
"แหลมผักเบี้ย"โมเดลแก้ปัญหาน้ำเสียของพ่อสู่ความยั่งยืน
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ปัญหาขยะและน้ำเน่าเสียในชุมชน และเมืองขนาดใหญ่ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทบต่อคุณภาพชีวิตและการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงห่วงใยในปัญหาดังกล่าวจึงมีพระราชดำริเรื่องการบำบัดของเสียด้านขยะและน้ำเสีย เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2533 ที่พระราชทานไว้ว่า
“..ปัญหาสำคัญ คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องน้ำเสียกับขยะ ได้ศึกษามาแล้วเหมือนกัน ทำไม่ยากนัก ในทางเทคโนโลยีทำได้ แล้วในเมืองไทยเองก็ทำได้ หาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาแล้วทำในเมืองไทยเอง ก็ทำได้หรือจะรับจ้างบริษัทต่างประเทศมาก็ทำได้ นี่แหละปัญหาเดียวกัน เดี่ยวนี้กำลังคิดจะทำแต่ติดอยู่ที่ที่จะทำ..
โครงการที่จะทำนี้ไม่ยากนัก คือว่าก็มาเอาสิ่งที่เป็นพิษออก พวกโลหะหนักต่างๆเอาออก ซึ่งมีวิธีทำ ต่อจากนั้นก็มาฟอกใส่อากาศ บางทีก็อาจไม่ต้องใส่อากาศ แล้วก็มาเฉลี่ยใส่ในบึง หรือเอาน้ำไปใส่ในทุ่งหญ้าแล้วก็เปลี่ยนสภาพของทุ่งหญ้าเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งเป็นที่สำหรับปลูกพืช ปลูกต้นไม้..
แล้วก็ต้องทำการเรียกว่า การกรองน้ำ ให้ทำน้ำนั้นไม่ให้โสโครก แล้วก็ปล่อยน้ำลงมาที่เป็นที่ทำการเพาะปลูก หรือทำทุ่งหญ้า หลังจากนั้นน้ำที่เหลือก็ลงทะเล โดยที่ไม่ทำให้น้ำนั้นเสีย..”
จึงเป็นที่มาของ โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (The Laem Phak Bia Environmental Study and Development Project) บนพื้นที่ 1,135 ไร่ หมู่ 1 ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีวัตถุประสงค์หลัก คือการศึกษาวิจัยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและขยะชุมชนที่ประหยัด สะดวก ทำได้ง่าย วัสดุหาได้ในท้องที่ ใช้ธรรมชาติบำบัด และนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศได้อย่างกว้างขวาง
โดยเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียที่เรียบง่าย และใช้ธรรมชาตินี้ แบ่งเป็น 4 ระบบ
1.ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ระบบนี้ใช้วิธีการพึ่งพาธรรมชาติ ให้สาหร่ายสังเคราะห์แสงเพื่อเติมออกซิเจนให้จุลินทรีย์หายใจและย่อยสลายสารอินทรีย์ (organic matter) ในน้ำเสีย ซึ่งบ่อบำบัดมีทั้งหมด 5 บ่อ ประกอบไปด้วย บ่อตกตะกอน 1 บ่อ บ่อผึ่ง 3 บ่อ และบ่อปรับสภาพ 1 บ่อ
2.ระบบพืชและหญ้ากรองน้ำเสีย คือการกรอง ซึ่งแปลงหรือบ่อจะเก็บกักน้ำเสีย และปลูกธูปฤาษี กกกลม และหญ้าแฝกอินโดนีเซีย หรือปลูกหญ้าอาหารสัตว์ พืชเหล่านี้มีคุณสมบัติกรองและดูดซับของเสียที่อยู่ในน้ำ
3.ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม ระบบบำบัดแบบนี้เป็นการจำลองพื้นที่ทางธรรมชาติ จึงเป็นว่าพื้นที่ที่เปียกชุ่ม หรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง การบำบัดน้ำเสียแบบนี้ใช้วิธีการปล่อยน้ำเสียผ่านบ่อดินตื้นๆ ที่ภายในปลูกพืชประเภทกก รากของพืชเหล่านี้จะช่วยดูดซับสารพิษ (toxin) และอินทรีย์สารให้ลดน้อยลง และย่อยสลายให้หมดไปในที่สุด
4.ระบบแปลงพืชป่าชายเลน ระบบนี้ใช้หลักการบำบัดจากการเจือจางระหว่างน้ำทะเลกับน้ำเสีย โดยระบบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับชุมชนหรือกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งที่มีพื้นที่ติดกับป่าชายเลนได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการสร้างแปลงพืชป่าชายเลน
ปัจจุบันประโยชน์ภายในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียฯนี้ สามารถเลี้ยงปลากินพืชได้โดยไม่ต้องให้อาหาร ปุ๋ยหมักจากขยะและน้ำชะจากขยะสามารถนำมาปลูกพืชเกษตรได้ ส่งผลที่เกิดกับประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี สามารถช่วยฟื้นฟูแม่น้ำเพชรบุรีให้มีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น ระบบนิเวศป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีสัตว์น้ำที่สำคัญทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากทั้งชนิดและปริมาณ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบโครงการฯ
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้อันนับเป็นแบบอย่างแก่ชุมชนทั่วประเทศในการแก้ปัญหาน้ำเสียได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นแบบที่เรียบง่าย แล้วยังเข้าใจง่าย จึงสามารถนำไปใช้ปฏิบัติตามได้ง่าย มีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง ใช้เทคโนโลยีที่ไม่สูงนัก
อันความเรียบง่ายนี้เองที่จะนำชุมชนพัฒนาไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นความสุขยั่งยืนได้ในที่สุด ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงตั้งพระราชปณิธานไว้



