
“มื้อเช้า” สำคัญมาก ห้ามพลาด!!
เมื่อตื่นนอนระดับน้ำตาลในเลือดจึงต่ำ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมอาหารเช้าจึงเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด
เคยสังเกตไหมว่า เมื่อเราตื่นนอนในตอนเช้า ไม่นานก็จะรู้สึกหิว ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นั่นเป็นเพราะร่างกายไม่ได้รับอาหารนานราว 10-12 ชั่วโมงขณะที่เรานอนหลับ แต่ร่างกายยังคงทำงานและใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อตื่นนอนระดับน้ำตาลในเลือดจึงต่ำ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมอาหารเช้าจึงเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ด้วยความสำคัญของอาหารเช้าที่ไม่ควรละเลย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “ไขความลับ โฮลเกรน ธัญพืชเต็มเมล็ด คุณประโยชน์จากซีเรียล สู่อาหารเช้าเพื่อสุขภาพของครอบครัว” เผยคุณประโยชน์ของอาหารเช้าซีเรียลโฮลเกรนในทุกแง่มุม โดยเชิญนักโภชนาการระดับโลกมาร่วมอัพเดทข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุด และไขความลับว่า เหตุใด “โฮลเกรน” จึงควรค่าอยู่ในมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้าสำหรับทุกคน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ ABC Cooking Studio ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
เอเจ ดูรูแคน กรทิพย์ ฐิติธรรมจริยา
เอเจ ดูรูแคน ผู้จัดการฝ่ายโภชนาการประจำภูมิภาคและฝ่ายกิจการภายนอก - ซีเรียล พาร์ทเนอร์ เวิลด์ไวด์ เอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของโฮลเกรนว่า โฮลเกรนคือธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ได้ผ่านการขัดสี จึงยังคงคุณค่าของวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ไว้อย่างครบถ้วน ร่วมด้วยคาร์โบไฮเดรตชั้นดีและโปรตีน โฮลเกรนจึงมีความสำคัญกับทุกมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ โดยโฮลเกรนที่เรามักพบได้บ่อยในส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวโพด และข้าวกล้อง เป็นต้น
ด้าน กรทิพย์ ฐิติธรรมจริยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการรับประทานอาหารเช้าที่มีโฮลเกรนเป็นส่วนประกอบว่า นอกจากคุณประโยชน์ในการลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังต่างๆ แล้ว ผู้ที่บริโภคอาหารเช้าที่มีประโยชน์ ซึ่งประกอบด้วยธัญพืชโดยเฉพาะโฮลเกรน ใยอาหาร โปรตีน และมีปริมาณน้ำตาลน้อย จะทำให้มีความสนใจและมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น และมีความจำดีขึ้น สำหรับเด็กในวัยเรียนจึงสามารถเรียนหนังสือและเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีขึ้นด้วย
"อาหารเช้าที่เหมาะสมสำหรับทุกกลุ่มวัย ต้องมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน และไขมัน เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยผู้ใหญ่ควรได้รับพลังงานจากอาหารเช้าประมาณ 400-500 กิโลแคลอรี และเด็กในวัย 6-12 ปี ควรได้รับพลังงาน 350–415 กิโลแคลอรี ซึ่งนอกจากอาหารยอดฮิตอย่าง ข้าวต้มเครื่อง โจ๊ก ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรือข้าวผัดแล้ว อาหารเช้าประเภทซีเรียล ขนมปัง หรือแซนด์วิชที่ทำจากธัญพืชโฮลเกรน ร่วมกับอาหารอื่นๆ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สอดคล้องกับความต้องการสารอาหารที่เหมาะสมของทุกวัย โดยเฉพาะวัยเด็กที่ต้องการพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งเรียนและเล่น ควรรับประทานเสริมด้วยนมรสจืด 1 กล่อง ไข่ต้ม 1 ลูก และผลไม้ประมาณ 1 ผล เช่น ส้ม หรือแอปเปิ้ล เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนการ กล่าวปิดท้าย



