
อินโดนีเซียพร้อมสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก
ผลศึกษาความเป็นไปได้ขั้นต้นแล้วเสร็จ รัฐบาลอินโดนีเซียใกล้ตัดสินใจเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก
12 ต.ค. 59 หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า รัฐบาลกำลังเตรียมความพร้อมก่อสร้างและดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศ โดยจะเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนด้วย หลังจากสำนักงานพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติ (บาตัน ) สรุปผลศึกษาสถานที่ก่อสร้างสองแห่ง ได้แก่ จ. บังกา เบลีตุง และเมืองเจปารา จ.ชวากลาง ซึ่งเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวต่ำเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นของอินโดนีเซียที่เป็นส่วนหนึ่งของ แนวแผ่นดินไหวและสึนามิ ที่เรียกว่า วงแหวนอัคคี
บังกา มีความเหมาะสมเชิงยุทธศาสตร์เพราะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าได้ทั้งในสุมาตราและชวา ขณะที่เมืองเจปาราเป็นอีกทางเลือก หากเป็นโรงไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อป้อนไฟฟ้าเฉพาะเกาะชวา
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะสร้าง อาจมีกำลังผลิตกว่า 1,000 เมกะวัตต์
อินโดนีเซียออกกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2540 เพื่อรองรับแผนสร้างโรงไฟฟ้า แต่ติดขัดที่ความวิตกด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสึนามิก่อวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะในญี่ปุ่นเมื่อ 2554 แต่การมาเยือนของผู้แทนจากสำนักงานพลังงานปมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เมื่อกลางเดือนกันยายน ช่วยเสริมความมั่นใจมากขึ้น เมื่อไอเออีเอสรุปว่า อินโดนีเซียมีความพร้อมด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานมากพอจะสร้างโรงไฟฟ้าแห่งแรก มีเพียงเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มการประสานและสื่อสารเกี่ยวกับแผนการที่เกี่ยวกับนิวเคลียร์
นายซูลิสโต วิษณุโบรโต ผู้อำนวยการบาตัน ได้เข้าบรรยายสรุปแก่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ว่าอินโดนีเซียอาจร่วมมือกับประเทศใดได้บ้างในการผุดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก ประเทศเหล่านั้น เช่น รัสเซีย เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส จีน สหรัฐและญี่ปุ่น
ตามแผนพลังงานแห่งชาติ อินโดนีเซียตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน 50.3 % จากก๊าซธรรมชาติ 29.4% จากน้ำมัน 0.7 % ที่เหลือเป็นพลังงานหมุนเวียนหรือแหล่งพลังงานรูปแบบใหม่ ที่รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ 19.6 % ภายในปี ค.ศ. 2025 แต่หากยังไม่สร้างเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกได้ภายในปีหน้า ก็อาจจะพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สักแห่ง จะใช้เวลาประมาณ 7-10 ปี
เงินทุนที่ใช้ก่อสร้างจะเป็นอุปสรรคสำคัญของการเดินหน้าโครงการ ประเมินว่า มูลค่าก่อสร้างจะตประมาณ 60 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท )
.
.



