ข่าว

“เนวิน”ขึ้นศาลให้การปฏิเสธสู้คดีหมิ่น" วรวีร์"

“เนวิน”ขึ้นศาลให้การปฏิเสธสู้คดีหมิ่น" วรวีร์"

17 ต.ค. 2559

“เนวิน”ปธ.สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดขึ้นศาลให้การปฏิเสธสู้คดี“วรวีร์ มะกูดี”อดีตนายกสมาคมฟุตบอล ฟ้องหมิ่นประมาทวิจารณ์แก้ข้อบังคับสมาคมฯ ปี 56

         

            ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ต.ค.59 เวลา 09.00 น. ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย และตรวจหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.2670/2556 ที่นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และบริษัท เอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทอื่นโดยโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 ,332 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ 15 พร้อมเรียกค่าเสียหาย จำนวน 20 ล้านบาทด้วย

             ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.56 นายเนวิน จำเลยที่ 1 ได้หมิ่นประมาทนายวรวีร์ โจทก์ โดยการให้สัมภาษณ์และเผยแพร่ทางเว็บไซต์www.buriramunited.co.thซึ่งเป็นของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด แล้วจำเลยที่ 2 นำข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ผู้จัดการwww.manager.co.th ทำให้ นายวรวีร์ โจทก์ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นละเกลียดชัง เหตุเกิดที่ กทม. และ จ.บุรีรัมย์

            โดยวันนี้ นายเนวิน ชิดชอบ จำเลยที่ 1 เดินทางมาพร้อมกับนายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความส่วนบริษัทเอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด มีผู้แทนนิติบุคคลมาศาลพร้อมทนายความ

            ทั้งนี้ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องแล้ว สอบคำให้การจำเลย ซึ่งนายเนวิน จำเลยที่ 1 และผู้แทน บจก.เอเอสทีวี จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีพร้อมขอยื่นคำให้การเป็นหนังสืออีกครั้ง

             ขณะที่อัยการโจทก์ แถลงว่า มีพยานเอกสารที่จะเพิ่มเติมจำนวนมาก จึงยังไม่สามารถจัดเตรียมสำเนาให้ฝ่ายจำเลยทั้งสองตรวจสอบได้ทัน ดังนั้นขอเลื่อนตรวจหลักฐานไปก่อน โดยศาลสอบถามจำเลยทั้งสองแล้วไม่คัดค้าน กรณีมีเหตุอันควรศาลจึงให้นัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

          ส่วนที่นายเนวิน จำเลยที่ 1 และ ผู้แทน บจก.เอเอสทีวี จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลย เนื่องจาก จำเลยที่ 1 เป็นประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดจะต้องดูแลควบคุมการฝึกซ้อมรวมทั้งการนำทีมเดินทางไปแข่งขันบ่อยครั้ง จึงไม่สามารถมาศาลได้ทุกนัด ส่วนจำเลยที่ 2 ระบุประกอบอาชีพสื่อ จะต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ

           ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ประกอบกับจำเลยทั้งสองมีทนายความแล้ว กรณีจึงมีเหตุอันสมควร ศาลจึงอนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลยได้ แต่หากมีเหตุจำเป็นที่ศาลประสงค์จะให้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาล ก็ให้จำเลยทั้งสองมาศาลตามนัด

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายวรวีร์ โจทก์ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีเพียงทนายความ ขณะที่นายเนวินได้เดินทางกลับทันที โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณา

            ขณะที่นายชนินทร์ ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อครั้งที่นายวรวีร์ กำลังจะพ้นตำแหน่ง นายกสมาคมฟุตบอลฯ เมื่อปี พ.ศ. 2556 และมีการกล่าวถึงการแก้ไขข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฟุตบอลฯ ทั้งที่นายวรวีร์ จะต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งควรจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งก่อน ภายใน 30 วันตามข้อบังคับแล้วค่อยให้คณะกรรมการชุดใหม่พิจารณาการแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว ดังนั้นเมื่อมีความพยายามจะแก้ไขข้อบังคับใหม่ นายเนวินจึงเห็นว่าเป็นการไม่สุจริต โดยคดีนี้ครั้งแรกศาลอาญาเคยมีคำสั่งยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไปแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่ฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับใน ปี 2559 นี้ให้ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณา คดีจึงได้เริ่มต้นกระบวนพิจารณาใหม่ สำหรับพยานที่เตรียมไว้จะมี นายเนวิน 1 ปาก และพยานเอกสาร โดยแนวทางการนำสืบคดีจะต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาท แต่เป็นการติชมโดยสุจริต ส่วนที่โจทก์ขอให้นายเนวินชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน จำนวน 20 ล้านบาทด้วยนั้น ก็ต้องนำสืบให้เห็นว่า การวิจารณ์ดังกล่าวมีผลถึงขนาดให้นายวรวีร์ได้รับความเสียหายอย่างไร ซึ่งหลังจากเกิดเหตุก็ยังปรากฏว่านายวรวีร์ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ

           นายชนินทร์ ทนายความนายเนวิน ยังกล่าวถึงแข่งขันฟุตบอลด้วยว่า สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดได้ประชุมร่วมกันกับนักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ทีมทุกฝ่ายแล้ว จะสละสิทธิไม่ขอแข่งขันฟุตบอลทุกรายการที่เหลือในฤดูกาล 2016 ทั้งด้วยความเหมาะสมในสถานการณ์เวลานี้ รวมทั้งสภาพจิตใจของนักฟุตบอลเองก็ไม่พร้อมที่จะลงทำการแข่งขันในเวลานี้ สำหรับแฟนฟุตบอลก็เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรเพราะสโมสรเราเป็นหนึ่งเดียว