ข่าว

ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

18 ต.ค. 2559

พระองค์ท่านโปรด “หลวงแจ่ม” มาก เพราะเป็นสุนัขใหญ่ ใจดี ไม่เคยเกะกะระราน แม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็โปรดเช่นกัน

    ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

   คนไทยจะคุ้นชินกับ “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยในช่วง 15-16 ปีหลังนี้ คุณทองแดงตามเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆ เสมอ แม้กระทั่งระหว่างเสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช คุณทองแดงก็มาอยู่ที่ศิริราชเช่นกัน ภาพที่เหล่าพสกนิกรเห็นคือ ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ในช่วงพระวรกายแข็งแรง ได้เสด็จพระราชดำเนินลงจากชั้น 16 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช สายจูงคุณทองแดงจะอยู่ในพระหัตถ์เสมอ และคุณทองแดงก็เดินเคียงข้างรถเข็นพระที่นั่งตลอดเวลา ไม่มีตื่น ไม่มีกลัว  

ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

    แต่ความจริงแล้วคุณทองแดงไม่ใช่สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยง สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขพันธุ์ไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า “บ๊อบบี้” ต่อจากนั้นก็ยังมีสุนัขพันธุ์เกรทเดน ที่ทรงเลี้ยงเมื่อปี พ.ศ.2500 ชื่อ “คุณสุดหล่อ” พันธุ์ดัลเมเชียนชื่อ “คุณหมามุ่ย” พันธุ์ค็อกเกอร์ สเปเนียล ชื่อ “คุณซูซี่” และ “คุณคุกกี้” ในระหว่างนั้นก็มีสุนัขข้างถนนขนยาวสีขาวที่หลุดเข้ามาผสมกับคุณสุดหล่อ และคุณหมามุ่ย จนท้อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่รับมาเลี้ยงและรักษาขี้เรื้อน พร้อมพระราชทานชื่อว่า“คุณมะลิ” ซึ่งเมื่อถึงกำหนดออกลูกคุณมะลิมีลูกถึง 9 สุนัข และเมื่อความทราบถึงพระองค์ท่านก็เสด็จพระดำเนินมาทรงถ่ายรูปลูกสุนัขทั้งหมด ก่อนที่จะพระราชทานไปให้ข้าราชบริพารเลี้ยงต่อ 

ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”     ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

    และในเวลาต่อมาก็มีคุณทองแดง ซึ่งหลายคนคงจะรู้ประวัติที่มาที่ไปอยู่แล้ว เพราะคุณทองแดงนั้น หลายหน่วยงานขอพระบรมราชานุญาตนำเรื่องราวมาผลิตเป็นหนังสือและการ์ตูน  และคุณทองแดงก็เป็นแม่พันธุ์ที่ดี ทำให้ทรงมีสุนัขทรงเลี้ยงเพิ่มอีกหลายสุนัข และมีชื่อนำหน้าเป็นชื่อขนมว่า “ทอง” พร้อมพระราชทานนามสกุลว่า “สุวรรณชาด” อีกหลายสุนัขทีเดียว รวมถึงยังเป็นที่มาของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่วนพระองค์ รวมถึงเสื้อยืดคุณทองแดงที่ได้รับความนิยมจากคนไทยหาซื้อมาสวมใส่กันอย่างมากมายจนผลิตมาขายแทบไม่ทันทีเดียว ปัจจบันแดงได้เสียชีวิตไปแล้ว

ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

    นอกจากนี้ยังมี “คุณทองกวาว” สุนัขจรจัดที่อยู่บริเวณร้านตัดผมแห่งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงนำมาเลี้ยง และมีลูกกับคุณทองแท้ จำนวน 9 สุนัข เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2543 พระราชทานชื่อให้เป็นชื่อต้นไม้ที่มีคำว่า “ทอง” ผสมอยู่ และพระราชทานนามสกุลว่า เจริญเกศ  อย่าง คุณทองพันดุลย์ เพศผู้ น้ำหนัก 240 กรัม คลอดเอง “คุณทองพันชั่ง” เพศผู้ น้ำหนัก 240 กรัม คลอดเอง “คุณทองมีดขูด” เพศผู้ น้ำหนัก 200 กรัม ผ่าออก (ชื่อนี้มีความหมายว่า เป็นสุนัขตัวแรกที่ต้องใช้มีดผ่าออกมา) “คุณโล่ห์ทอง” เพศผู้ น้ำหนัก 200 กรัม ผ่าออก “คุณทองเดือนห้า” เพศผู้ น้ำหนัก 180 กรัม ผ่าออก และ  “คุณสร้อยทอง” เพศเมีย น้ำหนัก 80 กรัม ผ่าออก (หรือ คุณทองเปี๊ยก เพราะมีตัวเล็กที่สุด) รวมทั้งยังมี “คุณทองหลาง” สุนัขเพศเมียที่เลี้ยงมาคู่กับคุณทองแดง 

ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”  ความสุขของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” 

    พร้อมกันนี้ยังมีเรื่องเล่าที่ใครได้ฟังหรือได้อ่านเป็นต้องอมยิ้มไปตามๆ กัน เรื่องมีอยู่ว่า สุนัขตัวหนึ่งที่อยู่กับเจ้าของที่บ้านข้างวังไกลกังวล เป็นสุนัขเพศผู้ พันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด ซึ่งมีรูปร่างใหญ่โต ขนยาว มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป แม้จะเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันในเขตหนาว แต่ก็มีคนนิยมนำมาเลี้ยงในเขตร้อนอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะเหตุว่าเป็นสุนัขที่มีนิสัยนุ่มนวลน่ารัก เจ้าของจึงยอมจ่ายเงิน 2 หมื่นบาท เพื่อซื้อสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ดมาเลี้ยงไว้ในบ้าน เมื่อได้สุนัขพันธุ์ดี ตัวโต มาเลี้ยงสมความตั้งใจแล้ว ก็ตั้งชื่อฝรั่งให้ว่า“เจ้าเจมส์” ให้สมกับที่เป็นสุนัขที่มีพันธุ์มาจากต่างประเทศ และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี แต่เจ้าเจมส์ก็ดูจะมีอาการผิดปกติกว่าสุนัขทั่วไป คือ เซื่องซึมนิ่งอยู่ทั้งวัน ไม่เล่นซนตามประสา แม้ว่าจะพาไปเที่ยวชายทะเลก็ไม่ได้ตื่นเต้นดีใจที่จะกระโดดวิ่งเล่นเหมือนสุนัขทั่วไป คงนอนมองเฉยอยู่บนรถ จนต้องอุ้มเจ้าเจมส์ลงจากรถ เมื่อลงจากรถแล้วมีเด็กๆ เข้ามาเล่นด้วย เจ้าเจมส์ก็ยังนิ่งเฉย ไม่สนใจ นอนนิ่งไม่เดินไปไหน 

     ดังที่กล่าวมาเบื้องต้นว่า บ้านเจ้าเจมส์นี้อยู่ใกล้วังไกลกังวล  ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2541 รั้ววังไกลกังวลเป็นเพียงรั้วลวดหนามเก่าๆ มีช่องพอที่สุนัขจะเดินลอดเข้าไปในเขตวังได้ แม้กระนั้นก็ยังไม่เคยมีสุนัขตัวใดมุดลอดรั้วนั้นเข้าไป แต่เจ้าเจมส์คงเป็นตัวแรกที่กล้าทำเช่นนั้น และเจ้าเจมส์นี่ล่ะ จะชอบมุดรั้วเข้าไปในวังบ่อยๆ  โดยเฉพาะในเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับ เมื่อเจ้าเจมส์เข้าไปในเขตวังแล้วก็จะวิ่งเล่นร่าเริง เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งทีเดียว มีคราวหนึ่งเจ้าเจมส์หายไปจากบ้านนาน 3 วัน เจ้าของที่เลี้ยงเห็นท่าไม่ดีจึงขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าไปตามเจ้าเจมส์ในเขตวังไกลกังวล ไปพบเจ้าเจมส์อยู่ในห้องครัวฝรั่ง (สมกับที่เป็นสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ) นอนหลับตากแอร์อย่างเป็นสุข เมื่อจะพากลับก็ทำท่าไม่อยากกลับ 

   จากนั้นเจ้าของที่เลี้ยงเริ่มกังวลมากขึ้น เมื่อพระองค์เสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับ ณ วังไกลกังวล จึงพยายามควบคุม สุนัขที่เลี้ยงไว้ไม่ให้ไปเล่นซนใกล้รั้ววัง ด้วยเกรงว่าจะเป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แต่เจ้าเจมส์ก็ยังคงมุดลอดรั้วเข้าไปในวังไกลกังวลจนได้ แทบทุกวันจะมีเจ้าหน้าที่จูงสุนัขตัวโตมาส่งคืนที่บ้านเธอ วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น เจ้าหน้าที่ที่จูงพาเจ้าเจมส์มาส่งแล้วแจ้งว่า เจ้าเจมส์ล่วงเข้าไปถึงเขตพระราชฐานชั้นใน คราวนี้เจ้าหน้าที่กำชับว่า อย่าปล่อยให้เจ้าเจมส์หลุดลอดเข้าไปในวังอีกเป็นอันขาด และจากนั้นไม่นาน เวลาสายวันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่ในวังไกลกังวลมาพบเจ้าของที่เลี้ยง (คุณฉันทนา) ที่บ้าน แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทนมหาภูมิพลอดุลยเดชมีรับสั่งถามหาสุนัขตัวโตที่เคยมาวิ่งเล่นหายไปไหน เจ้าหน้าที่ทราบว่าเจ้าเจมส์เป็นสุนัขของเธอ จึงมาแจ้งให้พาเจ้าเจมส์ไปเข้าเฝ้าฯ ในวัง เวลา 17.00 น. เมื่อทราบเช่นนั้น จึงจัดการอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเจ้าเจมส์อย่างเต็มที่ ก่อนจะพาเข้าเฝ้าฯ หลังจากเข้าเฝ้าฯ แล้ว เจ้าเจมส์ก็ได้อยู่ในวังเป็นเวลา 3 วัน จึงมีเจ้าหน้าที่พากลับมาส่งคืนให้  เธอคิดไตร่ตรองเห็นว่า พระองค์ท่านคงจะโปรดเจ้าเจมส์มาก จึงได้มีรับสั่งหาและโปรดให้อยู่ในวังถึง 3 วัน ฉะนั้นจึงตัดสินน้อมเกล้าฯ ถวายเจ้าเจมส์ ด้วยประสงค์จะทำสิ่งที่พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ 

    เมื่อดำเนินการขอน้อมเกล้าฯ ถวายเจ้าเจมส์แล้ว เจ้าหน้าที่ก็มาติดต่อขอรับตัวเจ้าเจมส์ไปทำความสะอาดให้ได้มาตรฐานก่อนนำเข้าเฝ้าฯ เจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดเจ้าเจมส์อย่างดี ไม่มีกลิ่นตัวติดเลย มีแต่กลิ่นโคโลญจ์หอมฟุ้ง

   ในระหว่างที่นำเจ้าเจมส์เข้าเฝ้าฯ ห่างออกหน่อยมีสุนัขเทศสีแดง ชื่อ ทองแดง ซึ่งทรงเลี้ยงมาอยู่ก่อน นั่งรออยู่ คุณทองแดงวิ่งออกมาเห่าเจ้าเจมส์ ซึ่งต่อมาพระราชทานชื่อใหม่ว่า “หลวงแจ่ม” คุณฉันทนาจึงกราบบังคมทูลถามว่า “เขาถูกกันไหมเพคะ” ทรงรับสั่งตอบว่า “ไม่รู้สิ ยังไม่เคยเจอกัน แต่นี่เขาขี้อิจฉา” รับสั่งพลางทรงชี้ไปที่คุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง

    พระองค์ท่านโปรด “หลวงแจ่ม” มาก เพราะเป็นสุนัขใหญ่ ใจดี ไม่เคยเกะกะระราน แม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็โปรดเช่นกัน อย่างไรก็ดี จะเสียหน่อยก็ตรงที่หลวงแจ่มมีน้ำลายมาก ไหลอยู่ตลอดเวลา ต้องมีคนคอยซับน้ำลายให้เสมอ  และหลังจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสุนัขเพศเมียสุนัขหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของหลวงแจ่ม แก่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำไปเลี้ยงที่วังสระปทุม พระราชทานชื่อว่า “คุณแป๊ะฮวยอิ้ว” ซึ่งก็ขึ้นปกหนังสือสุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาแล้วเช่นกัน

    นั่นเองจึงตอกย้ำความทรงจำของคนไทยอีกเรื่องว่า ความสุขเล็กๆ ที่สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงยิ้มได้คือสุนัขทรงเลี้ยงที่ทรงโปรด  แล้วรอยแย้มพระสรวลของพระองค์นั้นก็ส่งต่อมาให้พสกนิกรในพระองค์ให้ยิ้มตามเสมอ