
เสียงประชาชน ประสานความรู้สึก ผ่าน "เพลงสรรเสริญพระบารมี"
ประชาชนร่วมใจร้องเพลง "สรรเสริญพระบารมี"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ ม.จ.ชาตรี ยุคล ประกาศเชิญชวนประชาชนคนไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกาาถ่ายทำภาพยนตร์ บทเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อใช้ถ่ายทอดในโรงภาพยนต์ พบว่าตลอดช่วงถ่ายทำที่สนามหลวงมีประชาชนทอยอยเข้าพื้นที่จนเต็มพื้นที่ และยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ถ่ายทำได้ ทำให้ต้องยืนอยู่บริเวณรอบนอก เช่น ริมถนนราชดำเนินใน, สะพานผ่านพิภพลีลา , สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เป็นต้น โดยประชาชนที่มีร่วมได้เปิดเผยความรู้สึกถึงการมาในวันนี้
โดยนายจตุรงค์ สมเกียรติเจริญ อายุ 62 ปี อยู่กรุงเทพ อาชีพอิสระ กล่าวว่า ตนตั้งใจมาร่วมบันทึกการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ด้วยคนที่ตั้งใจร่วมงานมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ตนเขาไม่ถึงพื้นที่สนามหลวงซึ่งเป็นบริเวณถ่ายทำ ตนจึงยืนถวายความอาลัยและร่วมน้อมใจรำลึกถึงพระองค์อยู่รอบนอกแทน
นางช่อเพชร เรียมดี อายุ 41 ปี อาชีรพืพนักงานบริษัทเอกชน ได้พาลูกมาร่วมร้องเพลงด้วย โดยตนอยู่ที่รามอินทรา แต่ตั้งใจที่จะมา จึงพาลูกมาตั้งแต่เช้า โดยจอดรถไว้ที่กองทัพเรือ และข้ามเรือมา เพราะอยากมาแสดงความจงรักภักดี และอยากมีส่วนร่วมในการส่งเสด็จและอยากให้ลูกเข้ามามีสวนร่วมเป็นครั้งสุดท้าย อย่างไรตนเดินทางมาทุกเสาร์อาทิตย์ และสัปดาห์หน้าหากว่างก็จะมาอีก
น.ส.นิตยา สารักษ์ อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ กล่าวว่า ที่มาเป็นจิตอาสาบริเวณวัดมหาธาตุ กล่าวว่ามาด้วยยความเต็มใจ มาร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อทำให้ทุกคนที่นั่มีความสุข เพราะมีคนมาเยอะมาก ซึ่งอาจจะขาดสิ่งของหรือซื้อสิ่งของได้ไม่สะดวก รวมทั้งหาที่ทิ้งขยะไม่ได้ เราจึงมาอำนวยความสะดวก บริการเก็บขยะ จะได้ไม่ทิ้งตามพื้น และจะทำให้พื้นที่สะอาด
นายชนสิษฎ์ แก้วอ่อน อายุ 22 ปี อาชีพ ตัวแทนขายประกัน ได้นำน้ำอัดลมมาแจกภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตนเป็นจิตอาสาที่ต้องการมาทำความดีเพื่อในหลวงและช่วยเหลือประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เพรราะเรารู้ดีว่าวันนี้แดดร้อนมาก และประชาชนต้องมาร่วมเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน จึงนำน้ำอัดลมมาแจกจ่าย ปกติก็ได้แจกน้ำให้ผู้ที่ร่วมสักการะพระบรมศพอยู่แล้ว ที่แม่พระธรณีบีบมวยผม แต่วันนี้ไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้
นางภารดี โหตรภวานนท์ ประชาชน กล่าวว่า ที่มาวันนี้เพราะต้องการให้ใกล้ที่สุดก็ยังดี อายุเยอะแล้วเข้าไปเบียดฝูงชนไม่ไหว แต่ไม่มาก็ไม่ได้ อยู่บ้านก็ร้องไห้คนเดียวมันไม่พอ ตอนนี้เราเหมือนขาดความอบอุ่น มีแต่ความหว้าเหว่ที่สูญเสียพระมหากษัตริย์ที่ประเสิรฐที่สุดไป จะชาติไหนก็คงไม่ได้เจออีกแล้ว พระองค์ท่านบรรลุทั้งทางโลก และทางธรรม ซึ่งหายากในตัวคนคนเดียว เราจึงโชคดีที่สุดที่เกิดมาในประเทศไทย



