
รับอุทธรณ์ไชยวัฒน์"ฟ้องนายกฯแจ้งข้อหาแรงบุกสนามบิน
ศาลรับอุทธรณ์ไชยวัฒน์ฟ้องนายก ฯ อภิสิทธิ์ - เทพเทือก - พัชรวาท ปฏิบัติหน้าที่มิชอบออกหมายเรียกแจ้งข้อหาแรงเกินจริงคดีบุกสนามบินสุวรรณภูมิ ทนายเผยเตรียมฟ้องแพ่ง สตช. เรียก 50 ล้านอีกละเมิดคุมขังไชยวัฒน์ คดีร่วม 9 พธม.ชุมนุมทำเนียบก่อความวุ่นวาย
(17ส.ค.) นายณฐพร โตประยูร ทนายความของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาคนจนแห่งประเทศไทย หนึ่งผู้ต้องหาร่วมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อปะชาธิปไตย (พธม.) ที่ถูกออกหมายเรียกข้อหาก่อการร้ายคดีบุกล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คดีฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกับพวกรวม 3 คน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบว่า ศาลอาญามีคำสั่งรับอุทธรณ์แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและมีคำสั่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยทราบ โดยที่จำเลยจะมีเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งขณะนี้ศาลอาญา ได้ส่งสำนวนคำอุทธรณ์ของโจทก์ ส่งต่อศาลอุทธรณ์แล้ว ซึ่งศาลจะพิจารณาและมีคำสั่งต่อไป ขณะที่ส่วนตัวมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าศาลอุทธรณ์น่าจะมีคำสั่งให้รับฟ้อง
ทั้งนี้นายณฐพร ทนายความนายไชยวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนนายไชยวัฒน์ มอบหมายให้ตนร่างคำฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายกับ สำนักงานตำรวจแห่งาชติ ( สตช.) จากการถูกละเมิดคดีที่มีการออกหมายจับ 9 แกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ คดีก่อความวุ่นวายในการปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 และนายไชยวัฒน์ ถูกจับตัวไปคุมขังที่ บก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี นั้น ขณะนี้ตนร่างคำฟ้องแพ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะเรียกค่าเสียหายจากสตช. เป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาท ส่วนที่มีการฟ้องเฉพาะสตช.นั้น เนื่องจากตามกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดจากการละเมิดของเจ้าหน้าที่นั้นให้ยื่นฟ้องกับหน่วยงาน ซึ่งการยื่นฟ้องตนเตรียมจะดำเนินการภายในเร็ว ๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่นายไชยวัฒน์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั้น ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ก.ค. โดยยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.91, 157 และ 200 กรณีมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกโจทก์กับพวกที่เป็นแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรฯ ในข้อหาก่อการร้ายจากการชุมนุมปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เมื่อ ปี 2551 ซึ่งรุนแรงเกินความจริง
โดยศาลอาญามีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ไม่รับฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การที่ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกและตั้งข้อหาโจทก์ตามฟ้อง เป็นการกระทำของพนักงานสอบสวนซึ่งมีอำนาจตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา และอำนาจการสอบสวนเป็นอำนาจแยกต่างหากจากอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน และอำนาจการควบคุมดูแลและกำกับการปฏิบัติตลอดจนกำหนดนโยบายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติของจำเลยทั้งสาม ดังนั้นการกระทำของพล.ต.ท.วุฒิ หัวหน้าพนักงานสอบสวนจำเลยทั้งสามจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม



