ข่าว

หนุ่มเปิดเฟซฯขายโทรศัพท์ก่อนเชิด5ล.หนีลอยนวล

หนุ่มเปิดเฟซฯขายโทรศัพท์ก่อนเชิด5ล.หนีลอยนวล

12 ต.ค. 2559

หนุ่มชลบุรี เปิดเฟซบุ๊กหลอกขายโทรศัพท์และรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนเชิดเงิน 5 ล้านหนีลอยนวล

              วันนี้้(12ต.ค.)ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท.,พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.2 บก.ปอท. ,พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผกก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วย น.ส.อาเครญา ศิริเจริญ อายุ 20ปี และน.ส.เกวรินทร์ จันทรา อายุ 23 ปี ผู้เสียหายร่วมแถลงผลการจับกุมนายจิรายุ วิรตีวิภัช อายุ 25 ปี ข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 

           โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หลังจากที่ผู้ต้องหาเปิดเพจเฟสบุ๊กหลอกขายโทรศัพท์ และเป็นรับสมัครงานออนไลน์ทำให้มีผู้เสียหายทั่วประเทศกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายมาก 5 ล้านบาท

         พ.ต.อ.สยาม กล่าวว่า นายจิรายุนั้นมีพฤติกรรมคือสร้างเพจเฟสบุ๊กเพื่อหลอกขายโทรศัพท์ และเปิดรับสมัครงานออนไลน์ โดยจะโพสต์ในเพจเฟสบุ๊กมีการเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเล่นเกมส์ชิงโทรศัพท์ และขายโทรศัพท์มือ 1 หรือมือสองในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป เมื่อเหยื่อหลงเชื่อติดต่อซื้อโทรศัพท์และนัดโอนเงิน ก็จะให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้ ซึ่งบัญชีธนาคารดังกล่าวก็จะหลอกผู้ที่จะเข้ามาสมัครงานออนไลน์ให้ไปเปิดบัญชีรอไว้ก่อนหน้านี้ 

         หลังจากนั้นเมื่อเงินเข้าบัญชีก็จะใช้วิธีให้ผู้ที่สมัครงานออนไลน์ไปซื้อบัตรทรูมันนี่เท่ากับจำนนเงินที่โอนเข้ามา และนำรหัสทรูมันนี่ดังกล่าวไปแลกเป็นเงินกับตัวแทนหรือร้านเกมส์ที่ติดต่อไว้ จนกระทั่งเมื่อเวลา 09.30น. วันที่ 11 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายจิรายพักอยู่ที่ห้องเลขที่ 142/184 หมู่ 1 คอนโดเดอะไรส์ B3 ต.เสม็ด อ.เมืองจ.ชลบุรี จึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดชลบุรี เลขที่ ค.253/2559 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เข้าตรจค้นพบนายจรายุจึงได้เชิญตัวมาสอบปากคำก่อนจับกุม

         ขณะที่น.ส.อาเครญา กล่าวว่า ตนได้รู้จักเพจเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า“บีบีโฟน แอนด์เซอร์วิส” ซึ่งเป็นเพจที่ใช้หลอกขายโทรศัพท์ เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตนจึงเข้าไปศึกษาเห็นว่าเพจดังกล่าวมีการแสดงหน้าร้านที่ชัดเจน มีผู้ที่กดติดตามเพจกว่าแสนคน มีการเปิดให้ลูกเพจเล่นเกมส์เพื่อชิงรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือจึงสนใจและเมื่อดูราคามือถือที่เสนอขายในเพจก็ถูกว่าเพจอื่นหรือตามร้านประมาณ 2,000 บาท ตนจึงอินบล็อกไปเพื่อถามรายละเอียด หลังจากนั้นก็ได้ติดต่อผ่านโทรศัพท์ และตกลงซื้อโทรศัพท์ไอโฟนรุ่น 5 และ 6s เป็นเงินรวม 25,000 บาท และได้โอนเงินไป 

          แต่กลับพบว่าสินค้าไม่มาส่งตามที่ตกลงกับไว้ พร้อมกับที่ญาติของตนเข้าไปพิมพ์ในเฟสบุ๊คว่า “บีบีโฟน” แต่กับพบอีกเพจที่มีใจความว่าเพจบีบีโฟน แอนด์เซอร์วิส ไม่มีจริง เป็นเพจปลอม ทางร้านไม่มีเพจเฟสบุ๊ค พร้อมกับมีผู้ที่ถูกหลอกอีกหลายคนเข้ามาโพสต์จึงรู้ว่าตัวเองถูกหลอก จึงเข้าไปคุยอินบล็อกกับเพจปลอมเพื่อลองขอหลักฐานเป็นบัตรประชาชน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงและถูกบล็อกเฟสบุ๊ค จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ นอกจากนี้ลักษณะการคุยของเพจดังกล่าวนั้นเวลาในเพจจะพิมพ์คำว่า“ค่ะ”คล้ายกับคุยกับผู้หญิง 

        เมื่อติดต่อผ่านเฟสก็จะให้คุยผ่านทางโทรศัพท์อ้างว่าไม่สะดวก เมื่อคุยผ่านโทรศัพท์กลับเป็นผู้ชายโดยอ้างว่าเป็นแฟนกับคนที่คุยในเพจ ส่วนในเพจนั้นจะไม่อนุญาตให้ใครคอมเม้น ถ้าใครอยากติดต่อต้องอินบล็อคไปเท่านั้น

          ด้านน.ส.เกวรินทร์ กล่าวว่า เนื่องจากตนมีลูกเล็ก 2 คน ส่วนสามีทำอาชีพรับจ้างก่อสร้างและตอนนั้นไม่มีเงินจึงคิดที่จะหางานทำขณะที่ตนอ่านข่าวสารทั่วไปในโลกโซเชียลก็เห็นว่ามีเปิดรับสมัครงานเด้งขึ้นมาโดยเป็นงานคอนเฟริ์มออเดอร์ ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตตนจึงสนใจเพราะสามารถทำงานได้ที่บ้านและสามารถเลี้ยงลูกได้ด้วย จึงแอดไอดีไลน์และทิ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ ผ่านไปสักพักก็มีคนติดต่อมา และอธิบายการทำงานให้ฟังว่าทางบริษัทมีฝ่ายขายอยู่แล้ว และเมื่อฝ่ายขาย ขายของได้ก็จะรวมเงินแล้วโอนเข้าบัญชีตน ตนมีหน้าที่ไปตรวจดูเงินว่าเข้าครบไหม 

        ทั้งนี้จะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 500-1,000 บาทต่อออเดอร์ โดยขอสำเนาบัตรประชาชนและหน้าสมุดบัญชีธนาคารอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบว่าตนติดแบล็คลิสอะไรหรือไม่ หลังจากนั้นได้ให้ตนเริ่มงานในวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา มีเงินเข้าบัญชีตน 39,000บาท หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้โทรหาตน โดยบอกว่าให้ตนไปตรวจสอบว่าเงินเข้าครบตามจำนวนหรือไม่และให้เบิกเงินดังกล่าวโดยหักค้าจ้างตนออก 2,000 บาท ก่อนจะนำเงินไปซื้อสลิปเงินสดทรูมันนี่ทั้งหมดหลังจากนั้นผู้ต้องหาจะโทรมาขอรหัสบัตรทรูมันนี่ทั้งหมด ก่อนจะบอกให้ตนฉีกทำลายสลิปนั้นทิ้ง 

       หลังจากนั้น 4 วัน ตนก็ทำงานตามปกติ แต่กลับมีผู้มาติดต่อตนในที่พักโดยบอกว่าโอนเงินให้ตนแล้วแต่ยังไม่ได้สินค้า ตนจึงรู้ว่าถูกหลอกจึงเข้าไปติดต่อกับผู้ต้องหาผ่านไลน์อีกครั้งแต่กลับไม่มีการตอบกลับ จึงให้เพื่อแกล้งไปสมัครงานแต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับอีกเช่นกัน ซึ่งขณะที่ทำงานผู้ต้องหาจะไม่ให้ตนโทรไปหาให้ติดต่อกันทางไลน์เท่านั้นหรือหากจะติดต่อทางโทรศัพท์ผู้ต้องหาจะเป็นคนติดต่อมาเอง อย่างไรก็ตามตนได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา      

         พ.ต.อ.สยาม กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าเป็นคนทำจริง เป็นคนจ.ชลบุรี ทำมาได้ 4-5 ปีแล้ว จึงอยากจะฝากไปถึงผู้ที่ชอบซื้อของหรือสมัครงานผ่านโลกโซเชียลให้มีการตรวจสอบเว็ปไซด์ให้ดีเสียก่อน ส่วนคนที่สมัครงานก็ต้องดูว่างานนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร อย่าไปหลงเชื่อประเภทที้ว่านั่งอยู่เฉยๆแล้วเงินจะเข้ามาในบัญชีในพึงระวังเพราะอาจจะเป็นเหยื่อขอมิจฉาชีพได้ 

       นอกจากนี้ควรเก็บข้อความที่มีการสนทนาหรือการโอนเงินทุกขั้นตอนไว้อย่าลบเพราะหากว่าถูกหลอกจริงสามารถนำหลักฐานดังกล่าวเข้าแจ้งความได้เพราะจะเป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามตัวผู้ที่กระทำความผิด นอกจากเนื่องด้วยคดีนี้มีผู้ที่หลงเชื่อถูกหลอกหลายรายจึงอยากให้ผู้เสียหายที่แจ้งความไว้นำหลักฐานใบบันทึกประจำวนไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อร่วมกันอายัดตัวผู้ต้องหา เพื่อที่ผู้ต้องหาจะได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย