
บ.มะกันให้ตร.ใช้โปรแกรมวิเคราะห์สื่อโซเชี่ยลส่องผู้ประท้วง
กลุ่มสิทธิสหรัฐแฉ จีโอฟีเดีย บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่เข้าถึงเนื้อหาของเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ขายเครื่องมือสอดแนมผู้ประท้วงให้ตำรวจ
สหภาพเสรีภาพพลเรือนอเมริกัน (เอซีแอลยู) เผยรายงานที่ได้จากเอกสารภายในว่า จีโอฟีเดีย บริษัทวิเคราะห์ขั้นสูงซึ่งเข้าถึงเนื้อหาหรือคอนเทนท์ทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ผ่านโปรแกรมเชื่อมต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือ เอพีไอ ทำตลาดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสหรัฐว่า สามารถนำไปใช้ติดตามพิกัดและการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเคลื่อนไหวและผู้ประท้วงได้แบบเรียลไทม์ โดยอวดความสำเร็จในการติดตามการประท้วงตำรวจยิงคนผิวดำเสียชีวิตในเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี
จีโอฟีเดีย ซึ่งมีสำนักงานในชิคาโก อวดว่า เข้าถึงข้อมูลทวิตทั้งหมดที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์หรือตีความได้จากพิกัดและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ทั้งอ้างว่า เป็นบริษัทติดตามสื่อสังคมออนไลน์เจ้าเดียว ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ อินสตาแกรม
หลังจากเอซีแอลยูเผยเรื่องนี้ออกไป ทวิตเตอร์ยืนยันว่าได้ตัดการเข้าถึงบริการข้อมูลเชิงพาณิชย์ของจีโอฟีเดียแล้ว ส่วนเฟซบุ๊ก ที่เป็นเจ้าของอินสตาแกรมด้วย ยืนยันเช่นกันว่ายุติความสัมพันธ์กับจีโอฟีเดีย หลังทราบว่าบริษัทละเมิดเงื่อนไขการใช้บริการเชื่อมต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
นิโคล โอเซอร์ ผู้อำนวยการเอซีแอลยู ในแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า เอซีแอลยูไม่ควรต้องมาบอกให้เฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ว่า นักพัฒนาโปรแกรมกำลังทำอะไรอยู่ แต่เป็นบริษัทสื่อสังคมออนไลน์ที่จะต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดและมีกระบวนการตรวจสอบรัดกุมเพื่อให้มั่นใจว่า ระบบของตนจะไม่ถูกนำไปใช้สอดแนมอย่างไม่เลือก
ทั้งนี้ จีโอฟีเดีย จะดึงข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์และเปิดให้ฝ่ายที่สามซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัท เข้าถึงผลการวิเคราะห์ได้ด้วยการค้นหาจากคีย์เวิร์ด หรือจากพิกัด เพื่อดูว่าผู้ใช้โพสต์หรือทวิตอะไรไปเมื่อไม่นานมานี้ เอซีแอลยูระบุว่า บริษัทมีลูกค้าที่เป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายอย่างน้อย 500 แห่ง และมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างน้อย 13 แห่งที่ใช้เครื่องมือของจีโอฟีเดีย สอดแนมผู้ประท้วง และตำรวจในเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้เครื่องมือเดียวกันสอดส่องนักเคลื่อนไหวมุสลิม เอเชียใต้และซิกห์
ด้านจีโอฟีเดีย ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการขายข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่ยืนยันว่า ซอฟต์แวร์ของบริษัท พัฒนาขึ้นมาเพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยส่วนรวม ขณะยังคงคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพพลเรือน ที่ผ่านมา ได้ถูกนำไปใช้รับมือและความพยายามกู้ภัย ตั้งแต่เหตุโจมตีงานแข่งวิ่งมาราธอน ในบอสตัน จนถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุเฮอริเคนแมทธิวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารยืนยันว่ามีนโยบายชัดเจนที่จะป้องกันการนำซอฟต์แวร์ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความเห็น



