
เปิดใจ! ‘ลุงพยงค์’ ตีเคียวถวาย ‘ในหลวง’ ร.9
‘พยงค์ ทรัพย์มีชัย’ ช่างตีเคียวถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยสุดอาลัย พร้อมน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 170/3 บ้านต้นโพธิ์ ม.6 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านของนายพยงค์ ทรัพย์มีชัย อายุ 62 ปี ช่างตีเคียวที่ตีเคียวถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินีนาถ ในการเสด็จทรงเกี่ยวข้าวที่ทุ่งมะขามหย่อง ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2538 ซึ่งพบว่าบ้านของนายพยงค์ เป็นบ้านที่ก่อด้วยปูนสองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก และข้างบ้านมีโรงงานเล็ก ๆ สำหรับทำมีดและเคียว รอบ ๆ โรงงานมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเกี่ยวข้าว และในพระอิริยาบถต่าง ๆ มากมาย โดยนายพยงค์ กำลังตีเคียวอย่างตั้งอกตั้งใจ
นายพยงค์ เปิดเผยว่ายังจำแม่นถึงวันที่พระองค์ทรงเกี่ยวข้าวในแปลงนาเป็นวันที่ 14 พ.ค.2538 ซึ่งเกือบ 20 ปีแล้ว ตนดีใจที่ได้เห็นพระองค์ใช้เคียวที่ตนได้ทำขึ้นกับมือ ซึ่งก่อนที่จะถึงวันเสด็จตนได้รับมอบหมายจากทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ทำเคียว จำนวน 2 เล่มเพื่อถวายทั้งสองพระองค์ เป็นเคียวที่ทำจากสแตนเลส ตีด้วยมือ ใช้เวลาประดิดประดอยอยู่หลายวัน ส่วนที่ยากที่สุดคือการ ”แทงและ” คือการใช้ตะไบแทงเข้าไปในส่วนโค้งไล่ให้มีความคม ซึ่งการแทงและเคียวนี้เองทำให้หาคนที่จะมาทำเคียวยากขึ้น ซึ่งตอนนี้ตนก็ทำเคียวอยู่คนเดียว คนงานไม่มีใครอยากทำเพราะเป็นงานประณีต หนัก และอาจจะต้องอดทน
นายพยงค์ ยังบอกว่าเมื่อไม่มีปัญญาที่จะซื้อเครื่องทำให้ท้อแท้ แต่เมื่อนึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำให้ตนเกิดกำลังใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทั้งสองพระองค์ห่วงเกษตรกร และยังจำเป็นที่ต้องใช้เคียว แต่เมื่อทราบว่าพระองค์ทรงสวรรคต ก็ทำให้ตนถึงกับนิ่งหมดเรี่ยวแรง ไม่อยากที่จะทำอะไร วันแรก ๆ ร้องไห้ตลอด แต่วันนี้ก็พยายามทำงานของตนเอง และจะยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถอยู่ได้นั่นเอง



