
ทรัพย์ส่วนพระองค์1,500 บาท กำเนิด"อ่างขาง"โครงการหลวงแห่งแรก
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
บรรดา"สถานีเกษตรหลวง"หรือ "โครงการหลวง" ทั้ง 36 โครงการ สถานีเกษตรกรหลวงอ่างขาง (ดอยอ่างขาง) เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบของโครงการประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ มีชาวไทยภูเขาเผ่าจีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง อาศัยอยู่โดยรอบกว่า 600 ครัวเรือนใน 6 หมู่บ้าน
สถานีเกษตรกรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทดแทนการปลูกฝิ่น หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง โดยเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร ทำให้เกิดสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง เมื่อปี พ.ศ.2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” นั่นหมายถึงการช่วยเหลือชาวเขาที่ปลูกฝิ่นให้เปลี่ยนพื้นที่มาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่า เพราะอากาศบนดอยอ่างข่าง อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีราว 17.7 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูหนาวนั้นอุณหภูมิลดลงถึง -3 องศา อีกทั้ง ทรงเห็นว่าการปลูกฝิ่นยังยากจน ทำลายทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นๆของประเทศ จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น ปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 1,500 บาท ซื้อที่ดินและไร่บริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง เพื่อตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ.2512 ดังกล่าว และทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัย ทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว อาทิ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ ผักสลัด ดอกคาร์เนชั่น แอสเตอร์ เป็นต้น เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขา ในการนำพืชเหล่านี้มาปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามว่า "สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง"
การดำเนินงานของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางส่วนหนึ่งเน้นงานด้านการวิจัย การแพร่และฝึกอบรม เป็นแหล่งวิชาการปลูกพืชบนที่สูงที่สำคัญ เป็นสถานที่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และเกษตรกร พร้อมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพรวม 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหลวง บ้านคุ้ม บ้านนอแล บ้านปางม้า บ้านป่าคา และบ้านขอบด้ง ประชากร 4 เผ่าได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และจีนฮ่อ ปัจจุบันสถานนีเกษตรหลวงอ่างขางกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีแปลงพืชพักเมืองหนาวแบ่งเป็นโซนๆ อาทิ
- สวนแปดสิบ (สวน80) เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งมีดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใส ประดับประดาอยู่มากมาย อันได้แก่ กะหล่ำแฟนซี ซึ่งมีทั้งสีขาว และสีม่วง, เยอบีร่า, รูบาร์ป, คริสต์มาส, เทียนแฟนซี, แซลเวีย แมกโนเลีย คาเมลเลีย ซากุระญี่ปุ่น อัลสโตรมีเลีย แพนซีไวโอล่า และดอกไม้อื่น ๆ อีกมากมาย เป็นสวนที่ตั้งชื่อในวาระที่หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง
- สวนกุหลาบ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของที่ทำการสถานีเกษตร ฯ เป็นที่รวบรวมกุหลาบมากมายหลายสายพันธ์มากมาย ส่วนใหญ่เป็นกุหลาบขนาดใหญ่
- สวนบอนไซ อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
- สวนหอม เป็นสวนที่รวบรวมพรรณไม้ที่มีกลิ่นหอมนานาชนิด อาทิ หอมหมื่นลี้ มิชิเลีย ลาเวนเดอร์ มะลิเลื้อย มะลิเนปาล
- สวนคำดอย เป็นสวนที่รวบรวมพันธุ์ไม้ตระกูลโรโดเดนดรอน (กุหลาบพันปี) สายพันธุ์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยจัดสวนเป็นแบบผสม
- สวนสมเด็จ เป็นสวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงใช้ประทับพักผ่อนในครั้งที่เสด็จสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งในสวนจะมีไม้ดอก ประเภทฝิ่นประดับ ป๊อปปี้ และไม้เมืองหนาวชนิดอื่นๆ
นอกจากนี้ยังมี โรงเรือนกุหลาบตัดดอก ภายในโรงเรือนจะรวบรวมกุหลาบตัดดอกเพื่อการค้า ซึ่งจะมีเอกลักษณ์คือ เป็นกุหลาบที่มีกลิ่นหอม, โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผัก จัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ ที่ปลูกในพื้นที่โครงการหลวงให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม ซึ่งมีผักแปลกหลายชนิด เช่น สวิสชาร์ด กะหล่ำม่วง กะหล่ำดาว อาติโช๊ค รูบาร์บ ฯลฯ, เรือนดอกไม้ เป็นโรงเรือนจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวในร่ม อาทิ เจอราเนียม พิทูเนีย โคมญี่ปุ่น กล้วยไม้ซิมบีเดียม รองเท้านารีพันธุ์ต่างๆ ,ไม้ผลเมืองหนาว มีผลไม้ที่ทำการวิจัยหลากชนิด อาทิ กีวี พีช พลับ พลัม สตรอเบอรี่ มัลเบอรี่
แหล่งท่องเที่ยวอื่นที่อยู่ในใกล้เคียง อาทิ หมู่บ้านคุ้ม ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน อาทิ ชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ
หมู่บ้านนอแล มู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย - พม่า คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย-พม่า
หมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านขอบด้ง เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)
นับเป็นความสำเร็จของโครงการฯอย่างยิ่งใหญ่ อันเนื่องมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ท่านทรงมองการณ์ไกลแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ลดการทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย เพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีพื้นที่ทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามแนวพระราชดำริ “คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน” เฉกดั่ง "สถานีเกษตรกรหลวงอ่างขาง" ที่ปัจจุบันกลายเป็นสถานนีเกษตรท่องเที่ยวที่ทำรายได้เข้าประเทศนับหมื่นแสนล้านบาท



