ข่าว

กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้า Zoning  by Agri-Map ผ่าน 882 ศูนย์

กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้า Zoning  by Agri-Map ผ่าน 882 ศูนย์

13 ต.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

         จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้มีนโยบายในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมแบบยั่งยืนหรือที่เรียกว่า Zoning โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ประสานงานและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ความเหมาะสมของพืชเศรษฐกิจ อีกทั้งยังให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการในการขับเคลื่อน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งยังได้จัดทำแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก ภายใต้ แนวคิด Zoning by Agri Map ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนฯ ตามมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ของเกษตรกรในพื้นที่รอบๆ หรือในตำบลที่ตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเกษตร (ศพก.) จำนวน 882 ศูนย์ซึ่งมีการชี้แจงให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม และรู้จักใช้ข้อมูลแผนที่ในพื้นที่ของตนเอง ครบทั้ง 882 ศูนย์

กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้า Zoning  by Agri-Map ผ่าน 882 ศูนย์

          อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการจัดทำแผนที่เขตความเหมาะสมของที่ดินสำหรับการผลิตสินค้าเกษตรสำหรับพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดรายชนิดพืช ในระดับประเทศระดับจังหวัด และระดับอำเภอ และทำการส่งมอบข้อมูลแผนที่ดังกล่าวให้แก่ศูนย์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเกษตรนำไปใช้เป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนและส่งเสริมในระดับพื้นที่ ครบทั้ง 882 ศูนย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคของหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิบัติ และส่งเสริมในพื้นที่เขตเหมาะสม (S๑ และ S๒) มีการอบรมให้เกษตรกรสามารถดูและใช้แผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ของตนเอง ว่ามีความเหมาะสมในระดับใด หรือไม่เหมาะสมกับพืชชนิดใด หากมีความเหมาะสมแล้วจะต้องทำการเพิ่มศักยภาพในการผลิตแบบไหนเพื่อลดต้นทุนในการผลิต หากไม่เหมาะสมจะต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปทำการเกษตรด้านอื่น

กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้า Zoning  by Agri-Map ผ่าน 882 ศูนย์

          นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เกษตรกรได้ดูงานความสำเร็จของการปลูกพืชในเขตเหมาะสม ผ่านทางศูนย์เรียนรู้ฯ (ศพก.) ที่เป็นต้นแบบที่อยู่ในจังหวัด ซึ่งได้มีการอบรมให้แก่เกษตรกร ส่วนการขับเคลื่อนการปฏิบัติและส่งเสริมในพื้นที่ที่ทำการผลิตไม่เหมาะสม (S๓ และ N) หรือ การปรับโครงสร้างการผลิต ได้ดำเนินการประชุม ชี้แจงถึงผลกระทบจากการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ไม่เหมาะสม และเสนอทางเลือกการผลิตในรูปแบบต่างๆ ทดแทน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่นั้นๆ ไปแล้ว มั่นใจจะเห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในปี 2560 นี้ ซึ่งหากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเลือกปลูกพืชตามความเหมาะสมของดินจะสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุน การใช้ปุ๋ย และยา ได้อีกด้วย