
หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้น-หมอสั่งห้ามเยี่ยม
หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้น ฉันอาหารได้ปกติ แต่ไม่ยอมฉันยาละลายเสมหะ หมอ เผย อาจเพราะมีรสเปรี้ยว คาดผลตรวจจากรพ.จุฬาคงไม่มีเชื้อหวัด 2009 เช่นกัน แต่ไม่วางใจ หวั่นเกิดโรคแทรกซ้อนอีก สั่งงดเยี่ยมเช่นเคย
รายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคมเถระ หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด ที่พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา หลังจากลูกศิษย์ใกล้ชิดได้นำตัว หลวงพ่อคูณ ส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ (17 สค.) หลวงพ่อคูณ ได้ตื่นทำวัดเช้า เวลา 07.00 น. นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวรักษาอาการอาพาธหลวงพ่อคูณ ได้เข้าตรวจอาการ วันนี้ผลการตรวจอุณหภูมิร่างกาย 36.3 องศาเซลเซียส ชีพจร 62 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 103/71 มิลลิเมตรปรอท ระดับน้ำตาลในกระแสเลือด 151 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
โดยหลวงพ่อคูณ สามารถฉันท์อาหารเช้าที่ลูกศิษย์ใกล้ชิด และนายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา นำมาถวายประกอบด้วย ผักต้ม น้ำพริกปลาป่น แกงจืด ปลาดุกย่าง หมูทอด ผัดบวบกุ้ง ผัดถั่วงอก มะละกอ ลูกพลับ ส้มโอ กล้วย และขนมครก ซึ่งวันนี้หลวงพ่อ สามารถฉันท์ได้มากขึ้น แพทย์จึงถอดสายน้ำเกลือ และเลิกให้ยาปฏิชีวนะทางกระแสเลือด เบื้องต้นหลวงพ่อ มีสีหน้าสดชื่น แจ่มใส ความจำกลับคืนมาเป็นปกติ สามารถเรียกลูกศิษย์ได้ทุกคน และยังทักทายกับแพทย์อย่างอารมณ์ดี
ต่อมานายสวาสดิ์ แสงบำรุง รอง ผอ.รพ.มหาราช ฝ่ายบริหาร พร้อมคณะแพทย์ ได้นำแจกันดอกไม้ของ นายวิทยา แก้วภารดัย รมว.สาธารณสุข และ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าเยี่ยมอาการเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
นายแพทย์พินิศจัย กล่าวว่า ภาพรวมดีขึ้น แต่ หลวงพ่อคูณ ยังไม่ยอมฉันท์ยาละลายเสมหะ เนื่องจากมีรสชาดที่เปรี้ยว และฝาด แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจสารคัดหลั่ง เบื้องต้น ยังไม่พบเชื้อไวรัส 2009 และเชื่อว่าผลการตรวจเชื้อ จาก รพ.จุฬา ฯ ก็ไม่พบเช่นเดียวกัน แต่ทำให้เราต้องระวังเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กับหลวงพ่อ ฯ อยู่ดี เพราะถ้าเป็นแล้วจะไม่เป็นอีก อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะเป็นไข้หวัด 2009 น้อยลง อาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ซึ่งตรงนี้ทำให้ทีมแพทย์กังวลอยู่บ้างว่า ยังมีโอกาสจะติดเชื้อไข้หวัด 2009 ต่อไปอีกในอนาคต
ขณะนี้แพทย์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คาดว่าน่าจะอนุญาตให้หลวงพ่อคูณ กลับวัดได้อย่างเร็วที่สุดคือ วันที่ 20 ส.ค. เพราะในระหว่างนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยแพทย์ได้สั่งห้ามเยี่ยม เพื่อให้หลวงพ่อคูณ ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ



