
สร้างสุขสไตล์ (คน) โสด..ในวันแห่งความรัก
11 ก.พ. 2552
ในอดีต "วันวาเลนไทน์" แท้จริงคือวันที่ระลึกถึง "เซนต์วาเลนไทน์" บุรุษผู้มีหัวใจเปี่ยมด้วยความรัก และความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ แต่ต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 จวบจนถึงปัจจุบัน
"เทศกาลแห่งความรัก" จึงถูกขีดเส้นไว้ให้เป็นวาระแห่งความสุขสดชื่นเฉพาะคน "มีคู่" เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลนี้ได้ไม่เว้นแม้แต่ "คนโสด" หรือ "คนไร้คู่"
นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ชื่อดัง ให้ความเห็นว่า หากทุกคนเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของเทศกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือมีคู่ หรือเป็นหม้ายก็สามารถมีความรักได้ เริ่มจากการมีความรักในตัวเองก่อน เพราะการที่เราอยู่ได้ทุกวันนี้ ต้องคิดเสมอว่าเราได้ดูแลตัวเองแล้วหรือยัง ได้ให้รางวัลอะไรแก่ตัวเองบ้าง หากเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว สุขภาพจิตก็จะเข้มแข็งและแข็งแรงตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้เราอยากให้ความรักแก่คนรอบข้าง แม้ตัวเองจะไม่มีคู่ก็ตาม
"ถ้าเราไม่มีคู่แต่ก็มีเพื่อน พ่อแม่ คนรู้จัก หรือคนที่ต้องการความรักจากเรา อย่างเด็กกำพร้า คนอนาถา พวกเขาต้องการความรักจากการให้ เพราะมีคนบอกว่าความรักคือการให้ ความรักแบบนี้สำคัญกว่าความรักแบบหนุ่มสาว เป็นความรักที่รอคนเมตตา เวลาพูดถึงความรัก คือการอยากให้คนอื่นมีความสุข แค่หยิบยื่นความสุขให้เขา ถ้าเป็นชาวพุทธก็เข้าวัดทำบุญหน่อย เมื่อจิตใจสดชื่นแล้ว ก็แผ่เมตตาไปสู่คนที่รักไม่ว่าเขาจะอยู่บนโลกหรือจากไปแล้ว แค่นี้ก็เริ่มมีความสุขแล้ว
หรือในวันนั้นจะไปตรวจสุขภาพส่วนตัวก็ได้นะ ไปทำอะไรให้ตัวเองดูดี ไม่เคยทำผมก็ไปทำ ไม่เคยซื้อชุดสวยๆ ก็ซื้อ หรือนัดเพื่อนๆ ไปทานอาหารกัน อาจจะเป็นเพื่อนที่โสดเหมือนกัน ไปพุดคุยประสาคนโสด ความรักแบบเพื่อนๆ ชีวิตก็มีความสุขได้ อย่าไปยึดติดว่าวันนี้ไม่มีคู่แล้วจะเหงาหงอย ก็จะตกอยู่ในบ่วงความยึดติด หลงไปในกระแส แล้วต้องทำตามกระแสอยู่เรื่อยๆ ก็จะไม่เป็นตัวของตัวเอง และจะไม่มีทางรู้เลยว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร อย่างการซื้อกุหลาบซื้อของให้กันเมื่อก่อนอาจเป็นความรู้สึกดี แต่ตอนนี้มันเป็นธุรกิจไปแล้ว พอเป็นแบบนี้ พอเราไม่ทำตามก็จะเป็นคนตกเทรนด์
เราต้องมีความมั่นใจในตัวเองว่าเทรนด์อันนี้ต้นเหตุที่แท้จริงคืออะไร จะได้ไม่โดนชักจูงไปในทางที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า เพราะความรักคือการให้ ผู้ที่ให้มีความสุขเสมอ ความสุขจากการรักมีจริง แต่ความสุขจากการให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน นี่คือความสุขที่แท้จริง วันนี้ขับรถผ่านสี่แยกยิ้มให้ตำรวจจราจรแล้วยื่นของให้แค่นี้ก็มีความสุขกันแล้ว หรือยามหมู่บ้าน เพื่อนบ้าน ซื้อของไปฝากก็มีความสุข ก็เป็นวาเลนไทน์ที่ดีวันหนึ่ง อย่าไปยึดติดว่าต้องเป็นรักแบบหนุ่มสาว อยู่เป็นโสดก็มีความสุขได้ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปอิจฉาคนมีคู่ด้วย" คุณหมอแนะทางออก
ส่วนสาว "เมย์" เมย์ริสสรา จันทรรัตน์ ที่เป็นโสดมานานถึง 2 ปีกว่า แต่ทุกวันนี้ทั้งสี่ห้องหัวใจของผู้หญิงคนนี้ กลับไม่เคยร้างลาจากความรักเลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะเธอได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมทั้งจากลูกๆ และเพื่อนๆ จนทำให้เธอรู้สึกว่า มุมมองความรักของเธอได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะความรักสำหรับเธอนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นความรักฉันท์สามีภรรยาเหมือนเช่นที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว แต่เธอกลับให้ความสำคัญกับมิตรที่มีให้กันมากกว่า
"ความรักมีได้มากมายหลากหลายรูปแบบ มีได้ทุกวันและทุกคน เมย์ไม่อยากให้ทุกคนยึดติดกับวันนี้เพียงวันเดียว เพราะเราสามารถรักกันได้ทุกๆ วัน และอยากฝากไปถึงคนโสดทั้งหลายว่าอย่ามองความรักในมุมลบ หรือเอาแต่เศร้าใจเพราะไม่มีคู่ อีกอย่างวันวาเลนไทน์ก็ไม่ใช่ธรรมเนียมของไทยเราด้วยซ้ำ" เมย์เตือนสติหนุ่มสาวรุ่นใหม่
นอกจากนี้คุณแม่ลูกสองยังกล่าวต่อว่า คนโสดทั้งหลายต้องพยายามทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง อย่างการนั่งวิปัสสนาเพราะทำให้จิตใจสงบและมีความสุข เมื่อเรามีความสุขแล้ว เราก็ย่อมอยากแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่น รวมไปถึงคนที่เรารักด้วย ที่สำคัญคือการมองโลกในแง่ดี และรู้จักมอบความรักให้ผู้อื่น เพราะเราก็จะได้รับความสุขเหล่านั้นกลับคืนมาเช่นกัน
เช่นเดียวกับไฮโซสาว "ปอ" ศีกัญญา ศักดิเดช ภานุพันธ์ ที่คอนเฟิร์มว่า เธอครองตัวโสดมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยเธอตั้งข้อสังเกตว่าที่ไม่มีชายใดเข้ามาจีบ อาจเป็นเพราะตัวเองเป็นคนหน้าดุ ไม่ค่อยยิ้ม ประกอบกับเป็นคนที่ไม่ไขว่คว้าหาความรัก เพราะรู้สึกว่าการอยู่เป็นโสดนั้นมีความสุขกว่าตอนที่มีแฟนหลายเท่านัก ซ้ำคนเคยรักของเธอก็เจ้าชู้จึงยิ่งทำให้เธอรู้สึกเป็นทุกข์ แต่พอเป็นโสดเธอกลับมีความเป็นอิสระเต็มที่ ดังนั้นอย่ามัวแต่หาสาเหตุว่าทำไมถึงไม่มีแฟน แต่ควรจะใช้ชีวิตให้มีความสุขและคุ้มค่าที่สุดก็พอ
ขณะที่ศิลปินหนุ่มโสดสนิทอย่าง "โอ๋" ปิยทัต เหมทัต ซึ่งกำลังคร่ำเคร่งกับการจัดแสดงนิทรรศการกลุ่มเกี่ยวกับวาเลนไทน์ เผยว่า แม้จะผ่านวันวาเลนไทน์มาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหงา เพราะทุกๆ วันมีงานให้ทำเยอะมาก จึงไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้สักเท่าไร ยามใดที่มีเวลาว่างก็จะเลือกพักผ่อนด้วยการนั่งฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขารู้สึกมีช่วงเวลาดีๆ ให้กับชีวิตแล้ว
ทั้งนี้ศิลปินหนุ่มยังได้ฝากไปถึงวัยรุ่นหรือคนทั่วๆ ไป ที่มักยึดติดกับเทศกาลวาเลนไทน์ว่า ความรักไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าเอามาเป็นเจ้าของหรือครอบครอง แต่ควรจะมองแค่ว่าเป็นสิ่งดีที่น่ารัก เพราะความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ดังนั้น อย่ามองข้ามการหาความสุขให้ตัวเอง คนในครอบครัวและคนรอบข้าง เท่านี้ก็พอแล้ว
เอาล่ะ..ได้ฟังวิธีการสร้างสุขสไตล์ (คน) โสดมาหลายคนแล้ว ถึงคราวคนโสด (อย่างคุณผู้อ่าน) บ้างแล้วล่ะ ว่าจะดีไซน์ความสุขให้ตัวเองอย่างไรในเทศกาลวันแห่งความรักที่จะถึงนี้...สุขสันต์วันวาเลนไทน์ถ้วนหน้าค่ะ



