ข่าว

7 วันรู้ผลกระเบนตาย-ลามถึงดอนหอยหลอด-แม่กลองค่ำน้ำสุดต่ำ

7 วันรู้ผลกระเบนตาย-ลามถึงดอนหอยหลอด-แม่กลองค่ำน้ำสุดต่ำ

11 ต.ค. 2559

นายกฯ สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเร่งหาสาเหตุกระเบนตายในแม่กลอง ด้านจังหวัดสมุทรสงครามถกด่วนแก้ปัญหา พบลามถึงดอนหอยหลอด  มก.ยัน7 วันรู้สาเหตุตาย

 

      สถานการณ์กระเบนน้ำจืด หรือปลาราหู กว่า 50 ตัวลอยตายอย่างไม่รู้สาเหตุในแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ยังคงเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด แม้ก่อนหน้านี้จากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า กระเบนน้ำจืดได้รับสารพิษที่มีผลต่อร่างกายอย่างเฉียบพลัน จึงส่งผลให้ตายเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้ลุกลามไปยังสัตว์น้ำชนิดอื่นในแม่น้ำแม่กลองแล้ว

       เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์กระเบนน้ำจืดทยอยตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำแม่กลอง ว่า ได้สั่งการให้ติดตามหาสาเหตุการตายของกระเบนแล้ว บางคนบอกว่าสาเหตุเกิดจากน้ำเน่าเสียจากโรงงาน จึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตรวจสอบ เนื่องจากกระเบนเป็นสัตว์ที่ควรจะสงวนไว้ และเป็นการแสดงถึงความสมบูรณ์ของท้องน้ำ ทั้งประมงน้ำเค็มและน้ำจืด วันนี้ได้ให้ไปดูทั้งหมด รวมทั้งหาสาเหตุการทำประมงในกระชังแล้วมีปลาลอยตายด้วย ต้องไปดูแล

      วันเดียวกัน นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสัตว์น้ำตาย (ปลากระเบนราหู) กับนายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และนายรังสรรค์ ตันเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม

       นายคันฉัตรกล่าวถึงสถานการณ์ปลากระเบนราหูตายในแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เกิดตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน-10 ตุลาคม รวม 45 ตัว และมีปลากระชังลอยตัวตายอีกจำนวนมาก บางส่วนเสียหาย โดยมีค่าออกซิเจนละลาย (Dissolved Oxygen:OD) ในกระชังกับนอกกระชังต่างกันมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม ที่ดอนหอยหลอดพบหอยหลอดตายบนพื้นเลนค่อนข้างมาก และมีปลาเล็กปลาน้อยตาย คาดว่าเกิดจากการเปลี่ยนสภาพของน้ำ แพลงตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างพิสูจน์ คาดว่าจะได้ทราบผลเร็วๆ นี้

       ด้าน รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ และอาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้สัตว์น้ำตาย เกิดจากสารเคมีทำลายระบบไตของสัตว์น้ำ

7 วันรู้ผลกระเบนตาย-ลามถึงดอนหอยหลอด-แม่กลองค่ำน้ำสุดต่ำ  

ภาพจากสำนักข่าวอิศรา

       ขณะที่ภาคประชาชนเสนอมาตรการเร่งด่วนด้วยการขอให้เร่งปล่อยน้ำไล่น้ำเสียโดยด่วน และเชื่อว่าน้ำเสียรอบนี้เกิดมาจากข้างบน โดยมีคนฉวยโอกาสปล่อยน้ำเสียช่วงฝนตก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่สืบกลับไปหาแหล่งกำเนิดมลพิษ รวมถึงมีกลไกตรวจสอบโรงงานที่แอบปล่อยน้ำเสีย โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

      ส่วนนายอุทัย สิงห์โตทอง ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า หลังจากวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางประมงได้รับแจ้งพบซากปลากระเบนตายอย่างต่อเนื่อง ภายใน 5 วัน โดยตายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 31 ตัว จากก่อนหน้านี้ที่ชาวบ้านแจ้งไว้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน-7 ตุลาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่พบซากเพียง 14 ตัวเท่านั้น แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้พบซากกระเบนตัวที่ 45 อย่างไรก็ตาม จุดที่พบกระเบนตายได้กระจายไปทั่วแม่น้ำแม่กลองในพื้นที่ 3 อำเภอ และลำคลองสาขา คือ อำเภอเมือง อัมพวา และบางคนที ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจคุณภาพน้ำจากกรมควบคุมมลพิษ นอกจากนี้ยังเฝ้าระวังสัตว์น้ำชนิดอื่นว่าจะตายด้วยหรือไม่

       นายวีรกิจ จรเกตุ หัวหน้าสถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ทีมงานคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดยดร.สุขกฤกษ์ นิมิตรกุล ดร.เยาวลักษณ์ มั่นธรรม ลงพื้นที่ตั้งแต่ปากแม่น้ำแม่กลองไปจนถึงจ.ราชบุรี เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและดินตะกอนยืนยันสาเหตุการตายของปลากระเบนเจ้าพระยา หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานข่าวการพบการตายของปลากระเบนเจ้าพระยา บริเวณแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงครามว่า ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างของตะกอน ดิน และน้ำประมาณ 11 จุดเพื่อไปพิสูจน์หาสาเหตุของการตายของกระเบนเจ้าพระยา รวมทั้งสัตว์น้ำอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลาดุกทะเล เป็นต้น คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์จะได้ผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่หลักฐานอธิบายได้อย่างชัดเจน โดยผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะแถลงให้สาธารณชนทราบอย่างเป็นทางการ

       “ช่วงเดียวกันนี้ของทุกปีก็จะมีปรากฏการณ์ปลาตาย แต่ไม่มากเท่าปีนี้ และที่สะเทือนใจมากที่สุดคือมีกระเบนตายด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีสาเหตุมาจากน้ำมีสารพิษหรือไม่ หรือมีสาเหตุอื่นอีก ก็ต้องรอผลพิสูจน์อย่างเป็นทางการเสียก่อน” หัวหน้าสถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม กล่าว

       อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ จากการตรวจวัดคุณภาพผิวน้ำบริเวณแม่น้ำแม่กลอง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ในช่วงเวลากลางวัน พบว่าปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) มีค่าอยู่เพียง 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน และมีค่าต่ำกว่าค่าที่เคยวัดได้ในช่วงเดือนเดียวกันในปีที่แล้วมาก ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณ 5.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ทีมงานได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในจ.สมุทรสงครามออกเรือเพื่อตามหาปลากระเบนบริเวณแม่น้ำแม่กลอง พบปลากระเบน 2 ตัว และนำมาดูแลไว้ที่บ่อเลี้ยงของสถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

       นายวีรกิจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบการตายของปลากะพงที่เลี้ยงในกระชังบริเวณแม่น้ำแม่กลองในบางพื้นที่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุการตายที่แน่นอนของปลาในบริเวณแม่น้ำแม่กลองได้ ดังนั้นคณะประมงจึงจัดทีมสำรวจคุณภาพน้ำบริเวณแม่น้ำแม่กลองเพื่อสำรวจหาสาเหตุของการตายที่แน่นอนต่อไป ส่วนในวันที่ 10 ตุลาคม ได้ลงสำรวจใน 6 จุดตั้งแต่คลองโคนไปถึงดอนหอยหลอด พบว่าปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ มีค่าต่ำกว่ามาก ประมาณ 0.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ในขณะที่สัตวฺ์น้ำอยู่ได้ต้องมีประมาณ 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ล่าสุดวันนี้ได้ลงเก็บตัวอย่างอีกครั้ง 11 จุดเพื่อเก็บละเอียดเป็นครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ แพลงตอน เพื่อนำตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดว่าจะมีโลหะหนักหรือสารพิษหรือไม่