
รู้เท่าทันโรคข้อเสื่อม
“โรคข้อเข่าเสื่อม” สำหรับในประเทศไทยพบว่ามีประชากรเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมประมาณ 6 ล้านคน สร้างปัญหาให้ผู้ที่เป็นอย่างมาก
วันที่ 12 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันโรคข้อสากล โรคข้อนับเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะแต่ผู้สูงอายุเท่านั้น และหนึ่งในโรคข้อที่สร้างความทุกข์ใจแก่ผู้ป่วยมากที่สุดคือ “โรคข้อเข่าเสื่อม” สำหรับในประเทศไทยพบว่ามีประชากรเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมประมาณ 6 ล้านคน สร้างปัญหาให้ผู้ที่เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเจ็บปวดจากอาการเข่าเสื่อมแล้ว ยังต้องเสียค่ารักษาหลักแสนในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ยิ่งในผู้สูงอายุยิ่งกลัวว่าผ่าตัดแล้วจะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา และหากไม่รักษาอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ขึ้นได้ อาทิ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากไม่สามารถออกกำลังกายได้นั่นเอง
ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา
ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM (โอเปอเรชั่น บิม) นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลจากสารสกัดธรรมชาติ และผู้วิจัยพืชไทยต้านโรคข้อเข่าเสื่อมได้สำเร็จ เปิดเผยว่า โรคข้อเสื่อมเกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อ (Cartilage ประเภท 2) ลดลง ซึ่งตามปกติกระดูกอ่อนผิวข้อจะทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวดูดซับแรงกดภายในข้อและป้องกันไม่ให้กระดูกที่อยู่ภายใต้กระดูกอ่อนกระแทกกระดูกอีกฝั่ง หากกระดูกอ่อนผิวข้อเหล่านี้ลดลงไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม น้ำหนักหรือแรงกดที่กระทำกับข้อและเอ็นรอบข้อถูกยึด ข้อขัด ข้อฝืด งอเข่าได้ไม่สุดและมีเสียงดังในข้อ เวลาขยับข้อเข่าจากการเสียดสีกันของผิวข้อที่ไม่เรียบจะส่งผลให้กระดูกใต้กระดูกอ่อนผิวข้อสัมผัสกัน เป็นเหตุให้เกิดอาการปวดข้อเข่า และสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอักเสบและปวดข้อก็มาจากการที่เม็ดเลือดขาวหลั่งสาร TNF alpha, IL-6 และ IL-17 ออกมามากเกินไปนั่นเอง
“โรคข้อเข่าเสื่อมโดยทั่วไปจะพบมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป กลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักมากเกิน มีขาหรือเข่าที่ผิดรูป ผู้ที่ออกกำลังกายที่มีการกระแทกอย่างแรง จึงขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม โดยในผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรจะลดน้ำหนักลงให้อยู่ในระดับเหมาะสม เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น การเดินแทนการวิ่ง งดพฤติกรรมที่อันตรายต่อข้อเข่านานๆ อาทิ คุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งยองๆ กับพื้นนานๆ เป็นต้น” ศ.ดร.พิเชษฐ์ อธิบาย
สำหรับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน รักษาได้โดยการผ่าตัด ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธี ได้แก่ การล้างข้อด้วยการใช้การส่องกล้องช่วยล้างน้ำไขข้อที่อักเสบ การผ่าตัดจัดแนวกระดูกขา ใช้ในกรณีขาโก่งผิดรูปเล็กน้อยและการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการผ่าตัดเอาผิวข้อที่สึกออกไปและทดแทนด้วยผิวข้อเทียม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว และยังมีระยะพักฟื้นอีกหลายเดือนด้วย



