ที่ร้านคนเดียว ส่วนคนงาน 5-6 คน เมื่อเลิกงานจะกลับไปนอนที่บ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจจะรู้จักกับคนตาย จึงมาเรียกคนตายตอนค่ำเพื่อทำทีจะซื้อของ ก่อนฉวยโอกาสใช้ไม้ท่อนกระหน่ำตี แล้วลากศพไปไว้ภายในร้าน จนกระทั่งเช้ามีชาวบ้านมาซื้อของ และคนงานจะมาเปิดร้านเห็นรอยเลือด บริเวณประตูรั้วชั้นในของร้าน จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบพบเหตุดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบพบสร้อยคอทองคำหนัก 20 บาท แหวนเพชร นาฬิกาเรือนทอง และ อาวุธปืนขนาด 11 มม. ที่ผู้ตายพกเป็นประจำหายไป
พล.ต.ต.เรวัช กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุการฆ่าในครั้นนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สันนิษฐานไว้ 3 ประเด็น คือ ประเด็นเรื่องปัญหาค่าแรงคนงานกับผู้ตายที่มีข้อพิพาทอยู่เป็นเงินประมาณ 100,000 บาท ประเด็นเรื่องส่วนตัวชู้สาว และประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งตำรวจให้น้ำหนักประเด็นค่าแรงงานมากที่สุด และตนได้สั่งการให้ทาง สภ.ท่าม่วง เร่งคลี่คลายคดีแล้ว



