ข่าว

ผบช.น.มั่นใจเสื้อแดงสลายหลังถวายฏีกา

ผบช.น.มั่นใจเสื้อแดงสลายหลังถวายฏีกา

17 ส.ค. 2552

ผบช.น.มั่นใจม็อบเสื้อแดงไม่ยืดเยื้อ เชื่อสลายตัว หลังเสร็จสิ้น"ยื่นรายชื่อถวายฎีกา"บ่ายโมง เชื่อคุมสถานการณ์ได้ ภาพรวมสงบไม่มีอะไรรุนแรง

(17ส.ค.) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับ รองผบช.น.ที่ รับผิดชอบงานความมั่นคงและงานจราจร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล( ผบก.น.1 - 9) ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก. ตปพ.) ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) และ ผู้บังคับการอำนวยการ ( ผบก.อก.) ควบคุมกำลังพลซักซ้อมทำความเข้าใจแผนปฏิบัติในพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยกลุ่มเสื้อแดงบริเวณท้องสนามหลวงพร้อมประเมินสถานการณ์การชุมนุมที่มีผู้ชุมนุมทยอยกันมาเป็นจำนวนมากโดยใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงแยกย้ายกันเข้าประจำจุดเพื่อควบคุมสั่งการปฏิบัติในศูนย์อำนวยการปฏิบัติการส่วนหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลซึ่งมี 3 จุดหลักด้วยกันคือ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มี ผบช.น.เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ มี พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น.ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาเหตุการณ์
 
 พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.ฝ่ายจราจร เป็นผู้บัญชาเหตุการณ์การจัดการจราจร จุดที่ 2 ในพื้นที่ท้องสนามหลวง มี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และภายในพระบรมมหาราชวัง มี พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ส่วนการดูแลการปฏิบัติของกองร้อยควบคุมฝูงชนมี พล.ต.ต.ฉันทวิชย์ รามสูตร ผู้บังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษเป็น (ผบก.ตปพ.) ผู้บัญชการเหตุการณ์ ซึ่งสถานการณ์การชุมนุมในภาพรวมตั้งแต่เช้าตรู่ถึงช่วงสายที่ผ่านมายังอยู่ในความสงบสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด
 
 พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สภาพการจราจรโดยรวมยังใช้การได้ ที่ผ่านมามีการเจรจากับแกนนำโดยตลอดให้ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ หลังจากยื่นถวายฎีกาในเวลา 13.00 น.แล้วผู้ชุมนุมคงจะแยกย้ายกันไป เนื่องจากช่วงบ่ายจะมีขบวนเสด็จพาดผ่านบริเวณดังกล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปฏิบัติการดังกล่าวนั้น ผบช.น. มีคำสั่งไปยังผู้ปฏิบัติทุกหน่วยเตรียมพร้อมกำลังพลอย่างเต็มที่พร้อมกำชับในส่วนของอุปกรณ์การควบคุมฝูงชนและอุปกรณ์พิเศษพร้อมใช้ อาทิ โล่ หมวก เสื้อกันฝน ไฟฉาย กุญแจมือ ส่วนกระบองนั้นให้รวมไว้ที่รถขนส่งกำลัง โดยการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมจำนวนมากถึง 28 กองร้อย 4,140 นายเข้าจุดปฏิบัตหน้าที่ตั้งแต่ 06.00 น.-18.00 น.วันนี้จนกว่าการชุมนุมจะเสร็จสิ้น ประกอบด้วยตำรวจนครบาล 1-9 ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 กองร้อยควบคุมฝูงชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตำรวจจราจร สายตรวจรถยนต์รถจักรยานยนต์ ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 1 2 7 ตำรวจ ตชด. ทั้งชายและหญิง ประจำที่ตั้งดูแลพื้นที่รอบสนามหลวงและใกล้เคียงทุกด้านรวม 12 จุดคือ กลางท้องสนามหลวง สวนหย่อมพระแม่ธรณีบีบมวยผม บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง สามเหลี่ยมประตูวิเศษไชยศรี หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร หน้ามหาธรรมศาสตร์ สนามหลวงฝั่งป้อมเผด็จดัสกร ฝั่งสะพานผ่านพิภพ ถนนฝ่ากลางสนามหลวง บริเวณหน้าศาลฎีกา บริเวณสนามชัย และทำเนียบองคมนตรี
 
 นอกจากนี้ ผบช.น.ยังสั่งการไปยังผู้ปฏิบัติทุกหน่วยผ่านวิทยุสื่อสารของทางราชการประกอบด้วย ผบช.ภ.1 2 7 ผบช.ตชด. ผู้บังคับการกองปราบปราม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1- 9 ผู้บังคับการตำรวจจราจร ผู้บังคับการตำรวจ 191 ผู้บังคับการอำนวยการ บช.น.ให้นำรถควบคุมผู้ต้องหามาประจำการ ณ ที่ตั้งในการพื้นที่ปฏิบัติหน่วยละ 4 คันรวมจำนวน 68 คันพร้อมรถที่มีเครื่องขยายเสียงหน่วยละ 2 คัน กรณีเกิดเหตุรุนแรงหรือชุมนุมโดยไม่สงบโดยให้เน้นย้ำให้ดำเนินการจากเบาไปหนักและดำเนินคดีกับผู้ทำผิดทุกราย โดยให้ฝ่ายสืบสวนหน่วยละ 20 นายทำหน้าที่บันทุกภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวทุกจุดที่รับผิดชอบตลอดช่วงเวลาที่มีการชุมนุมใช้เป็นหนักฐานยืนยันในการดำเนินคดีด้วย
 
 อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมครั้งนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้กำชับผู้ปฏิบัติว่า ให้ใช้ความละมุนละม่อมจากมาตรการหนักไปหาเบาเริ่มจากการเจรจาประชาสัมพันธ์ชี้แจงก่อน หลีกเลี่ยงการใช้กำลังไม่ใช้ความรุนแรงคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และต้องไม่ยินยอมต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่เกินกว่าความพอดีเพราะจะเป็นสาเหตุให้การก่อความไม่สงบเรียบร้อยขยายตัวมากขึ้น และเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่นที่ใช้เป็นฐานในการความไม่สงบเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้ตำรวจ 88 สน.ตั้งจุดตรวจค้นพื้นที่ล่อแหลมการพกพาอาวุธป้องกันเหตุครอบคลุมทุกพื้นที่ตั้งแต่เวลา 22 .00 น.คืนวันที่นี้เป็นต้นไปจนกว่าการชุมนุมจะเสร็จสิ้น