ข่าว

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

17 ต.ค. 2559

สิ่นปีวันที่ 31 ธันวาคม หรือ วันแรกของปีคือ 1 มกราคม ประชาชนชาวไทยต่างเฝ้ารอที่จะได้เก็บและได้เห็น ส.ค.ส.พระราชทาน ซึ่งถือเป็นพรอันประเสริฐสุด

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

     เมื่อใกล้วันที่ 1 มกราคมของทุกปี พสกนิกรชาวไทยต่างรอคอยเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ หรือรอหนังสือพิมพ์ในฉบับเช้าวันแรกของปีใหม่ เพ่ื่อรอเก็บและอ่าน ส.ค.ส.พระราชทานใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะพระราชทานให้พสกนิกรในพระองค์เป็นประจำทุกปี พร้อมกับพระราชดำรัสพรปีใหม่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

    ส.ค.ส.พระราชทานนั้นเริ่มจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจมาปรุแถบโทรพิมพ์ (เทเล็กซ์) พระราชทานพรปีใหม่แก่เจ้าหน้าที่ผู้ถวายงานโดยทรงใช้รหัสแทนพระองค์ว่า “กส. 9” เช่นเดียวกับที่ทรงใช้ติดต่อทางวิทยุสื่อสาร ดังที่ทรงระบุท้ายโทรพิมพ์ว่า “กส. 9 ปรุ” ส.ค.ส. พระราชทานที่เป็นโทรพิมพ์เหล่านี้เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี 2530 ด้วยหนังสือพิมพ์ได้นำไปเผยแพร่  และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นจึงทรงเริ่มต้นประดิษฐ์ ส.ค.ส. พระราชทานด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์เมื่อปี 2531 โดยทรงพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ขาวดำและโปรดให้โทรสาร (แฟกซ์) ไปยังหน่วยงานต่างๆ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

     โดยเนื้อหาข้อความใน ส.ค.ส. พระราชทานแต่ละปีจะประมวลขึ้นจากเหตุการณ์บ้านเมือง เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ประเทศไทยต้องประสบในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ในภายหลัง นั่นเองจึงเป็นเหตุให้หนังสือพิมพ์รายวันจึงนิยมนำ ส.ค.ส.พระราชทาน ลงตีพิมพ์ในฉบับเช้าวันที่ 1 มกราคม และนับแต่ทรงใช้คอมพิวเตอร์ประดิษฐ์ ส.ค.ส.พระราชทาน ทรงเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายของ ส.ค.ส.พระราชทาน เป็น “ก.ส.9 ปรุง” เนื่องจากทรงเปลี่ยนจากการ “ปรุ” ด้วยโทรพิมพ์ เป็นการ “ปรุง” ด้วยคอมพิวเตอร์ ถัดจากนั้นจะทรงระบุวันและเวลาที่ทรงประดิษฐ์ขึ้น เป็นรูปแบบเฉพาะ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

    รูปแบบวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้วันที่ขนาดย่อ อย่าง ว เป็นวันที่ ช เป็นชั่วโมง น เป็นเวลาเป็นนาที ด เป็นเดือน ป เป็นปี โดยทรงนำมาวางดังนี้ วว ชช นน ด.ด. ปปปป.  ภายหลังทรงปรับปรุงเรียงใหม่อีกครั้ง โดยเรียงเป็น ววชชนน ด.ด. ปป ใช้ใน ส.ค.ส. พระราชทานปี 2549 เป็นต้นมา และในปีเดียวกันนั้นเอง ส.ค.ส.พระราชทานก็เป็นภาพสีและคำลงท้ายของมีข้อความ “พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, ผู้พิมพ์โฆษณา” (ใน ส.ค.ส. ปี 2549-2557) “Printed at the Suvarnnachad, D.Brahmaputra, Publisher”(ใน ส.ค.ส. ปี 2549, 2551-2557) “Printed at the Suvarnnachad Publishing, C.Brahmaputra, Publisher” (ใน ส.ค.ส. ปี 2550) และ “มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา” (ใน ส.ค.ส. ปี 2558-ปัจจุบัน) เช่นเดียวกับกรอบของ ส.ค.ส. เป็นภาพใบหน้าคนเล็ก ๆ เรียงกัน ด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 3 แถว ส่วนด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละ 2 แถว ทุกหน้า มีแต่รอยยิ้ม 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะพระราชทาน ส.ค.ส. ในวันสิ้นปี (31 ธันวาคม) ของทุกปี แต่มิได้พระราชทานสำหรับปี 2548 เพราะเกิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ  พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ 

พรอันประเสริฐที่ผองไทยเฝ้ารอ