ข่าว

สอบจนท.เวร3ปาก คาด'ศพทารก'หายหลังเที่ยงคืน

สอบจนท.เวร3ปาก คาด'ศพทารก'หายหลังเที่ยงคืน

12 ต.ค. 2559

ตำรวจสมุทรปราการเร่งสอบเจ้าหน้าที่เวรห้องพักศพ คาดศพทารกหายหลังเที่ยงคืน

               จากกรณีศพทารกเพศหญิงอายุในครรภ์วัย 6 เดือนซึ่งเสียชีวิตลงหลังจากคลอดออกมาก่อนกำหนดลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วัน และเสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่โรงยาบาลสมุทรปราการ กระทั่งเช้าเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ทางผู้เป็นแม่วัย 15 ปี และครอบครัวได้เดินทางมาที่ห้องพักศพโรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อขอรับศพทารกไปบำเพ็ญกุศล แต่กลับพบว่าศพทารกน้อยได้หายไปอย่างปริศนานั้น
               ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 ตุลาคม พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพักศพ ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างลานจอดรถหลังโรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและหลักฐานในการรับศพของญาติที่เข้ามารับศพญาติในแต่ละวัน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบเอกสารต่างโดยละเอียด เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนหาตัวคนร้าย ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าให้ห้องเย็นที่เก็บศพทารกที่หายไปอย่างปริศนา ถูกเก็บเอาไว้ในหีบห้องเย็นห้องกล่งชั้นที่ 2 ซึ่งมีศพทารกที่เสียชีวิตและคลอดก่อนกำหนดจากการทำแทงเก็บเอาไว้ รวม 11 ศพ มีศพทารกที่วางคู่อยู่กับศพทารกที่หายไป 2 ศพ ซึ่งก็ยังอยู่เป็นปกติ และจากการตรวจสอบเอกสารในช่วงคืนวันที่ 10 จนถึงวันที่ 11 ตุลาคม ไม่พบว่ามีญาติมารับศพผู้เสียชีวิตออกจากห้องเก็บศพแต่อย่างใด
               จากการสอบถามพนักงานที่เข้าเวรในคืนวันที่ 10 ต.ค.จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 11 ต.ค. ทราบว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 10 ตุลาคม ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติ มีเจ้าหน้าที่ดูแลที่พักศพเข้าเวรอยู่ด้วยกัน 2 คน จนกระทั่งหลังเที่ยวคืนไปแล้วได้มีศพผู้ป่วยเสียชีวิตอยู่ตามแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาลทั้งหมด 9 ศพ ซึ่งผู้ดูแลห้องพักศพทั้งสองต้องขึ้นไปนำศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดลงมาเก็บรักษาไว้ในห้องพักศพ ซึ่งก็ใช้เวลามากพอสมควร และระหว่างนั้นก็ไม่มีใครเฝ้าห้องพักศพแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อว่าถ้ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุจริง ก็น่าจะเข้ามาก่อเหตุในช่วงนั้น
               พล.ต.ต.ธรรมนูญ เปิดเผยว่า เบื้องต้นหลังเกิดเหตุได้ทราบข้อมูลจากทางผู้เสียหายว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 10 ตุลาคม ยังมาดูศพทารกที่อยู่ในห้องพักศพอยู่ตามปกติ ซึ่งเชื่อว่าเวลาที่ศพหายนั้น น่าจะเป็นช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 10 ตุลาคมไปแล้ว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เข้าเวรอยู่เพียง 2 คน ที่ต้องขึ้นไปรับศพผู้ป่วยที่เสียชีวิตตามแผนกต่างๆ ในโรงพยาบาล จึงไม่มีใครเฝ้าห้องพักศพที่เกิดเหตุ จึงเป็นช่วงสะดวกต่อการเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งในเรื่องนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ให้ความสนใจในคดีนี้เป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน รอง สว.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ลงมาสืบสวนคลี่คลายคดี ขณะนี้ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าเวรในวันเกิดเหตุไปแล้ว 3 ปาก เพื่อหาสิ่งผิดปกติและข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การทำงานนั้นต้องเป็นไปตามพยานและหลักฐาน จึงยังไม่อยากกล่าวหาว่าใครเป็นคนก่อเหตุ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสักระยะหนึ่งคาดว่าน่าจะคลี่คายได้
               ด้าน นายแพทย์สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมุทรปราการ กล่าวว่า ในส่วนระบบของการจัดการของห้องพักศพนั้น ทางโรงพยาบาลได้เปิดให้ทางเอกชนเข้ามาประมูล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของเอกชนคอยดูแล แต่ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ไม่สามารถที่จะปัดความรับผิดชอบได้ เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ ทางโรงพยาบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้เรียกพนักเจ้าหน้าที่ของเอกชนที่เข้าเวรอยู่ห้องพักศพทั้ง 2 คน และเจ้าหน้าที่นิติเวชมาสอบสวนด้วยตัวเองแล้ว แต่ยังไม่มีสิ่งผิดปกติ โดยทางโรงพยาบาลยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าศพทารกหายไปไหน จึงขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางโรงพยาบาลทำงานก่อน เพื่อหาความจริงปรากฏให้มากที่สุด และในวันนี้จะได้มอบหมายให้นายประจง สาตราวาหะ อายุ 58 ปี นิติกรของโรงพยาบาลสมุทรปราการ และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในฐานะหนึ่งในผู้เสียหาย เนื่องจากเหตุเกิดภายในสถานที่ของโรงพยาบาล
               ขณะที่แม่ของทารก อายุ 15 ปี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนก็ยังแครงใจว่าศพลูกสาวซึ่งอยู่ในห้องพักศพของโรงพยาบาลหายไปได้อย่างไร ทั้งๆที่เป็นสถานที่ราชการ และค่อนข้างปลอดภัย และทำไมเจ้าหน้าที่ถึงได้บกพร่อง ปล่อยให้ห้องพักศพว่างไม่มีคนเฝ้า ส่วนสาเหตุตนเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนร้ายที่ต้องการนำศพไปทำเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ส่วนเจ้าหน้าที่เฝ้าห้องพักศพจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเร่งสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง