
ถก"เอซีดี"พร้อมเผชิญหน้าสิ่งท้าทาย
"ผู้นำเอซีดี"ชื่นชมไทยเชิญภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อน ศก.เอเชียให้แข็งแกร่ง "เล็ง"ระดมเงินทุนเพื่อนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเผชิญทั้งสิ่งท้าทาย
10 ต.ค. -- นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงประเด็นหารือในประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย หรือ เอซีดีครั้งที่ 2 ว่า การประชุมช่วงเช้า ผู้นำเห็นพ้องให้เอเชีย มีความร่วมมือที่เป็นเอกภาพมากขึ้น เพื่อพร้อมเผชิญกับสิ่งท้าทาย เช่นความมั่นคงด้านพลังงาน สภาพอากาศที่แปรปรวน ที่ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งตอบสนองต่อโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยให้ความร่วมมือเกิดประโยชน์ต่อเอเชียละลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ
"ในที่ประชุมผู้นำหลายประเทศได้ชื่นชมไทยที่ได้เชิญภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมและให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉพาะการหารือเพื่อระดมเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเห็นพ้องว่าภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างบทบาทในเชิงรุกให้กับเอเชีย" นายเสข กล่าว
นายเสข กล่าวอีกว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้หารือเกี่ยวกับกรอบระยะเวลา เพื่อให้รัฐสมาชิก เสนอแผนงานความร่วมมือ ในช่วงเวลา 1 ปี โดยในการประชุมระดับรัฐมนตรีเอซีดี ที่จะเกิดขึ้นในปี 2017 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศจะต้องรายงานความคืบหน้าความร่วมมือว่าจะมีความคืบหน้าไปอย่างไรเพื่อที่จะให้วิสัยทัศน์ของผู้นำสามารถไปสู่การปฎิบัติได้ นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย จะเป็นการหารือของภาคเอกชน จาก 34 ประเทศ ที่นำโดยแจ็ค หม่า ตัวแทนภาคเอกชน จากนั้นจะเป็นการรายงานของเลขาธิการ เอซีดี จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะกล่าวสรุปปิดงานในเวลา 18.00 น.



