ข่าว

“โชติ สายยืนยง”สู้เพื่อข้าว"ปิ่นแก้ว"

“โชติ สายยืนยง”สู้เพื่อข้าว"ปิ่นแก้ว"

13 ต.ค. 2559

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

 

           ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม...คำขวัญของจ.นครปฐมที่บ่งบอกถึงของดีในจังหวัด ทว่าคำว่าข้าวสารขาวนั้นมีการกล่าวกันว่าน่าจะเป็นข้าวปิ่นแก้ว ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดข้าวโลกที่ประเทศแคนาดาเมื่อปี 2476 มีถิ่นกำเนิดในจ.นครปฐม โดยเฉพาะพื้นที่ ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล ที่อดีตเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญขงอจังหวัด ก่อนที่ความเจริญบุกเข้ามาทำให้วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนเปลี่ยนไป

          หากแต่ยังมีผู้นำชุมชนที่ชาวบ้านให้การยอมรับยกย่องว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่ชื่อ “ลุงโชติ สายยืนยง” วัย 64 เศษ อดีตประธานสหกรณ์หมู่บ้านคลองโยงอยู่บ้านเลขที่ 31/1 ม.8 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑลที่พยายามหาวิธีนำข้าวปิ่นแก้วกลับมาสู่ถิ่นกำเนิดมากหลายปี ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ หลังกรมการข้าวได้อนุญาตให้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวปิ่นแก้วที่เก็บรักษาไว้ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีจำนวน 300 เมล็ดมาขยายพันธุ์เพาะปลูกในพื้นที่ต.คลองโยง เมื่อเร็ว ๆ นี้

         "พื้นเพผมเป็นคนที่นี่ ครอบครัวมีอาชีพทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ปัจจุบันก็ยังทำนาเป็นหลัก ไม่เคยเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น เมื่อก่อนชาวบ้านที่นี่เขาจะปลูกข้าวปิ่นแก้วกัน ต่อมาก็หันมาปลูกข้าวสายพันธุ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเช่นพันธุ์กข. เพระาปลูกง่าย โตไว ปลูกได้ปีละหลาย ๆ ครั้ง ปลูกเพื่อขายไม่ใช่ปลูกเพื่อกินเหมือนข้าวปิ่นแก้วที่สมัยก่อนชาวบ้านเขาปลูกไว้เพื่อรับประทานในครัวเรือน" ลุงโชติ ย้อนอดีตวิถีชีวิตของคนในชุมชนคลองโยง

 

“โชติ สายยืนยง”สู้เพื่อข้าว"ปิ่นแก้ว"

 

        แม้คนอื่นจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยการหันมาทำสวนผลไม้หรือปลูกพืชผักแทนการทำนาปลูกข้าว แต่สำหรับเขาไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพนี้และพยายามหาวิธีนำข้าวพันธุ์ดั้งเดิมอย่างปิ่นแก้วมาปลูกอีกครั้ง แต่ปัญหาไม่มีเมล็ดพันธุ์หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ เนื่องจากชาวบ้านไม่ได้เก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ หลังหันมาปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ กระทั่งเมืื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขาได้รับรู้ว่ากรมการข้าวได้เก็บเมล็ดข้าวพันธุ์นี้เอาไว้ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จึงได้ทำเรื่องขอไปเพื่อจะนำมาขยายพันธุ์ในพื้นที่ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้ามากนัก จนกระทั่งมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับมูลนิธิรากแก้วได้ลงพื้นที่เก็นข้อมูลวิถีชุมชนที่บ้านคลองโยง จึงได้รับทราบเจตนาของคนในชุมชนที่ต้องการข้าวพื้นเมืองพันธุ์ดีกลับคืนถิ่นอีกครั้ง จึงได้ประสานไปยังกรมการข้าว จนในที่สุดก็ได้รับอนุมัติให้เมล็ดพันธุ์มาจำนวน 300 เมล็ด 

        "ข้าวทุกเมล็ดมีความหมายต่อชาวชุมชนคลองโยงมาก ตอนนี้เรากำลังทำเพาะกล้าพันธุ์ข้าวเพื่อนำไปปลูกในแปลง คาดว่าข้าวล็อตแรกจะเก็บเกี่ยวได้ในปี60 เป็นข้าวนาปี ปลูกได้ปีละครั้ง จากนั้นจะส่งเสริมให้ชาวบ้านเริ่มจากปลูกคนละไร่สองไร่เพื่อเก็บไว้รับประทานในครอบครัวแล้วขยับขยายพื้นที่ปลูกเพื่อจำหน่าย โดยมีสหกรณ์หมู่บ้านคลองโยงจะเป็นผู้ดูแลเรื่องการตลาด"ปราชญ์ชาวบ้านนักต่อสู้เพื่อข้าวปิ่นแก้วเผย พร้อมวางอนาคตของข้าวปิ่นแก้วจะปลูกอยู่ในพื้นที่ต.คลองโยง กว่า 1,400 ไร่ที่เป็นโฉนดชุมชน โดยจะไม่ให้มีการขยายพันธุ์ไปสู่พื้นที่อื่น เนื่องจากความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และเป็นข้าวที่มีตำนานก่อกำเนิดในบริเวณนี้มาตั้งแต่ในอดีต

        จากนั้นจะผลักดันให้พื้นที่ ต.คลองโยง เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชนและเป็นแหล่งผลิตข้าวปิ่นแก้วแห่งเดียวของประเทศ พร้อมทั้งแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

        โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยมหิดลและมูลนิธิรากแก้ว ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ภายใต้การนำของปราชญ์ชุมชนที่ชื่อ“โชติ สายยืนยง”