ข่าว

"อุดมพร"ยึดคำสอน “ในหลวง”ชีวิตมีแต่ความสุขบนวิถีพอเพียง

"อุดมพร"ยึดคำสอน “ในหลวง”ชีวิตมีแต่ความสุขบนวิถีพอเพียง

16 ต.ค. 2559

พ.ต.หญิง อุดมพร พลศักดิ์ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย นักกีฬาหญิงของไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ยึดคำสอน “ในหลวง” ชีวิตมีแต่ความสุขบนวิถีพอเพียง

               พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงอยู่ในหัวใจของนักกีฬาไทยทุกคน ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงเป็น “กษัตริย์นักกีฬา” แต่คือแรงบันดาลใจที่หาใดเปรียบได้ไม่
               การได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นสิ่งที่นักกีฬาไทยทุกคนปรารถนา เช่นเดียวกับ พ.ต.หญิง อุดมพร พลศักดิ์ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้วยการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันยกน้ำหนัก รุ่น 53 กก.หญิง ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก ปี 2004 โดยเป็นนักกีฬาหญิงของไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์
               ด้วยผลงานครั้งนั้น พ.ต.หญิง อุดมพร พร้อมด้วยนักกีฬาทีมชาติไทยคนอื่นที่ประสบความสำเร็จในโอลิมปิกครั้งเดียวกัน ทั้ง ร.อ.หญิง ปวีณา ทองสุก เหรียญทองยกน้ำหนัก รุ่น 75 กก.หญิง, น.ต.หญิง อารีย์ วิรัฐถาวร เหรียญทองแดงยกน้ำหนัก รุ่น 48 กก.หญิง, ร.อ.หญิง วันดี คำเอี่ยม เหรียญทองแดงยกน้ำหนัก รุ่น 58 กก.หญิง, เยาวภา บุรพลชัย เหรียญทองแดงเทควันโด รุ่น 51 กก.หญิง, มนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่น รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก.ชาย, วรพจน์ เพชรขุ้ม เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น รุ่นแบนตัมเวท 54 กก. และ ส.อ.สุริยา ปราสาทหินพิมาย เหรียญทองแดงมวยสากลสมัครเล่น รุ่นมิดเดิลเวท 75 กก. ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้เข้าเฝ้าฯ
               จากความทรงจำ พ.ต.หญิง อุดมพร กล่าวว่า หลังจากเสร็จภารกิจในการแข่งขันและเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นักกีฬาทั้ง 8 คน พร้อมด้วยพ่อแม่ เข้าเฝ้าฯ ในวันที่ 9 กันยายน 2547 ณ วังไกลกังวล ทุกคนได้นั่งเบื้องพระพักตร์ และทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลโอลิมปิก พระองค์ทรงคืนให้และมีรับสั่งว่าอยากให้รักษาไว้ ไม่ใช่มาให้เรา ไม่มีความหมายเท่าความหมายอยู่ที่ตัว และพ่อแม่ บิดามารดา เขาจะได้เห็นและมีความปลาบปลื้ม ฉะนั้นก็อยากให้รับไป ไปเก็บไว้ เอาไว้สำหรับพ่อแม่ เป็นสิ่งที่สำคัญ และพระองค์ยังพระราชทาน “พระมหาชนก” และหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ให้ด้วย
               “ในหลวงมีพระราชกระแสรับสั่งว่าเพราะทุกคนมีความเพียรพยายามเหมือนกับพระมหาชนก ซึ่งกว่าที่จะได้ความสำเร็จนั้นมาต้องมีความเพียรพยายาม เพราะฉะนั้นเมื่อได้ลาภยศชื่อเสียงเงินทอง ก็ต้องรู้จักพอเพียงในการดำเนินชีวิต”  อดีตนักกีฬายกน้ำหนักเหรียญทองโอลิมปิก กล่าว
               พ.ต.หญิง อุดมพร กล่าวว่า วันนั้นทั้งรู้สึกเกร็งและตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสจากพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย หรือพ่อหลวงของแผ่นดิน ให้เข้าเฝ้าฯ เนื่องจากไม่เคยคิดและไม่คาดฝันว่าจะได้ไปเข้าเฝ้าฯ เบื้องพระพักตร์แล้วฟังพระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือฟังท่านสอน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เป็นความปลาบปลื้มใจของตนและทุกคนในครอบครัวอย่างมาก
               ภาพของพระองค์ยังคงอยู่ในความทรงจำของตนรวมถึงพ่อกับแม่ด้วย โดยที่ห้องทำงานซึ่งอยู่ภายในหอพักที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา อันเป็นบ้านเกิด มีภาพพระราชทานตอนที่ได้เข้าเฝ้าฯ มองครั้งใดก็รู้สึกปลาบปลื้มใจและทำให้คิดตลอดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของเราช่างโชคดียิ่งนัก แม้ผ่านความเหน็ดเหนื่อยมาแค่ไหน ผ่านความยากลำบากมามากเพียงใด แต่สุดท้ายที่ได้คือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้กราบเบื้องพระยุคลบาท
               "ทุกวันนี้ อรดำเนินชีวิตตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงในสิ่งที่เราเป็นอยู่ พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงโดยไม่เบียดเบียนคนอื่น พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง อรคิดว่าชีวิตของคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความสุข เป็นความสุขที่มีความพอดี แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว" พ.ต.หญิง อุดมพร กล่าวทิ้งท้าย