ข่าว

ชวนคนไทยดู"หนัง"ในเทศกาลหนังสั้น

ชวนคนไทยดู"หนัง"ในเทศกาลหนังสั้น

17 ส.ค. 2552

กลายเป็นงานประจำปีที่ถูกจัดอย่างต่อเนื่องมาถึง 13 ปีแล้ว สำหรับงาน "เทศกาลหนังสั้น" ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิหนังไทย ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อเปิดโรงให้ผู้มีความคิดสร้างสรรค์มีโอกาสแสดงผลงานได้อย่างอิสระ โดยเปิดขึ้นอย่างเป็นทางกา

 ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการโครงการมูลนิธิหนังไทย และผู้อำนวยการเทศกาลหนังสั้น กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการทำหนังสั้นของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป บางคนใช้เป็นแฟ้มนำเสนอผลงานสำหรับตัวเอง ขณะที่บางกลุ่มอาจจะทำเป็นงานอดิเรก หากแต่ปัจจุบันฝีมือการทำหนังสั้นของคนไทยจัดว่าพอจะเทียบชั้นกับนานาชาติได้ โดยดูจากเทศกาลหนังสั้นโลกที่จัดขึ้นในแต่ละปีจะมีหนังสั้นจากประเทศไทยเข้ารอบการประกวดหรือไม่ก็ปรากฏบนเวทีทุกปี" ผู้อำนวยการเทศกาลหนังสั้นกล่าว

 ในฐานะผู้คลุกคลีอยู่กับหนังสั้นมายาวนาน อ.แดง กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิณ ประธานมูลนิธิหนังไทย กล่าวว่าเป็นความภาคภูมิใจและน่ายินดีที่มีผู้ให้ความสนใจทำหนังกันมากขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ที่มีคนไทยสนใจส่งหนังสั้นเข้าประกวดมากถึง 528 เรื่อง ขณะที่หนังสั้นจากต่างประเทศส่งเข้าประกวด 208 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 726 เรื่อง แต่ขณะเดียวกันก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ ที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการชมหนังสั้นมากนัก แม้แต่ผู้ทำหนังส่งเข้าประกวดบางรายเองก็ยังไม่เข้าชม ทั้งที่หนังสั้นดูไม่ยาก บางคนคิดว่าจะต้องออกแนวอาร์ต จริงๆ แล้วในหนังเหล่านี้มีความหลากหลาย มีความสดใหม่ ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงหลายๆ คนในปัจจุบันก็มาจากการเริ่มต้นที่ทำหนังสั้น

 ขณะที่ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิทธิ์ ผู้กำกับหนังสั้น และเคยได้รับรางวัลรัตน์ เปสตันยี และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินรางวัลรัตน์ เปสตันยี สำหรับบุคคลทั่วไป กล่าวว่า ปีนี้มีผู้สนใจทำหนังสั้นมากขึ้นโดยมีตั้งแต่ระดับบุคคลทั่วไป นิสิตนักศึกษาจนถึงนักเรียนระดับมัธยม ซึ่งต่างจากในอดีตที่จะเป็นเพียงกิจกรรมเฉพาะกลุ่มที่เรียนทางด้านนี้เท่านั้น อีกทั้งฝีไม้ลายมือในการทำโปรดักชั่นส์ก็มีความหลากหลายมากขึ้น

 "สำหรับการประกาศรางวัลให้แก่หนังสั้นประเภทต่างๆ อีก 6 ประเภท  ได้แก่ รางวัลรัตน์ เปสตันยี สำหรับบุคคลทั่วไป รางวัลรัตน์ เปสตันยี สำหรับหนังสั้นต่างประเทศ รางวัลช้างเผือก สำหรับหนังสั้นของนิสิต นักศึกษาระดับอุมศึกษา รางวัลช้างเผือกพิเศษ สำหรับหนังสั้นของนักเรียนระดับไม่เกินมัธยมศึกษา รางวัลดุ๊ก สำหรับหนังสารคดี และรางวัลปยุต เงากระจ่าง สำหรับหนังแอนิเมชั่น โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ถึง 23 สิงหาคมนี้" ธัญญ์วารินกล่าว

 ทั้งนี้ ผู้อำนวยการเทศกาลหนังสั้น ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดฉายหนังสั้นทั้งไทยและต่างประเทศในครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็นโปรแกรมต่างๆ ดังนี้ โปรแกรมหนังสั้นยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก Clermont Ferrand ประเทศฝรั่งเศส โปรแกรม S-Express ซึ่งเป็นการรวบรวมหนังสั้นจากประเทศอาเซียนและจีนกับไต้หวัน โปรแกรม Queer Shorts หนังสั้นเพื่อความหลากหลายทางเพศ โปรแกรม All about Rhythm หนังเกี่ยวกับการเต้นรำ การร้องเพลง และดนตรี และโปรแกรมพิเศษ Siam and A Century สยามศตวรรษความรู้ของเราต่ออนาคต