ข่าว

เปิดห้วยฮ่องไคร้ แสดงพระอัจฉริยภาพบริหารน้ำของ"ในหลวง"

เปิดห้วยฮ่องไคร้ แสดงพระอัจฉริยภาพบริหารน้ำของ"ในหลวง"

14 ต.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

          ก.เกษตรฯ พร้อมแล้วประชุมน้ำโลก ครั้ง2 กว่า 60 ประเทศผนึกแก้ปัญหา เตรียมเปิดศูนย์ห้วยฮ่องไคร้ฯ แสดงพระอัจฉริยภาพด้านบริหารจัดการน้ำของในหลวงให้ทั่วโลกรับรู้ มั่นใจช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางชลประทานอาเซียน

 

เปิดห้วยฮ่องไคร้ แสดงพระอัจฉริยภาพบริหารน้ำของ"ในหลวง"

 

          วันนี้(10 ตุลาคม 2559)  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าว การจัดการประชุมชลประทานโลก ครั้งที่ 2 (The 2nd World Irrigation Forum : WIF2) และการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศ ครั้งที่ 67 (The 67th International Executive Council Meeting : 67th IEC Meeting) ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

        พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว จะมีขึ้นวันที่  6-12 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ หัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก : บทบาทการชลประทานต่อความยั่งยืนด้านอาหาร” (Water Management in Changing World : Role of Irrigation for Sustainable Food Production) 

        “ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในระดับรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง เอกอัครราชทูต ผู้บริหารจากสถาบันการศึกษา  นักวิชาการด้านน้ำและชลประทาน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว 60  ประเทศ กว่า 1,200 คน โดยเป็นระดับรัฐมนตรียืนยันที่จะมาร่วมประชุมแล้ว 13 ประเทศ คือ จีน อียิปต์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ เนปาล ปากีสถาน รัสเซีย แอฟริกาใต้ ซูดาน ยูเครน อุซเบกิสถาน ซิมบับเว และอยู่ระหว่างรอตอบรับอีกกว่า 10 ประเทศ” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

 

เปิดห้วยฮ่องไคร้ แสดงพระอัจฉริยภาพบริหารน้ำของ"ในหลวง"

 

        สำหรับการจัดประชุมครั้งนี้ได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 3 หัวข้อ คือ 1.การแสวงหาแนวทางการบริหารจัดการเพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง น้ำ อาหาร พลังงานและระบบนิเวศ 2.การร่วมกำหนดวิธีการรับมือที่เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีผลต่อปริมาณน้ำทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง และ 3.ใช้ระบบชลประทานและการระบายน้ำเพื่อลดความยากจนและความหิวโหยโดยร่วมวางแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เพียงพอที่จะสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยใช้ทำการเกษตร

         “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญของการจัดประชุมครั้งนี้มาก เพราะนอกจากจะทำให้ได้รับทราบความก้าวหน้าของการชลประทานของไทย และมีผลทางอ้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประทศแล้ว ที่สำคัญที่สุดยังจะทำให้ทั่วโลกได้รับทราบถึงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะมีการจัดนิทรรศการนำเสนอแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำชลประทานตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยในส่วนของนิทรรศการจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2559” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

 

เปิดห้วยฮ่องไคร้ แสดงพระอัจฉริยภาพบริหารน้ำของ"ในหลวง"

 

          นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ต้อนรับและดูงานของผู้เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีและผู้ที่สนใจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พลิกผืนดินที่แห้งแล้งกว่า 8,500 ไร่ให้เป็นผืนดินที่อุดมบูรณ์ จนกลายเป็นศูนย์การศึกษาที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่างๆ แล้วนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผล

          รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ การพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนการส่งเสริมการประกอบอาชีพต่างๆ ไม่ว่า การเกษตร การประมง ปศุสัตว์ รวมทั้งด้านการเกษตรอุตสาหกรรมอีกด้วย ดังมีพระราชดำริว่า ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือน "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" หรืออีกนัยหนึ่งเป็น "สรุปผลของการพัฒนา"ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้

          ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบชลประทานเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย โดยในส่วนของไทยยังได้คัดเลือก Smart Farmer หรือเกษตรกรปราดเปรื่อง 4 คน เข้าร่วมประชุมและร่วมพบปะหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆกับ Smart Farmer ของประเทศต่างๆด้วย