ข่าว

จับพระร่วมโจ๋15 ชำเราเด็ก6ขวบดับ

จับพระร่วมโจ๋15 ชำเราเด็ก6ขวบดับ

11 ต.ค. 2559

ตำรวจภาค 4 แถลงจับพระและคู่ขาวัย 15 ชำเราเด็กชายวัย 6 ขวบเสียชีวิต นำศพทิ้งใต้ต้นมะขาม

              จากกรณี พ.ต.ท.เพิ่ม นาคำ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า พบศพเด็กเสียชีวิตอยู่บริเวณใต้ต้นมะขาม ด้านหลังวัดสว่างคงคาราม ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และตรวจสอบพบว่าเป็นศพ “น้องเอ” นามสมมุติ อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้่นอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.มัญจาคีรี นอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นมะขาม โดยมีกิ่งไม้และใบไม้คลุมตัวไว้ สภาพศพนั่งคุกเข่าคว่ำหน้า มีเลือดไหลออกปาก จมูก หู ที่ทวารหนักมีคราบคล้ายถูกกระทำชำเราและมีมดขึ้นอยู่ตามร่างกายจำนวนมาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-6 ชม. จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัว “พระกึ่ม” หรือพระนิรันต์ ชนยุทธ อายุ 36 ปี พระลูกวัดของวัดสว่างคงคาราม พร้อมเพื่อนชายคนสนิท อายุ 15 ปี เอาไว้ก่อนเพื่อสอบปากคำ และนำมาตรวจร่างกายอย่างละเอียด จนพระกึ่มรับสารภาพว่า เป็นผู้กระทำชำเรา ด.ช.เอ วัย 6 ขวบจนเสียชีวิตจริง
               เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ต.ค.59 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้ร่วมกับนายตำรวจอีกหลายนาย แถลงข่าวการจับกุมนายสอง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และนายนิรันต์ ชนยุทธ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 3 ต.ห้วยยาง อ.กระนวน จ.ขอนแก่น โดยได้ร่วมกันกระทำชำเราเด็กชายอายุไม่เกิน 13 ปี จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในลักษณะเป็นการโทรม
               โดยเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 59 เวลาประมาณ 14.00 น. ตาของด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ ได้แจ้งว่าหลานชายหายไป ญาติได้ออกติดตามหาตามจุดที่คาดว่า ด.ช.เอ จะไปวิ่งเล่นแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งวันที่ 10 ต.ค. เวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า พบศพเด็กเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางทุ่งนา ใต้ต้นมะขาม ด้านหลังวัดสว่างคงคาราม บ้านหลุบคา ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบว่าเป็นศพของ ด.ช.เอ ซึ่งได้หายตัวไป คาดว่าชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง
               จากการสืบสวนทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 ต.ค. ด.ช.เอ ได้ไปเล่นกับเพื่อนๆ ที่วัดสว่างคงคาราม มีพระลูกวัดได้เรียกให้เข้าไปหาในกุฎิ จากนั้นไม่มีผู้ใดพบเห็นด.ช.เอ อีกเลย จนมาพบศพถูกฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณ ชุดสืบสวนทั้ง 3 ชุด ได้ลงพื้นที่จนได้พยานหลักฐานสำคัญ และทราบว่าผู้กระทำผิดคือนายนิรันต์ ซึ่งได้บวชเป็นพระลูกวัดที่เกิดเหตุ และนายสอง (นามสมมุติ) จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คน มาสอบสวนและส่งตัวไปตรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่พบในตัวผู้ตาย
               ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า นายสองได้ใช้มือบีบคอผู้ตายจนสลบแล้วได้กระทำชำเราผู้ตายจนผู้ต้องหาทั้งสองคนสำเร็จความใคร่ ในขณะที่ชำเราได้ใช้มือปิดปากปิดจมูกจนผู้ตายขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตายในที่สุด หลังจากนั้นได้นำศพของผู้ตายไปซ่อนยังจุดที่พบศพ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.มัญจาคีรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
               ขณะที่ พระอธิการสมหมาย ขันติโก เจ้าอาวาสวัดสว่างคงคาราม กล่าวว่า ในช่วงที่พระกึ่มมาอาศัยจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ได้รับรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีของพระกึ่มมาโดยตลอด รวมทั้งชาวบ้านเองก็รับรู้ว่าพระกึ่มมีนิสัยเกเรและเคยต้องคดีมาก่อน แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะหวาดกลัวว่าจะเกิดความเดือดร้อน อีกทั้งพระกึ่มก็เป็นลูกหลานที่เกิดและโตอยู่ที่บ้านนี้จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรมาก เพราะเห็นว่าบวชแล้วน่าจะกลับตัวกลับใจได้
               “ก่อนหน้านี้ที่พระกึ่มมาจำพรรษาใหม่ๆ ตนเคยว่ากล่าวตักเตือนว่าอย่าพาเด็กวัยรุ่นมามั่วสุม แต่พระกึ่มก็ไม่ฟัง เวลาที่ทางวัดประกอบกิจของสงฆ์ พระกึ่มก็จะไม่เข้าร่วมใดๆ ทั้งสิ้น จนทางวัดและชาวบ้านต่างเอือมระอาในพฤติกรรม จึงได้แต่เฉยๆ เพราะรู้ประวัติที่ไม่ดีของพระกึ่ม” พระอธิการสมหมาย กล่าว
               ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่บ้านของน้องเอ (นามสมมุติ) วัย 6 ขวบ ผู้เสียชีวิต พ่อและแม่ได้รับศพของน้องเอ กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ทราบข่าวมาร่วมแสดงความเสียใจ หลังจากที่รถวิ่งมาถึง ผู้เป็นแม่ถึงกับเป็นลมหมดสติจนญาติต้องนำส่งโรงพยาบาลประจำตำบล โดยระหว่างนั้นชาวบ้านต่างจับกลุ่มพูดถึงคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน ซึ่งทุกคนไม่คาดคิดว่าคนที่ลงมือก่อเหตุคือพระสงฆ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้ทุกวัน และในวันที่น้องเอหายตัวไป พระรูปดังกล่าวยังช่วยชาวบ้านออกตามหาน้องเออยู่เลย ไม่คิดว่าจะเป็นคนลงมือก่อเหตุเสียเอง
               ด้าน นางสาวจินตา ก้านอินทร์ ชาวบ้านหลุบคา บอกว่า หลังทราบแน่ชัดว่าน้องเอหายตัวไป ชาวบ้านก็ช่วยกันออกตามหาทั่วทั้งหมู่บ้าน โดยตอนแรกคิดว่าน้องเออาจจมน้ำเสียชีวิต จึงประสานตำรวจและชุดประดาน้ำและกู้ชีพกู้ภัยงมหาตามสระน้ำที่อยู่ใกล้เคียง รวมทั้งหนองน้ำที่อยู่ในวัด หน้ากุฏิของพระนิรันต์ ผู้ต้องหาด้วย
               ซึ่งพระนิรันต์ และนายสอง (นามสมมุติ) วัย 15 ปี ที่่ร่วมก่อเหตุก็ได้ออกตามหาน้องเอร่วมกับชาวบ้านเช่นกัน อีกทั้งยังลงไปงมหาน้องเอในหนองน้ำช่วยชาวบ้านด้วย แต่ก็ไม่มีใครเอะใจว่าพระดังกล่าวจะมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่ได้เข้าไปดูในกุฏิพระ ตนและชาวบ้านก็ออกตามหาไปตามสถานที่ๆ คิดว่าน้องเอ จะหายตัวไป จึงเดินตามหาตามทุ่งนา ซึ่งเป็นเวลากลางคืน แต่ก็ไม่พบ แม้จะเดินผ่านเนินดินใต้ต้นมะขามซึ่งเป็นจุดที่พบศพของน้องเอ ในช่วงเช้าของวันที่ 10 ต.ค. ก็ยังไม่พบ แต่กลับมาพบในเช้าวันต่อมาในสภาพเปลือยกายและมีการอำพรางศพด้วยกิ่งไม้และใบไม้ ซุกอยู่โคนต้นมะขาม ซึ่งตอนที่พบร่างของน้องเอ สภาพยังไม่แข็ง จึงเชื่อว่าน้องเออาจจะเพิ่งถูกนำมาทิ้งไว้ในช่วงกลางดึกของวันที่ 10 ต.ค. ก่อนที่จะมีชาวบ้านมาพบศพในเช้าเดียวกัน