ข่าว

เอสเอ็มอีท่องเที่ยวสภาพร่อแร่กัดฟันลดต้นทุน-รอโอกาสขายทิ้งกิจการเพียบ

เอสเอ็มอีท่องเที่ยวสภาพร่อแร่กัดฟันลดต้นทุน-รอโอกาสขายทิ้งกิจการเพียบ

17 ส.ค. 2552

เอสเอ็มอีท่องเที่ยวขาดสภาพคล่องรุนแรง กัดฟันประคองตัว โละพนักงาน ตัดต้นทุน กระทบคุณภาพและบริการลดลง ทั้งรอขายทิ้งอีกเพียบ ด้านกลุ่มภัตตาคารเผยปิดกิจการแล้วกว่า 9 พันราย หนุนรัฐสานต่อโครงการต้นกล้าอาชีพ

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ว่าส่วนใหญ่หรือกว่า 80% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่เมื่อเกิดปัจจัยลบด้านการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่โรคระบาด ก็ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ประสบกับปัญหาขาดกระแสเงินสดอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมากกว่า 10 ปีแล้ว

 โดยภาพรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีท่องเที่ยวต่างอยู่ในสภาพการประคองธุรกิจเป็นหลัก เนื่องจากธุรกิจไม่ได้สร้างผลกำไร จากรายได้ของการท่องเที่ยวที่หายไปกว่า 1 ใน 3 ทำให้ต้องปรับลดค่าใช้จ่าย ลดพนักงาน รวมทั้งลดมาตรฐานของสินค้าและบริการ และยังมองหาโอกาสที่จะขายธุรกิจออกไปมากขึ้น ซึ่งเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ รองลงมาคือภาคตะวันออก และภาคใต้

 ขณะที่การขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารเอสเอ็มอี ก็ติดในเงื่อนไขและคุณสมบัติ สทท.จึงได้เข้าไปยื่นเสนอการผ่อนปรนเงื่อนไข การกู้เงินของเอสเอ็มอีเพิ่มเติมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ใน 2 ประเด็นคือ การให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นกู้ ก่อนช่วงที่เกิดเหตุการณ์การปิดสนามบิน และการเปิดบัญชีเฉพาะ ซึ่งเป็นบัญชีสาธารณะในการปล่อยเงินกู้แก่กลุ่มเอสเอ็มอี

 นางปวรวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์วิกฤติด้านเศรษฐกิจ การเงิน การเมือง รวมถึงปัญหาโรคระบาดในปัจจุบัน ที่มีผลต่อธุรกิจภัตตาคาร พบว่ามีผู้ประกอบการที่ไม่สามารถปรับตัวได้ และปิดกิจการลงแล้วกว่า 9,720 ราย หรือประมาณ  2.43% จากจำนวนผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 4 แสนราย มีจำนวนแรงงานในระบบกว่า 10 ล้านคน รวมมูลค่าธุรกิจกว่า 3.2 แสนล้านบาท

 โดยขณะนี้กระแสการเลิกจ้างแรงงานยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยทั่วประเทศราว 30% และในเมืองเล็ก ที่ไม่ใช่เป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทลุง มีการเลิกจ้างสูงถึง 50% พบว่าอีกกว่า 10% ของผู้ประกอบการกำลังพิจารณาเลิกจ้าง เนื่องจากปัญหาการขาดสภาพคล่องดังกล่าว ดังนั้น เพื่อประคองธุรกิจที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ สมาคมเตรียมร่างจดหมายผ่านสภาพัฒน์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลต่อระยะเวลาโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อให้แรงงานสามารถฝึกอาชีพโดยได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึง

 ด้านนายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมยังประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กขาดกระแสเงินสดในการประกอบธุรกิจมากกว่ารายใหญ่ และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต่างมีความหวังว่าในช่วงไฮซีซันนี้น่าจะดีขึ้น จึงอยู่ในภาวะกัดฟันทน หากยังไม่ดีขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กจะล้มหายไปจากตลาดก่อนแน่นอน