ข่าว

"ช้างศึก"9 คน พ่ายอิรัก ส่อชวดบอลโลก

"ช้างศึก"9 คน พ่ายอิรัก ส่อชวดบอลโลก

11 ต.ค. 2559

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ต้องเล่น 9 คน ก่อนพ่าย อิรัก 4-0 แพ้รวด ไม่มีคะแนน รั้งบ๊วยของกลุ่ม ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โอกาสเข้ารอบสุดท้ายแทบไม่เหลือ

          ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีม กลุ่มบี นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สนามปาส ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน “ช้างศึก” ทีมชาติไทย อันดับสุดท้ายของกลุ่ม ที่เตะ 3 นัด แพ้รวด ไม่มีคะแนน พบกับ อิรัก ในฐานะเจ้าถิ่น อันดับ 5 แพ้มา 3 นัดรวดเช่นกัน โดย อิรัก ถูกแบนห้ามเตะในบ้านตัวเอง

          เกมนี้มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมค่อนข้างบางตา เนื่องจากประเทศอิรักมีพิธีทางศาสนา ทำให้แฟนบอลไม่สะดวกเดินทางมาชมเกมที่ประเทศอิหร่าน ส่วนแฟนบอลไทยเดินทางมาชมเกมประมาณ 300 คน โดยสภาพอากาศค่อนข้างร้อนจากแสงแดด เนื่องจากเตะเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่อากาศค่อยๆ เย็นลงตามลำดับ

         ส่วน 11 คนแรกของ ทีมชาติไทย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน เลือกใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่บุกแพ้ ยูเออี 1-3 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมทุกตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แบ็กขวา ทริสตอง โด แบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ กรวิทย์ นามวิเศษ กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ปีกขวา มงคล ทศไกร ปีกซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้าตัวเป้า “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา

        เริ่มเกม อิรัก เป็นฝ่ายโหมบุกใส่ไทยอย่างหนักและมีลุ้นทำประตูหลายครั้ง กระทั่งนาที 7 ความพยายามมาประสบผลสำเร็จ จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่เปิดเข้ามากลางประตู ดูแกรม อิสมาเอล โหม่งตั้งให้ โมฮาหนัด อับดุลราฮีม คาร์ราร์ ชาร์จจ่อๆ ตุงตาข่ายให้ อิรัก นำ 1-0

    จากนั้นเกมของ ไทย ยังไม่ดีขึ้น ก่อนที่นาที 24 อิรัก จะมาได้ประตูนำห่าง 2-0 อาลี อัดนาน เปิดจากซ้ายให้ อาเหม็ด ยัสซีน โหม่งที่เสาสองชนเสา แต่ ยัสซีน ยังตามไปเก็บบอลก่อนเปิดยัดให้ โมฮาหนัด อับดุลราฮีม คาร์ราร์ ยิงจ่อๆ เข้าไป

    นาที 27 ไทย เปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงสนามแทน มงคล ที่เล่นไม่ออก และนาที 31 ไทย เปลี่ยนตัวคนที่ 2 ทันควัน ส่ง ประทุม ชูทอง ลงสนาม ธนบูรณ์ ที่บาดเจ็บ ก่อนที่ช่วงทดเวลา อิรัก สวนกลับและหลุดเดี่ยวถึง 4 คน ก่อนที่ โมฮาหนัด อับดุลราฮีม คาร์ราร์ จะเลือกจ่ายให้ อาเหม็ด ยัสซีน ยิงโล่งๆ หลุดกรอบเหลือเชื่อ ทำให้ครึ่งแรก ไทย ตามหลัง 0-2

    ครึ่งหลัง ไทย เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่ง ธนา ชะนะบุตร แทน เกริกฤทธิ์ ทำให้ 2 เกมที่ ไทย เยือน ยูเออี และ อิรัก “ซิโก้” ใช้ผู้เล่นทั้งตัวจริงและเปลี่ยนตัวเหมือนเดิมทั้งหมด ซึ่งเกมดูดีขึ้น นาที 55 ปกเกล้า จ่ายให้ ธีรศิลป์ หลุดเข้าไปยิง แต่ติดบล็อค โมฮัมเหม็ด ฮานีด นายทวารเข้าถิ่นออกหลัง

    นาที 68 สถานการณ์ของไทยย่ำแย่หนักเข้าไปใหญ่ เมื่อผู้ตัดสินมองว่า กรวิทย์ ไปเล่นนอกเกมใส่ อาเหม็ด อิบราฮิม ทำให้ผู้ตัดสินควักใบแดงโดยตรงไล่ กรวิทย์ ออกจากสนาม ทำให้ไทยเหลือผู้เล่น 10 คน ก่อนที่นาที 75 ประทุม โดนผู้เล่น อิรัก เบียดไปชนกับ กวินทร์ ทำให้ ประทุม หลับกลางอากาศต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ทำให้ไทยเหลือผู้เล่น 9 คน เพราะเปลี่ยนตัวครบแล้ว และนาทีเดียวกัน ธนา มีอาการบาดเจ็บจนวิ่งไม่ไหว แต่เจ้าตัวฝืนเล่นต่อ ซึ่งเสมือนเล่นแค่ 8 คนเท่านั้น

    เวลาที่เหลือ อิรัก บุกหนักเพราะตัวผู้เล่นมากกว่าถึง 2 คน และนาที 85 โมฮาหนัด อับดุลราฮีม คาร์ราร์ ทำแฮตทริกให้ตัวเอง ยิงจ่อๆ 3-0 และช่วงทดเวลา โมฮาหนัด อับดุลราฮีม คาร์ราร์ ยิงลูกที่ 4 ให้ อิรัก ชนะ ไทย 4-0 ทำให้ ไทย เตะ 4 นัด แพ้รวด ไม่มีคะแนน รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม โอกาสเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย แทบไม่เหลือ โดยโปรแกรมนัดต่อไปของ ไทย วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ ออสเตรเลีย

    สำหรับนักเตะ “ช้างศึก” มีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 12 ตุลาคม ด้วยสายการบินเอติฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบิน อีวาย 408 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 18.25 น.