ข่าว

ปชช.ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯถวายอาลัย

ปชช.ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯถวายอาลัย

22 ต.ค. 2559

ชาวโคราชทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

           เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ต.ค.59 บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่2 นครราชสีมา ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดติดต่อเนื่องกัน 3 วัน ได้มีประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาและข้างเคียง ต่างๆพากันสวนใส่ชุดดำถือสัมภาระ เดินทางเข้ามาเลือกซื้อตั๋วรถโดยสารของบริษัทต่างๆภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเข้าไปร่วมถวายอาลัยและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 อีกทั้งก็เพื่อเข้าไปร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกับประชาชนจากทั่วประเทศที่บริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง

           ขณะที่ประชาชนที่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคต่างบอกว่า การเดินทางเข้ากรุงเทพในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่จะได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดพ่อหลวง ส่วนเรื่องความแออัดที่จะมีประชาชนเป็นจำนวนมาก เดินทางเข้าไปที่กรุงเทพนั้นตนเองไม่กลัวเพราะการเดินทางไปในครั้งนี้ไปด้วยใจที่รักพ่อหลวง

           ด้านนายประสันติ ขาวปลอด หัวหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่2 นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการประเมินในช่วงวันหยุดติดต่อกัน 3 วันนี้ คาดว่า จะมีประชาชน ทยอยเดินทางเข้ามาใช้บริการที่สถานีขนส่ง เพื่อมุ่งหน้าเข้ากรถุงเทพมหานครฯกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทางสถานีขนส่งจึงได้มีการเตจรียมการจัดรถเสริมเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 50 คัน หากพบว่าปริมาณรถที่จัดไว้ในปัจจุบันไม่เพียงพอก็พร้อมที่จะนำมาเสริมเพื่อรองรับบริการประชาชนโดยทันที

 

ชาวมหาสารคามรวมใจแปรขบวนต้นยางนาแสดงความอาลัยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

 

           22 ต.ค.59 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อปวงชนชาวไทย ได้พระราชทานความช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากว่าสามพันโครงการที่ได้นำพสกนิกรไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ยังความผาสุก มาสู่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามให้แก่ วิทยาลัยครูทุกแห่งว่า “สถาบันราชภัฏ” และพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ เป็นตราประจำสถาบันราชภัฏ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานชื่ออาคารอเนกประสงค์สูง 15 ชั้น ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทรงดำรงสิริราชสมบัติด้วยทศพิธราชธรรมเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ และพระวิสัยทัศน์ ส่งผลให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง และพสกนิกรมีความผาสุกร่มเย็น ภายใต้พระบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ของปวงชนชาวไทย

           ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สมาน ศรีสะอาด รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นประธานในการลงนามถวายความอาลัยและกล่าวถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ นักศึกษา กว่า 500 คน ร่วมกันแปลอักษรเป็นรูปต้นยางนา หน้าบริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พร้อมร่วมลงนามถวายอาลัย พร้อมยึดมั่นในแนวพระราชดำริพระบรมราโชวาทเป็นประทีปธรรมนำชีวิตปฏิบัติภารกิจให้สัมฤทธิ์ผล เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ของชาติบ้านเมืองอย่างมั่นคง

 

ชาวจ.พิษณุโลกขึ้นรถไฟฟรีไปถวายความอาลัย-ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายแด่ ในหลวง รัชกาลที่ 9

 

           เมื่อเวลา 07.00 น. วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดขบวนรถไฟฟรีขบวนพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางเข้าร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยกำหนดเที่ยวแรกของวันเสาร์นี้ออกจากสถานพิษณุโลกเวลา 07.30 น. ถึงกรุงเทพฯเวลา 14.15 น. และการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดบริการรถไฟฟรีขบวนพิเศษนี้อย่างต่อเนื่องตลอดไปไม่มีกำหนด ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

           สำหรับบรรยากาศที่สถานีพิษณุโลกเช้าวันนี้ พสกนิกรชาวพิษณุโลกจำนวนมาก ได้นำบัตรประชาชน มาขอตั๋วขึ้นรถไฟฟรีเที่ยวนี้จำนวนมาก หลายคนก็ไปเพียงลำพังคนเดียว แต่อีกจำนวนมาก พากันไปทั้งครอบครัว ซึ่งสถานีรถไฟพิษณุโลก ได้จัดสถานที่ให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน พร้อมกับแจกริบบิ้นดำให้กับประชาชน อีกทั้งยังติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รับทราบ ถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเมื่อเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ ในการจะไปร่วมพิธีถวายความอาลัยที่พระบรมมหาราชวัง

           นางศรีวัน เทียมทอง ชาวพิษณุโลก อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า วันนี้มีความตั้งใจไปถวายความอาลัยในหลวง ไปลำพังคนเดียว อยากไปหลายวันแล้ว เมื่อทราบข่าวว่า มีรถไฟฟรีบริการประชาชนเพื่อไปถวายความอาลัยต่อพระองค์ท่าน จึงมาในวันนี้

           ขณะที่นางสมคิด พรมพิราม ชาวบ้านม.7 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า วันนี้พาครอบครัวทั้งน้องสาว และหลานรวม 7 ชีวิต มาใช้บริการรถไฟฟรีเพื่อไปถวายความอาลัยต่อในหลวง โดยนางสมคิดบอกว่า ยังไม่เคยเข้ากรุงเทพฯเลย วันนี้เป็นวันแรกที่จะไปกรุงเทพฯเพื่อไปถวายความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปถึงที่นั่นก็ยังไม่ทราบว่าจะไปต่ออย่างไร ก็จะสอบถามทางไปเรื่อย ๆ

           นางสมปอง ดาวเรือง ชาวอำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ไม่มีใครที่ดีเท่าในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกแล้ว ท่านทำเพื่อประชาชนจริง ๆ ดูโทรทัศน์ทีไรก็ร้องไห้

           นายเชิดพงษ์ ธำรงโชติ อายุ 58 ปี ชาวบ้านม.8 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นนักดนตรี และครูสอนพิเศษเรื่องดนตรี วันนี้มีความตั้งใจจะไปร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและร่วมถวายความอาลัยต่อพระองค์ท่าน

           สำหรับรถไฟฟรีพิษณุโลก-กรุงเทพฯ และพิษณุโลก-กรุงเทพฯ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนได้เดินทางไปร่วมถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น การรถไฟได้จัดขบวนรถเร็วบริการฟรีเพิ่มจากกรุงเทพฯ – พิษณุโลก ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ โดยจะออกจากกรุงเทพฯ เวลา 19.45 น. ถึงพิษณุโลก 02.03 น. ส่วนจากพิษณุโลก – กรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ พิษณุโลกออก 07.30 น. ถึงกรุงเทพฯ 14.15 น. ผู้โดยสารสามารถขึ้นได้ที่ชานชาลาสถานีพิษณุโลก พิจิตร ตะพานหิน บางมูลนาก ชุมแสง ปากน้ำโพ นครสวรรค์ บ้านตาคลี โพนทอง จันเสน บ้านหมี่ ลพบุรี บ้านหม้อ บ้านภาชี อยุธยา บางปะอิน รังสิต ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน กม.11 บางซื่อ สามเสน กรุงเทพฯ โดยผู้โดยสารต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อรับตั๋วรถไฟในวันเดินทาง เพื่อเป็นการประกันชีวิตให้ผู้โดยสารทุกคน หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง หรือ Call Center 1690 และเฉาพะวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2559 นี้ ซึ่งเป็นวันหยุด ได้จัดเที่ยวนี้เพิ่มเป็นพิเศษอีก 1 วัน ออกจากพิษณุโลกในเวลา 07.30 น. ตามกำหนดการเหมือนเที่ยวเสาร์-อาทิตย์

 

 

ลพบุรี - ชาวมุสลิมน้อมใจแสดงความอาลัยถวายในหลวง

 

           วันที่ 22 ต.ค. นายผลดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานพิธีกล่าวคำแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มัสยิดกลางจังหวัดลพบุรี (มัสยิดนูลูลมูฮายีริน) ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี โดยมีพ่อค้า ประชาชน และชาวมุสลิมจังหวัดลพบุรี ต่างแต่งกายไว้ทุกข์เข้าร่วมในพิธีโดยมีการลงนามถวายอาลัย และอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

           ด้านนายอภิสิทธิ์ บุญรอด ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดลพบุรี ได้นำกล่าวถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก และธรรมราชาผู้ปกครองอาณาประชาราษฎร์ทุกเชื้อชาติศาสนา ทรงเป็นผู้ตั้งมั่นในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งทรงยอมรับศาสนาอื่นๆ ได้เสมอกันทรงสนพระราชหฤทัยในศาสนาอิสลาม และเข้าพระทัยศาสนาอิสลามอย่างลึกซึ้ง แม้รูปแบบการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ของพี่น้องมุสลิมอาจแตกต่างจากพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นอยู่บ้าง การสวรรคตของพระองค์เป็นการจากไปเพียงพระวรกายเท่านั้น หากแต่ยังทรงเป็นพระราชาผู้ทรงคุณธรรมของปวงชนชาวไทย และทรงสถิตมั่นในดวงใจพสกนิกรของพระองค์ตราบนิรันดร์กาล

           นอกจากนี้ ยังมีการติดริบบิ้นซึ่งจัดทำโดยกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ให้กับผู้เข้าร่วมพิธี เพื่อแสดงการไว้อาลัยถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในครั้งนี้อีกด้วย

 

เด็กพิเศษพร้อมคณะครูโรงเรียนศึกษาพิเศษพิจิตร ร่วมลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

           เด็กพิเศษซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิการทางสมองพร้อมคณะครูจากโรงเรียนศึกษาพิเศษจังหวัดพิจิตร กว่า 40 คน เดินทางเพื่อร่วมลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยบรรยากาศแม้ว่าจะอยู่ในความเศร้าโศกแต่ก็แฝงด้วยความน่ารักของเด็กพิเศษซึ่งแม้จะมีความผิดปกติเนื่องจากส่วนใหญ่พิการทางสมอง แต่กับร่วมการลงนามด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับความน่ารักของเด็กพิเศษที่ยกมือไหว้เมื่อเอ่ยถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นแม้เด็กซึ่งมีความผิดปกติทางสมองไม่สมบูรณ์เหมือนเด็กทั่วไปยังรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทุกชั้นทุกวรรณะ

           สำหรับจังหวัดพิจิตรยังคงมีการร่วมถวายความอาลัยด้วยการแสดงออกในหลายรูปแบบทั้งการแต่งกายชุดสีขาว ดำ เพื่อไว้ทุกข์การลงนามถวายความอาลัยตามจุดต่างที่มีการตั้งจุดไว้ทั่วทั้งจังหวัดพิจิตรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี

 

ชาวไทยมุสลิมในจ.พังงา ร่วมแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

           ที่โรงเรียนบ้านบ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ร่วมพิธีถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายหลังจากการละหมาดวันศุกร์ โดยมีดร.ปราโมทย์ แหล่ทองคำ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธี

           ทั้งนี้สำนักจุฬาราชมนตรี เชิญชวนชาวไทยมุสลิมร่วมน้อมถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ตามแนวทางปฏิบัติที่บทบัญญัติศาสนาอิสลามอนุญาต เช่น การแต่งกายสุภาพไม่ใช้สีฉูดฉาด การอ่านคำแสดงความอาลัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรมุสลิมในเวลาก่อนละหมาดวันศุกร์ การนำเสนอธรรมกถาวันศุกร์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ จัดกิจกรรมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านศาสนาอิสลาม และเจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานเพื่อให้นำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขและความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทยสืบไป

           โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกและธรรมราชาผู้ปกครองอาณาประชาราษฎร์ทุกเชื้อชาติและศาสนา พระราชกรณียกิจที่ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยมุสลิมนั้นมากล้นเหลือคณานับ อาทิ ด้านการส่งเสริมการศึกษาหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ทรงให้จุฬาราชมนตรี แปลและจัดพิมพ์อัลกุรอานฉบับความหมายภาษาไทย และได้พระราชทานแก่มัสยิดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาอิสลาม ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยทรงพระราชทานนาม“ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ”ไว้เป็นสถานที่เพื่อบริหารกิจการศาสนาอิสลาม การจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย การติดต่อประสานความเข้าใจกับกลุ่มประเทศโอไอซีและตะวันออกกลาง จนเป็นที่เชิดหน้าชูตาต่อนานาอารยประเทศ ด้านการส่งเสริมการศึกษาของชาวไทยมุสลิม ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยมุสลิมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการส่งเสริมบริหารกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทยและด้านการส่งเสริมยกย่องบุคลากรศาสนาอิสลาม

           การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการจากไปเพียงพระวรกายเท่านั้น หากแต่พระองค์จะยังทรงเป็นพระราชาผู้ทรงธรรมของปวงชนชาวไทยและทรงสถิตมั่นในดวงใจพสกนิกรของพระองค์ตราบนิรันดร์กาล และชาวไทยมุสลิมทุกคนตั้งมั่นที่จะร่วมทำความดีอยู่อย่างพอเพียง ตามรอยพระยุคลบาท และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ