
มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น 1 ใน 5 เสี่ยงดับจากโรคบ้างาน
ญี่ปุ่นเผยสมุดปกขาวว่าด้วยโรคบ้างานเป็นครั้งแรก พบบริษัทญี่ปุ่น กว่า 20% ให้พนักงานทำงานล่วงเวลา 80ชม.ต่อเดือน
รัฐบาลญี่ปุ่นออกสมุดปกขาวว่าด้วยสถานการณ์และวางแนวทางแก้ไข โรคคาโรชิ หรือการเสียชีวิตจากทำงานมากเกินไป ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้เมื่อพฤศจิกายน 2557 โดยส่วนหนึ่งในรายงานเป็นผลสำรวจช่วงธันวาคม 2558 ถึงมกราคม 2559 พบว่า บริษัทราว 10.8% ให้พนักงานทำงานล่วงเวลา 80-100 ชั่วโมงต่อเดือน ขณะอีก 11.9% ระบุว่าให้พนักงานทำงานล่วงเวลามากกว่า 100 ชั่วโมง
ตัวเลขแท้จริงอาจจะน่าตกใจยิ่งกว่านี้ เนื่องจากมีบริษัทเพียง 1,743 แห่งเท่านั้นที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสำรวจ จากที่ตั้งเป้าไว้ 1 หมื่นแห่ง และพนักงานเข้าร่วมให้ข้อมูล 19,583 คนจากทั้งหมด 2 หมื่นคน
ญี่ปุ่นขีดเส้นว่าการให้พนักงานประจำทำงานล่วงเวลา 80 ชั่วโมงต่อเดือน เพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตจากการทำงาน
เมื่อแยกประเภทพบว่า พนักงานบริษัทไอที ทำงานล่วงเวลามากที่สุด โดยมีบริษัท 44.4% ระบุว่าพนักงานบางส่วน ทำงานล่วงเวลามากกว่า 80 ชั่วโมงต่อเดือน ในสายวิชาการ วิจัยและภาควิศวกรรม อยู่ที่ 40.5 % ตามด้วยงานบริการไปรษณีย์และการขนส่ง อยู่ที่ 38.4%
คาโรชิ เป็นปัญหาเฉพาะเชิงสังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ที่ทำให้แต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อยด้วยสาเหตุเกี่ยวเนื่อง เช่น เส้นเลือดในสมองแตก หัวใจวายและฆ่าตัวตาย ยังไม่นับรวมปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่นๆ กลายเป็นคดีความฟ้องร้องและกดดันให้รัฐบาลหาทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
แม้ในปัจจุบัน ภาพลักษณ์มนุษย์เงินเดือนชายคร่ำเคร่งทำงานยาวเกินชั่วโมงปกติตามบริษัทต่างๆก่อนจับรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับบ้าน เริ่มเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังมีอีกมากที่ทำงานล่วงเวลา ยาวนานกว่ามากเมื่อเทียบประเทศพัฒนาแล้วด้วยกัน
โดยเฉลี่ย พนักงานญี่ปุ่น 21.3 % ทำงานตั้งแต่ 49 ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ สูงกว่าชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ในสหรัฐ 16.4 % สูงกว่าในอังกฤษ 12.5% และฝรั่งเศส 10.4%
ขณะกระทรวงสาธารณสุข สรุปเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 31 มีนาคม ว่ามีผู้ฆ่าตัวตายและพยายามฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุจากการทำงานมากเกินไป 93 คน แต่สถิติตำรวจระบุว่ามีการฆ่าตัวตาย 2,159 รายที่น่าจะเกิดจากปัญหาเดียวกัน
สถิติทางการยังพบด้วยว่ามีการยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับคาโรชิ ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดมีนาคม 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 1,456 คดี เทียบกับช่วงปี 2547-2551 มีการยื่นฟ้องรวมกัน 1,576 คดี
เอมิโกะ เทรานิชิ วัย 67 ปี หัวหน้าเครือข่ายสมาชิกครอบครัวเหยื่อคาโรชิ ชื่นชมที่รัฐบาลจัดทำสมุดปกขาวรายงานต่อสภา ที่ไม่เพียงรวบรวมสถิติ แต่ยังลงรายละเอียดบทหนึ่งอธิบายว่า คาโรชิได้กลายเป็นปัญหาสังคมในทศวรรษ 1980 นำไปสู่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเรียกร้องปฏิรูป แต่เทรานิชิ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลควรทำมากกว่านี้เพื่อขจัดโรคบ้างาน ผ่านมาตรการบังคับบริษัทไม่ให้อาศัยช่องโหว่กฎหมายแรงงาน และลงโทษผู้ละเมิดอย่างเข้มงวด



