
"ปลานิลของพ่อ"จาก50ตัว...สร้างรายได้นับแสนล้านบาท
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่รู้จักกันแพร่หลาย นิยมเลี้ยงกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว แข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี แพร่ขยายพันธุ์วางไข่ได้ทั้งในบ่อและแหล่งน้ำธรรมชาติ มีรสชาติดี นำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ปัจจุบันเกษตรกรหันมาเลี้ยงเป็นอาชีพกันมากขึ้นตามลำดับ
เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2508 โดยเจ้าฟ้าอากิฮิโต มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่จัดส่งมาจำนวน 50 ตัว ความยาวเฉลี่ยตัวละ 9 ซม. น้ำหนักประมาณ 14 กรัม มาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2508
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tilapia nilotica Linn. ระยะะแรกพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินเนื้อที่ 10 ตารางเมตร บริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต และเมื่อเลี้ยงได้ 5 เดือนเศษ ปรากฎว่ามีลูกปลาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่สวนหลวงขุดบ่อขึ้นใหม่อีก 6 บ่อ เนื้อที่บ่อละ 70 ตารางเมตร
โอกาสนี้พระองค์ท่านได้ทรงย้ายลูกปลาด้วยพระองค์เองจากบ่อเดิม และนำไปปล่อยในบ่อใหม่ทั้ง 6 บ่อ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2508 จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มอบให้กรมประมงจัดส่งนักวิชาการมาตรวจสอบการเจริญเติบโตของลูกปลาเป็นประจำทุกเดือนเมื่อครบกำหนด โดยได้เลี้ยงทดลองในบ่อดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี พบว่าปลาเจริญเติบโตได้รวดเร็ว มีน้ำหนักตัวละราวครึ่งกิโลกรัม ความยาวประมาณ 1 ฟุต จึงได้มีพระราชประสงค์ที่จะให้ปลานี้แพร่ขยายพันธุ์ อันจะเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรต่อไป
พร้อมกันนี้พระองค์ได้ทรงตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลานิล” และได้พระราชทานปลาขนาดความยาว 3-5 ซม. จำนวน 10,000 ตัว ให้แก่กรมประมง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2509 เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ที่แผนกทดลองและเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขน และสถานีประมงต่างๆ อีกจำนวน 14 แห่งทั่วพระราชอาณาจักร
จากนั้นมาปลานิลก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารโปรตีนแก่ประชาชน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่นิยมบริโภคกันมาก จนขึ้นแท่นเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเป็นอันดับสองรองจากการเลี้ยงปลาสลิด พบผลผลิตในแหล่งน้ำทุกภาคของประเทศ หรือแม้แต่พื้นที่ห่างไกลทุรกันดารก็มีปลานิลเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย
นับถึงปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เลี้ยงปลานิลกว่า 400,000 ไร่ มีฟาร์มเลี้ยงปลานิลรวมกว่า 280,000 แห่ง สร้างผลผลิตรวมราว 200,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท ที่ทำให้ปนะชาชนมีรายได้และมีกิน ...จากจุดเริ่มต้นที่ทรงทดลองเลี้ยงเพียง 50 ตัว
ไม่ใช่เรื่องประชารัฐแต่เป็น "ราชาประชารัฐ" อันเนื่องมาจากพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อปลาชนิดนี้ว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อพสกนิกรของพระองค์



