ข่าว

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

21 ต.ค. 2559

พ่อแม่ส่งต่อคำสอน "ในหลวงร .9 " เยาวชนน้อมนำเป็นแบบอย่างชีวิต

     สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว การได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ส่วนใหญ่จะได้ยินจากปากผู้ใหญ่หรือในวันที่มีพระราชพิธีสำคัญ อย่างวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันบรมราชาภิเษก ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา หรือข่าวพระราชกรณียกิจที่สื่อต่างๆ นำเสนอ แต่เมื่อเสด็จสวรรคตจะเห็นได้ว่า มีเยาวชน คนรุ่นใหม่มากมาย ที่ไปติดตามฟังข่าวกันถึงโรงพยาบาลศิริราช แม้กระทั่งการจัดงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วมีประชาชนส่วนใหญ่เฝ้ารอต่อคิวบริเวณท้องสนามหลวง คนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็ไปเป็นอาสาสมัครเก็บขยะ แจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม หรือทำทุกอย่างเท่าที่จะทำกันได้ด้วยความเต็มใจอย่างที่สุด 

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

     “แก้ม” สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์ สาววัย 26 ปี กล่าวว่า ได้รับรู้เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านจากปากผู้ใหญ่และจากข่าวในสื่อต่างๆ แต่ซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยเธอเป็นนักเรียนมาแตร์เดอี ที่ทุกเช้านักเรียนทุกคนต้องร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์ทุกวัน นั่นคือการซึมซับและปลูกฝัง ผนวกการบอกกล่าวของผู้ใหญ่ ทำให้เรารักพระองค์ท่านได้อย่างสุดหัวใจ

     "ยิ่งตอนนี้เมื่อกลับถึงบ้านจะเปิดโทรทัศน์ดูตลอด เพราะจะได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ของพระองค์ท่านอย่างเต็มๆ ไม่มีตัดต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีการนำมาตัดต่อและบอกเล่าผ่านวันสำคัญต่างๆ ของพระองค์ท่าน อย่างวันเฉลิมพระชนมพรรษา หรือวันครบการครองราชย์ วันบรมราชาภิเษก วันราชาอภิเษกสมรส ตอนนี้ได้ดูในทุกช็อต ทุกขั้นตอน แม้กระทั่งพระราชกรณียกิจหรือโครงการพระราชดำริที่ทำให้รู้ว่า ทรงมีถึง 4,500 กว่าโครงการ นั่นเองในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ คิดเลยว่าเรื่องไหนที่เราได้จะน้อมปฏิบัติและยึดมั่นทำไปจนตลอดชีวิต สิ่งที่พระองค์ท่านทำให้เราคือเป็นของขวัญที่พระราชทานแก่ประชาชนคนไทยทุกคน เหมือนทรงปลูกต้นไม้แล้วเราในฐานะคนรุ่นใหม่ก็ต้องช่วยกันรดน้ำพรวนดินเพื่อให้ต้นไม้เติบโต แข็งแรงและออกดอก ออกผลให้คนรุ่นต่อๆ ไป" สาวรุ่นใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

     ไม่ต่างจากนิสิตวัย 18 ปี จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เทพธารินทร์ จารุรักษา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้น้อมนำแนวพระราชดำริพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างตอนนี้ยังเป็นนักศึกษาอยู่ หากมีเงินมากก็สามารถใช้ได้ แต่ต้องใช้ให้พอดี ไม่ใช้เกินตัว ซึ่งคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชข้อนี้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตลอด และจะยึดถืออย่างนี้ตลอดไป

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

       ด้าน ญาณิศา ลิ้มกุลวราภิวัฒน์ อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะวนศาสตร์ ปี 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ พร้อมครอบครัว และเพื่อน กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า เคยมีโอกาสรับเสด็จและเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ใกล้ๆ ครั้งหนึ่งที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากตอนแรกที่เหนื่อยๆ พอพระองค์เสด็จฯ ผ่านความเหนื่อยก็หายไปหมด ถือกล้องถ่ายรูปก็พนมมือก้มลงกราบไม่รู้ตัว จึงรู้สึกทั้งดีใจและผูกพันกับท่าน

      “นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังปลูกฝังให้รักในหลวงและพระราชกรณียกิจที่ทรงทำเพื่อพสกนิกรมาตลอด เมื่อทราบข่าวสวรรคตจึงรู้สึกตกใจมากและตั้งใจในทันทีว่าจะไปรับเสด็จขบวนเคลื่อนพระบรมศพ โดยคอยกราบพระบรมศพอยู่บริเวณสี่แยกศิริราช ตั้งแต่นั้นมาก็ร้องไห้มาตลอด แม้เกิดมาไม่ทันเห็นตอนพ่อหลวงของชาวไทยทรงงาน แต่รู้สึกรักพระองค์มาก ประทับใจท่านทุกเรื่อง ทั้งทรงพระอัจฉริยภาพรอบด้าน ทรงทุ่มเททรงงานอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปวงประชา จากนี้จึงคิดว่าชาวไทยควรสามัคคีกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือให้ประเทศของเราพัฒนาไปข้างหน้าให้สมกับที่พ่อของเราทรงริเริ่มเอาไว้” สาววัย 20 ปี กล่าว 

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

       ขณะที่ รตินันท์ ชิดดี อายุ 19 ปี นิสิตเตรียมแพทยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ซึ่งเดินทางมาพร้อมแม่ เปิดเผยความรู้สึกว่า ศึกษาประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาตลอด ทรงช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งทรงพระปรีชาสามารถรอบด้าน รู้สึกศรัทธาในพระองค์ท่านเหมือนทรงเป็นฮีโร่ประเทศไทยที่ทรงงานเพื่อคนอื่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

   “เวลาเห็นภาพท่านทรงงานตามจังหวัดต่างๆ ทรงเสียสละมาก ทำด้วยหัวใจจริงๆ ส่วนตัวเกิดไม่ทันพระองค์ช่วงที่เสด็จฯ ไปทรงงานยังถิ่นทุรกันดาร แต่มักได้ยินแม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเสมอๆ ตัวเองมีความสามารถทางศิลปะด้วย เวลามีแข่งขันวาดภาพในหลวงก็จะเข้าร่วมตลอด และได้รางวัลตลอด ชอบวาดภาพในหลวงทรงงาน และพระอิริยาบถต่างๆ อีกอย่างคือพระอัจฉริยภาพด้านการแต่งเพลง แต่ละเพลงไพเราะจับใจ เวลาคิดงานหรือต้องใช้สมาธิเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็มักเปิดเพลงพระราชนิพนธ์ฟังเสมอ ชอบเพลง โอ ไอ เซย์, ใกล้รุ่ง เป็นแรงบันดาลใจได้ดีมากๆ” นิสิตเตรียมแพทย์ กล่าว

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

 สิทธินันท์ กุลตัน (ขวา)

       ด้านจิตอาสาวัย 16 ปี สิทธินันท์ กุลตัน นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเทพศิรินทร์ ที่วันนี้มากับเพื่อนๆ 16 คน ทำหน้าที่เข็นวีลแชร์ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการมาร่วมลงนามแสดงความอาลัย บอกว่าทางโรงเรียนประกาศรับอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคมก็ตัดสินใจสมัครทันที เพราะอยากมีส่วนร่วมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นบุคคลที่เคารพรัก แม้ว่าจะเกิดไม่ทันยุคที่พระองค์เสด็จฯ ไปทรงงานทั่วประเทศก็ตาม

     “ได้ฟังพ่อแม่เล่าว่า พระองค์ท่านทรงงานหนักมาก ทรงสอนหลายเรื่องโดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรเลี้ยงตัว ไม่เคยเห็นใครทำงานเพื่อส่วนรวมเท่านี้มาก่อน คิดว่านับจากนี้จะทำความดีถวายพระองค์ เป็นคนดี ตั้งใจเรียน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อีกหนึ่งความตั้งใจคืออยากเข้าโรงเรียนเตรียมทหารหรือไม่ก็ตำรวจ อยากทำหน้าที่รักษาพระองค์” จิตอาสาทำความดีกล่าว

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

อริย์ธัช สิทธิมีธรรม (กลาง)

     นัดแนะเพื่อนๆ อีก 11 คน ตั้งใจมาเป็นจิตอาสาทำความดีถวายพระเจ้าอยู่หัว อริย์ธัช สิทธิมีธรรม อายุ 15 ปี โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน เล่าว่า วันนี้ตนและเพื่อนๆ ไม่มีเรียน จึงตัดสินใจเดินทางจากนครปฐมพร้อมถุงดำเพื่อช่วยกันเดินเก็บขยะตามจุดต่างๆ อยากทำอะไรเพื่อในหลวง การเก็บขยะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด

     “เราเกิดไม่ทันช่วงที่ท่านเสด็จฯ ไปทรงงานต่างจังหวัด แต่ก็ได้เห็นตามสื่อต่างๆ พ่อแม่เล่าบ้าง รู้ว่าท่านทรงทุ่มเททำงานหนักเพื่อประชาชนของท่านมาทั้งชีวิต ตอนรู้ว่าท่านไม่สบายก็เป็นห่วง ยิ่งตอนท่านสวรรคตบอกไม่ถูกเลย หดหู่ รู้สึกว่าเสาหลักของบ้านหายไป เคยรับเสด็จที่โรงพยาบาลศิริราช เห็นท่านแล้วน้ำตาไหล ตื้นตันใจ นับจากนี้ตั้งใจจะทำอย่างที่ท่านทรงสอน บริหารจัดการรายรับรายจ่าย ไม่ฟุ่มเฟือย และทำประโยชน์ให้สังคม” อริย์ธัชกล่าวก่อนขอตัวไปทำดีด้วยการตระเวนเก็บขยะกับเพื่อนๆ ต่อ

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

  แต่งชุดลูกเสือแล้วเดินทางมาพร้อมคุณครู โดยได้รับการบอกกล่าวว่าวันนี้เด็กๆ จะได้ทำความดีถวายในหลวง วิคเตอร์ รูฟโฟโล หนูน้อยลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนจิตรลดา เล่าว่า รู้สึกรักและผูกพันกับในหลวงตั้งแต่มาเรียนที่นี่ คุณครูพูดเสมอว่า ที่นี่เป็นบ้านของพระองค์ ในหลวงทำงาน ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ แล้วนำไปให้ประชาชนใช้เลี้ยงตัว ส่วนตัวเห็นโครงการต่างๆ ของพระองค์ รู้สึกว่าช่วยประชาชนได้จริงๆ วันนี้เลยอยากทำความดีด้วยการเป็นอาสาสมัครเดินเก็บขยะรอบสนามหลวง

ต้นแบบในหัวใจ เติบใหญ่เดินตามรอย

    ลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วรู้สึกตื้นตันใจ นั่นเป็นสิ่งที่ เธียรวรา ตระกูลหาร อายุ 17 ปี ชั้น ม.6 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สามารถรับรู้ได้ เจ้าตัวบอกว่า วันนี้เดินทางมากับครอบครัว คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรมาแสดงความอาลัยให้ได้ เวลานี้เหมือนบางสิ่งบางอย่างได้ขาดหายไปจากชีวิต

     “ซาบซึ้งใจทุกครั้งที่ได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านตามที่ต่างๆ อีกทั้งแม่ก็เล่าคุณงามความดีของท่านให้ฟังเสมอ ยิ่งวันนี้เห็นผู้คนมากันมากมายยิ่งยืนยันว่าทุกคนรักและเทิดทูนพระองค์ จะตั้งใจทำความดีถวาย ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” เธียรวรา เผยด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม