
ตั้ง13หน่วยปฐมพยาบาลตามเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ
ตั้ง 13 หน่วยปฐมพยาบาลตามเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพ จาก รพ.ศิริราช ไปยัง “พระบรมมหาราชวัง”
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่ข้อมูลจุดปฐมพยาบาล และรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อคอยดูแลและปฐมพยาบาลให้กับประชาชน ตามเส้นทางที่เคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชฯ จากโรงพยาบาลศิริราชไปที่พระบรมมหาราชวัง จำนวน 13 จุด ประกอบด้วย
สะพานอรุณอัมรินทร์ , หน้ากองเรือเล็ก ทร. , ถ.อรุณอัมรินทร์ , แยกอรุณอัมรินทร์ , หน้าปิ่นเกล้าปลาหม้อไฟ , หน้าหนังสือพิมพ์สายกลาง , สนามหลวง ฝั่งเชิงสะพานปิ่นเกล้า , รร.รัตนโกสินทร์ , สนามหลวงฝั่งพระบรมมหาราชวัง , หน้าศาลหลักเมือง , หน้ากระทรวงกลาโหม , หน้าสวนราญรมย์ โดยทั้ง13 จุดดังกล่าวจะมีหน่วยปฐมพยาบาล จากทีมแพทย์และพยาบาลจากกรมการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจนรถพยาบาล และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต่างๆ อาทิ มูลนิธิปอเต็กตึ้ง , ร่วมกตัญญู โดยประชาชนที่เฝ้าส่งเสด็จฯตามจุดต่างๆ สามารถเข้าไปขอควมช่วยเหลือในหน่วยปฐมพยาบาลที่ใกล้ๆ ได้ตลอดทั้งวัน
สพฉ.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง
สพฉ.และภาคีเครือข่ายเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนที่เดินทางเข้ามาแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชฯ จัดตั้งศูนย์สื่อสารเฉพาะกิจในบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อเป็นกองอำนวยการ ในการประสานงานระหว่างเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินต่างๆที่จะเข้าสนับสนุนการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินในการดูแลประชาชนที่เดินทางเข้ามาแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชฯ วันนี้เราได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนที่เดินทางมา โดยมีเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานในการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินแก่ประชาชน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
โดย สพฉ. ได้จัดตั้งศูนย์สื่อสารเฉพาะกิจในบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อเป็นกองอำนวยการ ในการประสานงานระหว่างเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินต่างๆ ที่จะเข้าสนับสนุนการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานครกับส่วนราชการและสถานพยาบาลต่างๆ ซึ่งจะครอบคลุมถึงการปฏิบัติทางน้ำและอากาศยาน เพื่อให้การให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินมีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลประชาชนทุกคนที่เข้าร่วมแสดงความจงรักภักดีในครั้งนี้ด้วย



