ข่าว

ประชาชนร่วมลงนามถวายความอาลัย อย่างเนืองแน่น

ประชาชนร่วมลงนามถวายความอาลัย อย่างเนืองแน่น

19 ต.ค. 2559

แดด-ฝน ไม่หวั่น เหล่าพสกนิกรพร้อมใจเดินทางมาลงนามถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช

            ประชาชนร่วมลงนามถวายความอาลัย อย่างเนืองแน่น

          วันนี้สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาร่วมลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ภายในศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 น.มีประชาชนมาเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 

ประชาชนร่วมลงนามถวายความอาลัย อย่างเนืองแน่น


           คุณลุงวรณัน แสงทองวัย 72 ปีมาเดินทางมาจาก จ.ยะลา พร้อมด้วยภรรยา คุณป้าชมลภัส วัย 59 ปี ทั้งคู่บอกว่า เดินทางมากทม.เพื่อรอฟังข่าวพระอาการในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม พอทราบข่าวว่าสวรรคต รู้สึกเสียใจมาก แต่ใจก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่พระองค์ท่านควรจะได้พักผ่อนเสียทีหลังจากทรงงานมานานกว่า 70 ปี พอวันรุ่งขึ้นก็มาจับจองที่สักการะพระบรมศพ และตั้งใจจะรอลงนามแสดงความอาลัยก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งวันนี้ก็มารอที่นี่ตั้งแต่เช้า เตรียมตัวมาอย่างดีทั้งในเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสมรวมถึงอุปกรณ์ป้องกันความร้อนด้วย
            "เมื่อก่อนนี้ผมรับราชการครู ผมเคยปฏิญาณกับพระองค์ท่านไว้ว่าจะเป็นข้าราชการที่ดีของพระองค์ ซึ่งผมก็ยึดมั่นมาโดยตลอด ถึงตอนนี้จะเกษียณแล้ว แต่ยังคงน้อมนำแนวพระราชดำริในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหลักการที่จับต้องได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน คือทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตแบบพอมีพอกิน อยู่บ้านก็ปลูกต้นไม้ ปลูกผักเล็กๆน้อยๆ ไว้กิน ทำไปเราก็สบายใจด้วย ทั้งยังสั่งสอนลูก และลูกศิษย์ให้ทำตามด้วย" สองลุงป้าผู้จงรักภักดีกล่าวทั้งน้ำตา

 

ประชาชนร่วมลงนามถวายความอาลัย อย่างเนืองแน่น

              นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ผู้พิการหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิด ผู้ได้รับพระราชทุนการศึกษาจากมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ในระดับปริญญาตรีจากคณะเพอฟอร์แมนซ์ แอนด์ โปรดักชั่น และปริญญาโทโดยได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาในคณะการศึกษาเพื่อคนหูหนวก จากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า เนื่องด้วยคุณแม่เป็นคุณข้าหลวงในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตัวเองจึงได้วิ่งเข้าออกและเห็นพระองค์ท่านทรงงานมาตั้งแต่ยังเล็ก

             " ทุกวันศุกร์เวลากลับไปหาแม่จะเจอพระองค์ท่านโดยมีทรงมีรับสั่งถามว่าสบายดีหรือไม่ ก็ตอบด้วยภาษามือควบคู่กับการพูด ว่าสบายดีครับ แต่คุณแม่จะบอกทุกครั้งว่าพูดครับไม่ได้ ต้องพูดลงท้ายว่าพระพุทธเจ้าข้า แต่พระองค์ทรงมีรับสั่งว่าไม่เป็นไร พูดได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว และทรงยิ้ม พระองค์ท่านทรงมองเห็นพวกเราเป็นระดับชั้นเดียวกันกับคนอื่นในสังคม เคยมีรับสั่งว่าเพราะด้วยสิ่งแวดล้อมที่ทำให้พวกเราพิการ ผมรักท่านด้วยเพราะท่านทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และไม่ถือพระองค์ จากที่เห็นพระองค์ทรงงานหนัด ในฐานะเราคนไทยก็ควรทำประโยชน์ตอบแทนประเทศชาติบ้านเมืองเช่นกัน" 
             ขณะที่ นายบุญยาม เสาจันทร์ เลขาธิการอมูลนิธิคนพิการไทย พิการขารีบเนื่องจากเป็นโรคโปลิโอมาแต่กำเนิด กล่าวว่า ตัวเองมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากพระองค์คอยดูแลเอาใจใส่คนพิการไม่ว่าจะอยู่ต่างจังหวัดหรือชายขอบท่านก็ยังไม่เคยทอดทิ้ง และยังให้โอกาสทางการศึกษา ทำให้คนพิการมีงานทำช่วยเหลือตัวเองได้ และมีศักยภาพทางสังคมได้มีโอกาสแสดงความสามารถไปสู้ระดับโลกทั้งด้านกีฬาและทักษะต่างๆ

ประชาชนร่วมลงนามถวายความอาลัย อย่างเนืองแน่น


             สำหรับช่วงบ่ายยังคงมีประชาชนต่อแถวลงนามถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอย่างเนื่องแน่นท่ามกาลงอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ไม่มีวี่แววว่าพสกนิกรคนใดจะย่อท้อต่อการรอคอย กระทั่งเวลา 14.05น.สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนส่วนมากเตรียมความพร้อมด้วยการพกร่มติดตัวมาด้วย ต่างคนจึงหยิบออกมากางระหว่างต่อแถวลงนามถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล พร้อมทั้งหยิบยื่นน้ำใจแก่คนใกล้เคียงแม้ว่าจะไม่รู้จักกันมาก่อน ขณะที่ด้านข้างศาลาสหทัยสมาคมมีหน่วยงานเอกชนนำร่มสีดำมาแจกให้แก่ผู้สูงอายุด้วย

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเปิดให้ประชาชนเข้าลงนามถวายความอาลัยที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 08.00 ปรากฏว่ามีประชาชนหลั่งไหลมาร่วมลงนามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลา 16.25 น. เจ้าหน้าที่ได้ปิดการลงนาม โดยชุดสุดท้ายจบที่ประตูวิเศษไชยศรี แล้วทะยอยลงนามจนครบทุกคน รวมผู้มาลงนามถวายความอาลัยทั้งสิ้น 37,917 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นจำนวนเงิน 694,182.75 บาท รวมห้าวันเป็นเงิน 1,317,875.75 บาท